คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 13
ระดับของตัวตนจริง ๆ แล้วมีแล้วหลายระดับตามภูมิจิต
ปุถุชนคนหนา มองว่าโลกทั้งใบ เงินทอง ลาภยศ ชื่อเสียง ตำแหน่ง ลูก ภรรยา นี้เป็นของเขา เป็นตัวเป็นตนของเขา ใครแตะต้องไม่ได้ หวงหมด
กัลยานปุถุชน ผู้ชำนาญในการเข้าญาณสมาธิ ตัด เงินทอง ลาภ ยศ รูป รส กลิ่น เสียงออกไปได้แต่ยังสำคัญว่ากายเป็นตน ตนเป็นกาย กายมีในตน ตนมีในกาย
พระโสดาบันละกายได้ เห็นว่ากายไม่ใช่ตน ตนไม่ใช่กาย รูปกายเป็นเพียงธาตุมารวมกัน หมดเหตุหมดปัจจัย เขาก็คืนสู่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามเดิม แต่ยังติดกับนามขันธ์ วิญญาณ เวทนา ความรู้สึกนึกคิด
พระอนาคามีละขันธ์นอกทั้ง 5 ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังคงเหลือจิตอยู่ จิตเป็นเรา เราเป็นจิต
พระอรหันต์ทำลายจิตได้แล้ว จิตไม่เป็นเรา เราไม่เป็นจิต เหลือแต่ธรรมธาตุ (เป็นศัพท์ที่หลวงตาบัวท่านใช้) ไม่เหลือตัวรับผลรับวิบากต่าง ๆ ถ้าผลกรรมจะตามมาก็จะไปลงที่รูปขันธ์อย่างเดียว อย่างพระโมคลานะ
จขกท เห็นว่า กายไม่ใช่เรา นี่ก็คือกำลังพูดถึงภูมิธรรมพระโสดาบัน อันนี้พอคาดเดาได้ พออุปมาด้วยปัญญาได้
แต่ถ้าเกิดเหตุการที่เราต้องใกล้กับความตายจริง ๆ เช่น เราเจอกับโจร เรามีปืน โจรก็มีปืน เราไม่ฆ่าโจร โจรก็จะฆ่าเรา
อันนี้ ยอมให้โจรยิงตายเพื่อรักษาศีลได้ไหม
การปฏิบัติธรรม แม้จะเชื่อ จะรู้ จะปฏิบัติ จะเห็น จะเข้าใจ จะปล่อย(ชั่วคราว) แต่จิตยังไม่ได้เป็นนี่ ถือว่ายังไม่ผ่าน เป็นสัญญาความจำ ความคาดเดาทั้งหมด
ส่วนเรื่อง จิตใม่ใช่เรา เราไม่ใช่จิตนี่ เป็นธรรมขั้นสุดท้าย
เคยได้ยินครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นท่านหนึ่งเวลาท่านสอน
จับใจความได้ว่า ต่ำกว่าพระอรหันต์ จิตคือเรา เราคือจิตทั้งหมด
ไม่มีจิตแล้วใครจะมาดูกาย มาพิจารณากาย มารับวิบาก มารับผลแห่งกรรม
ที่ต้องมาเกิดกันเพราะมีจิตนี่แหละเป็นตัวรับผลของวิบาก แม้พระอนาคาก็ต้องไปรับวิบากเป็นพรหม
ความเห็นผมผมว่า จขกท เข้าใจถูกแล้วจิตเป็นเรา เราเป็นจิต เพราะพวกเราไม่ใช่พระอรหันต์
ยังอยู่ไต้กฎแห่งกรรม ปาณาฑิบาต ทาน ศีล ภาวนา บารมี มีจิตเป็นตัวคอยรับผลทั้งหมด
ขอลองพิจารณาดูครับ
ผิดถูกอย่างไรขอผู้รู้ให้อภัย และแก้ไขให้ด้วย
เจริญในธรรมครับ
ปุถุชนคนหนา มองว่าโลกทั้งใบ เงินทอง ลาภยศ ชื่อเสียง ตำแหน่ง ลูก ภรรยา นี้เป็นของเขา เป็นตัวเป็นตนของเขา ใครแตะต้องไม่ได้ หวงหมด
กัลยานปุถุชน ผู้ชำนาญในการเข้าญาณสมาธิ ตัด เงินทอง ลาภ ยศ รูป รส กลิ่น เสียงออกไปได้แต่ยังสำคัญว่ากายเป็นตน ตนเป็นกาย กายมีในตน ตนมีในกาย
พระโสดาบันละกายได้ เห็นว่ากายไม่ใช่ตน ตนไม่ใช่กาย รูปกายเป็นเพียงธาตุมารวมกัน หมดเหตุหมดปัจจัย เขาก็คืนสู่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามเดิม แต่ยังติดกับนามขันธ์ วิญญาณ เวทนา ความรู้สึกนึกคิด
พระอนาคามีละขันธ์นอกทั้ง 5 ได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังคงเหลือจิตอยู่ จิตเป็นเรา เราเป็นจิต
พระอรหันต์ทำลายจิตได้แล้ว จิตไม่เป็นเรา เราไม่เป็นจิต เหลือแต่ธรรมธาตุ (เป็นศัพท์ที่หลวงตาบัวท่านใช้) ไม่เหลือตัวรับผลรับวิบากต่าง ๆ ถ้าผลกรรมจะตามมาก็จะไปลงที่รูปขันธ์อย่างเดียว อย่างพระโมคลานะ
จขกท เห็นว่า กายไม่ใช่เรา นี่ก็คือกำลังพูดถึงภูมิธรรมพระโสดาบัน อันนี้พอคาดเดาได้ พออุปมาด้วยปัญญาได้
แต่ถ้าเกิดเหตุการที่เราต้องใกล้กับความตายจริง ๆ เช่น เราเจอกับโจร เรามีปืน โจรก็มีปืน เราไม่ฆ่าโจร โจรก็จะฆ่าเรา
อันนี้ ยอมให้โจรยิงตายเพื่อรักษาศีลได้ไหม
การปฏิบัติธรรม แม้จะเชื่อ จะรู้ จะปฏิบัติ จะเห็น จะเข้าใจ จะปล่อย(ชั่วคราว) แต่จิตยังไม่ได้เป็นนี่ ถือว่ายังไม่ผ่าน เป็นสัญญาความจำ ความคาดเดาทั้งหมด
ส่วนเรื่อง จิตใม่ใช่เรา เราไม่ใช่จิตนี่ เป็นธรรมขั้นสุดท้าย
เคยได้ยินครูบาอาจารย์สายหลวงปู่มั่นท่านหนึ่งเวลาท่านสอน
จับใจความได้ว่า ต่ำกว่าพระอรหันต์ จิตคือเรา เราคือจิตทั้งหมด
ไม่มีจิตแล้วใครจะมาดูกาย มาพิจารณากาย มารับวิบาก มารับผลแห่งกรรม
ที่ต้องมาเกิดกันเพราะมีจิตนี่แหละเป็นตัวรับผลของวิบาก แม้พระอนาคาก็ต้องไปรับวิบากเป็นพรหม
ความเห็นผมผมว่า จขกท เข้าใจถูกแล้วจิตเป็นเรา เราเป็นจิต เพราะพวกเราไม่ใช่พระอรหันต์
ยังอยู่ไต้กฎแห่งกรรม ปาณาฑิบาต ทาน ศีล ภาวนา บารมี มีจิตเป็นตัวคอยรับผลทั้งหมด
ขอลองพิจารณาดูครับ
ผิดถูกอย่างไรขอผู้รู้ให้อภัย และแก้ไขให้ด้วย
เจริญในธรรมครับ
แสดงความคิดเห็น
กายไม่ใช่เรา ใจไม่ใช่เรา
เนื่องจาก จขกท. เห็นด้วยเพียงครึ่งเดียวในข้อที่ว่า กายไม่ใช่เรา
- กายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เพราะเป็นเพียงธาตุ 4 น้ำ ดิน ลม ไฟ อันเป็นสมบัติของโลกนี้ เมื่อตายไปแล้วกายนี้ก็คืนสภาพ น้ำ ดิน ลม ไฟ ให้กับโลกนี้ต่อไป ข้อนี้เห็นด้วย
- กายนี้ ประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆ มี อาการ 32 คือ ขน ผม เล็บ ฟัน หนัง ฯลฯ ข้อนี้เ็ห็นด้วย
แต่ในกรณี "ใจไม่ใช่เรา" นี้
- หาก ใจไม่ใช่เรา แล้วนั้น บุญกุศลที่เราได้ถวายทานแล้วนั้น ก็ต้องไม่มีแก่เราอย่างนั้นหรือ? (ทาน)
- หาก ใจไม่ใช่เรา การเพ็ญบารมีมาในอดีตชาตินั้น ก็จะไม่ส่งผลให้บารมีเราเต็ม ในชาติสุดท้าย อย่างนั้นหรือ? (บารมี)
- หากเรา ไปทำปาณาติบาต โทษก็ย่อมไม่มีแก่เรา อย่างนั้นหรือ? (ศีล)
- หาก ใจไม่ใช่เรา แล้วนั้น ใครจะเจริญภาวนา ให้ได้ซึ่งมรรคผล นิพพาน? (ภาวนา)
เพราะ ถ้า ใจก็ไ่ม่ใช่ของเรา ดังนั้น ใครหล่ะจะเป็นผู้รับผลของกรรมดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ?
จขกท. เห็นว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา แต่เห็นว่าใจหรือจิตนี้เป็นตัวเรา หรือว่าหัวข้อข้างต้น จะมีความหมายอีกนัยหนึ่ง?
ขอท่านผู้รู้ได้โปรดสงเคราะห์ในปัญหาดังกล่าว หากทำให้ขัดข้องเคืองใจ ขอได้โปรดอภัย ขออนุโมทนา และขอให้เจริญในธรรม