
ตั้งหัวทู้กวน ๆ ไปงั้นแหละครับ ประสาหล่อหน้าตาดี ไม่มีแฟน
แวะมาคุยเรื่อง
"พรบ.สุดซอย" ครับ แต่ขอคุยคร่าว ๆ เพราะไม่มีเวลาครับ
ขอแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้ครับ
1. เงื่อนไขทางการเมือง
แน่นอนครับ เมื่อเป็นเรื่องเงื่อนไขทางการเมือง มันก็ย่อมเป็นเรื่องฉ้อฉล เพราะธรรมชาติของการเมืองคือความฉ้อฉล
การเมืองเป็นเรื่องโกหก บิดเบือน ใส่ร้าย แปลงสารทั้งนั้นครับ
ดู ปชป. เป็นตัวอย่าง เพราะ ปชป. มีมิติเดียวในทางความคิดมุมมอง คือมิติทางการเมือง
ปชป. จึงโกหก บิดเบือน ใส่ร้ายได้ทุกเรื่อง
ฉะนั้น การ
"สอดไส้" ในชั้นแปรญัตติเพื่อช่วยทักษิณให้หลุดคดีนั้น
ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติครับ
เมื่อการเมืองมันมีเงื่อนไข มันก็ต้องออกมาในรูปนี้
2. ทางข้อกฎหมาย
การสอดไส้แปรญัตติให้ข้อกล่าวหา-ความผิด อันเกิดจากองค์กรที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งขึ้นเป็นโมฆะหมดนั้น
ไม่ทำให้ทักษิณพ้นผิดไปอย่างสิ้นเชิงครับ
แค่พ้นผิด หมดข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นและมีอยู่ในขณะนี้เท่านั้นเอง
ในทางคดีความ หากมีการยื่นต่อองค์กรใด ๆ เพื่อเอาผิดทักษิณใหม่ ย่อมสามารถทำได้ครับ
นายแก้วสรร ที่ด่าทักษิณมาหกเจ็ดปีแล้ว เป็นอดีต คตส. ย่อมมีข้อมูล หลักฐานอยู่ในมือพร้อม
ยื่นเอาผิดทักษิณใหม่ตามกระบวนการยุติธรรมปกติได้ครับ กลัวอะไร ?
อดีต คตส.คนอื่น ๆ ก็ย่อมมีข้อมูลหลักฐาน ส่งให้ฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช. เอาผิดทักษิณได้ครับ
ซึ่งถึงตอนนั้น หากทักษิณโดนตัดสินว่าผิดอีก ทักษิณย่อมจะอ้างและปฏิเสธอะไรไม่ได้เลย
ตายอย่างเีขียดปิ้งครับ (เขียดปิ้งนี่ จะกางแขนกางขาแผ่แบบหมดสภาพครับ)
3. ข้อเท็จจริงของเรื่องราว
การสอดไส้ หากทักษิณไม่ทำ ก็ยากครับที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นความผิดได้
จะเสนอ พรบ.ฉบับเฉลิม ฉบับบิ๊กบังที่ระบุล้างผิดทุกคน รังแต่จะโดนต้านตั้งแต่ยังไม่ถกกันในสภาฯครับ
ดีไม่ดี จะโดนหาว่าทำเพื่อตัวเองคนเดียว ออกกฎหมายเพื่อคน ๆ เดียว
เอาแบบนี้แหละ คืออ้างประชาชนก่อนแล้วตัวเองตามมาทีหลัง เป็นการเกาะประชาชน
ก็ต้องมาเล่นสอดไส้แบบนี้ ชั้นแปรญัตตินี่แหละ เรื่องอยู่ในสภาฯแล้ว ถกกันอีกไม่กี่วัน
แล้วก็ลงมติในวาระสาม ผ่านสภาฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ กว่าฝ่า่ยต้านจะรวมตัวกันติด(กว่าจะหาทุนได้)
พรบ.อาจมีผลบังคับใ้ช้ไปแล้ว ทักษิณพ้นผิดตามกฎหมายไปแล้ว ยุบสภาฯไปเลยก็ได้ ใครจะทำไม
อย่าลืมนะครับ ทักษิณนั้นโดนรัฐประหาร โดนตั้งองค์กรจากคณะรัฐประหารเพื่อเอาผิดโดยเฉพาะ
มันขัดทั้งหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม
การอ้างว่า คตส.แค่สืบสวนสอบสวน ไม่ได้ตัดสินเอง คนตัดสินคือศาล และทักษิณมีโอกาสต่อสู้เต็มที่
เป็นการอ้างที่หยิบความจริงมาอ้างแค่ครึ่งครับ
เพราะตามหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมนั้น หากการสืบสวนสอบสวนไม่เป็นธรรม มันจบเห่ไปแล้วครับ
และโปรดสังเกตว่า คตส.นั้น ล้วนแสดงตนเป็นศัตรูกันทักษิณทั้งนั้น เมื่อทักษิณร้องต่อศาล
ศาลกลับบอกว่า การแสดงออกของ คตส. เ็ป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ นี่ยิ่งเละไปใหญ่ครับ
เมื่อศาลบอกว่า คตส.ไม่ขัดหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างนี้ มีหรือที่ทักษิณจะได้รับความยุติธรรมจากศาล
ต่อให้ยื่นหลักฐานต่อสู้ในชั้นศาลแค่ไหนก็ตามเหอะ ศาลไม่เชื่อไม่ฟังซะอย่าง รอดหรือ ?
หากทักษิณพ้นผิดตาม พรบ.สุดซอย ทักษิณไม่ได้อะไรนะครับ แค่เท่าทุนเท่านั้นเอง
แต่อีกฝ่าย คือฝ่ายรัฐประหาร พวกอิงเผด็จการน่ะ ได้ไปแล้ว ได้เต็ม ๆ ไปเจ็ดปีแล้ว
บางคนได้ยศได้ตำแหน่ง บางคนได้ทั้งตำแหน่งได้ทั้งเงิน บางคนได้ลอยหน้าลอยตา
และหลายคนได้หากินกับการหลอกสลิ่มปั่นม็อบ หลอกกินตับเจ้า หลอกเอาเงินนายทุน
ฝ่ายแหลหนีทหารกับปี้เต่ปของผม
อันนี้ก็ต้องมองให้เห็นความจริงนะครับ แม้ว่าทั้งสองแหลจะทำตัวน่ารังเกียจขนาดไหนก็ตาม
ทั้งสองแหลก็แค่ทำตามที่อำนาจนอกระบบต้องการเท่านั้นเอง
ไม่จริงหรอกครับ ว่าสองแหลตัดสินใจเองในการสั่งทหารลุย แบบฆ่าได้ฆ่าเลย
ผมว่าคงได้รับคำยุรับคำสั่ง ได้รับคำรับปากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ว่าฆ่ามันเลย ๆ ๆ ๆ
สองแหลถึงได้กล้า และทหารก็กล้าที่จะทำตามคำสั่ง
หากเป็นการตัดสินใจของสองแหลเอง คงไม่กล้าทำ ดีแต่พูดเท่านั้น
เมื่อเป็นอย่างนี้ หากสองแหลจะพ้นผิดไปด้วย ก็ปล่อยไปเถอะครับ ให้บาปกรรมทำหน้าที่แทนกฎหมายดีกว่า
ทำไมผมเห็นด้วยกับ พรบ.สุดซอย ?
เหตุผลก็คือ หาก พรบ.ผ่าน
มันคือชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยต่อเผด็จการครับ
แม้ทักษิณจะไม่ใช่ตัวแทนประชาธิปไตยแบบร้อยเปอร์เซนต์
แต่อย่างน้อย เรื่องนี้ก็ทำให้ฝ่ายเผด็จการ
"สิ้นท่า" ครับ
การรัฐประหารจะได้หายไปจากสังคมไทยซะที
ส่วนทักษิณ ในวันข้างหน้า หากลืมประชาชน เหิมเกริมในอำนาจ ทักษิณจะสิ้นท่ายิ่งกว่าเผด็จการครับ
ทักษิณจะไม่เหลืออะไรเลย จะหนักยิ่งกว่าโดนรัฐประหารเป็นร้อยเท่าัพันทวี
เพราะอย่างไร ทักษิณก็คือนักการเมือง คือคนที่ประชาชนเลือก
หากทักษิณไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ประชาชนด่าได้ ประนามได้ หันหลังให้ได้ หันไปเลือกคนอื่นได้
ดีกว่าอำนาจนอกระบบที่ประชาชนทำอะไรไม่ได้เลย
ตัวอย่างเช่นเรื่องเขายายเที่ยง ใครทำอะไรได้ กฎหมายไม่มีสิทธิ์ จะลงโทษทางสังคมยังทำแทบไม่ได้เลย
ไม่เอ่ยถึงพันธมิตรและกลุ่มอื่น ๆ นะครับ เพราะคนพวกนี้ก็โดนอำนาจนอกระบบให้ท้ายนั่นแหละ
ถึงได้กล้าทำผิด ถึงได้ไม่กลัวคุกกลัวกฎหมายบ้านเมือง
หากพวกเขาจะได้รับนิรโทษไปด้วย ก็ควรให้ครับ
แป๊ะลิ้มเอง แค่คดีโกงบริษัทตัวเองที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 85 นี่ ก็อ้วกแล้วครับ
หากการเมืองปกติ แป๊ะลิ้มและพวกจะทุกข์กว่าติดคุกอีกครับ เพราะหมดทางหากินกับการเมือง
สุดซอยไปเลยครับ หากไม่ผ่านจริง ๆ
ค่อยหยิบฉบับบิ๊กบัง หยิบฉบับเฉลิมมาเล่นต่อ เอาให้มันรู้เรื่องไปเลย
เร่เข้ามาครับเร่เข้ามา มีหล่อมาขาย สามหล่อห้า ห้าหล่อสิบ ซื้อครบโหล แถม "หล่อสุดซอย" ฟรี ๆ
แวะมาคุยเรื่อง "พรบ.สุดซอย" ครับ แต่ขอคุยคร่าว ๆ เพราะไม่มีเวลาครับ
ขอแบ่งเป็น 3 ช่วง ดังนี้ครับ
1. เงื่อนไขทางการเมือง
แน่นอนครับ เมื่อเป็นเรื่องเงื่อนไขทางการเมือง มันก็ย่อมเป็นเรื่องฉ้อฉล เพราะธรรมชาติของการเมืองคือความฉ้อฉล
การเมืองเป็นเรื่องโกหก บิดเบือน ใส่ร้าย แปลงสารทั้งนั้นครับ
ดู ปชป. เป็นตัวอย่าง เพราะ ปชป. มีมิติเดียวในทางความคิดมุมมอง คือมิติทางการเมือง
ปชป. จึงโกหก บิดเบือน ใส่ร้ายได้ทุกเรื่อง
ฉะนั้น การ "สอดไส้" ในชั้นแปรญัตติเพื่อช่วยทักษิณให้หลุดคดีนั้น
ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติครับ
เมื่อการเมืองมันมีเงื่อนไข มันก็ต้องออกมาในรูปนี้
2. ทางข้อกฎหมาย
การสอดไส้แปรญัตติให้ข้อกล่าวหา-ความผิด อันเกิดจากองค์กรที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งขึ้นเป็นโมฆะหมดนั้น
ไม่ทำให้ทักษิณพ้นผิดไปอย่างสิ้นเชิงครับ
แค่พ้นผิด หมดข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นและมีอยู่ในขณะนี้เท่านั้นเอง
ในทางคดีความ หากมีการยื่นต่อองค์กรใด ๆ เพื่อเอาผิดทักษิณใหม่ ย่อมสามารถทำได้ครับ
นายแก้วสรร ที่ด่าทักษิณมาหกเจ็ดปีแล้ว เป็นอดีต คตส. ย่อมมีข้อมูล หลักฐานอยู่ในมือพร้อม
ยื่นเอาผิดทักษิณใหม่ตามกระบวนการยุติธรรมปกติได้ครับ กลัวอะไร ?
อดีต คตส.คนอื่น ๆ ก็ย่อมมีข้อมูลหลักฐาน ส่งให้ฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช. เอาผิดทักษิณได้ครับ
ซึ่งถึงตอนนั้น หากทักษิณโดนตัดสินว่าผิดอีก ทักษิณย่อมจะอ้างและปฏิเสธอะไรไม่ได้เลย
ตายอย่างเีขียดปิ้งครับ (เขียดปิ้งนี่ จะกางแขนกางขาแผ่แบบหมดสภาพครับ)
3. ข้อเท็จจริงของเรื่องราว
การสอดไส้ หากทักษิณไม่ทำ ก็ยากครับที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นความผิดได้
จะเสนอ พรบ.ฉบับเฉลิม ฉบับบิ๊กบังที่ระบุล้างผิดทุกคน รังแต่จะโดนต้านตั้งแต่ยังไม่ถกกันในสภาฯครับ
ดีไม่ดี จะโดนหาว่าทำเพื่อตัวเองคนเดียว ออกกฎหมายเพื่อคน ๆ เดียว
เอาแบบนี้แหละ คืออ้างประชาชนก่อนแล้วตัวเองตามมาทีหลัง เป็นการเกาะประชาชน
ก็ต้องมาเล่นสอดไส้แบบนี้ ชั้นแปรญัตตินี่แหละ เรื่องอยู่ในสภาฯแล้ว ถกกันอีกไม่กี่วัน
แล้วก็ลงมติในวาระสาม ผ่านสภาฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ กว่าฝ่า่ยต้านจะรวมตัวกันติด(กว่าจะหาทุนได้)
พรบ.อาจมีผลบังคับใ้ช้ไปแล้ว ทักษิณพ้นผิดตามกฎหมายไปแล้ว ยุบสภาฯไปเลยก็ได้ ใครจะทำไม
อย่าลืมนะครับ ทักษิณนั้นโดนรัฐประหาร โดนตั้งองค์กรจากคณะรัฐประหารเพื่อเอาผิดโดยเฉพาะ
มันขัดทั้งหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม
การอ้างว่า คตส.แค่สืบสวนสอบสวน ไม่ได้ตัดสินเอง คนตัดสินคือศาล และทักษิณมีโอกาสต่อสู้เต็มที่
เป็นการอ้างที่หยิบความจริงมาอ้างแค่ครึ่งครับ
เพราะตามหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมนั้น หากการสืบสวนสอบสวนไม่เป็นธรรม มันจบเห่ไปแล้วครับ
และโปรดสังเกตว่า คตส.นั้น ล้วนแสดงตนเป็นศัตรูกันทักษิณทั้งนั้น เมื่อทักษิณร้องต่อศาล
ศาลกลับบอกว่า การแสดงออกของ คตส. เ็ป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ นี่ยิ่งเละไปใหญ่ครับ
เมื่อศาลบอกว่า คตส.ไม่ขัดหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างนี้ มีหรือที่ทักษิณจะได้รับความยุติธรรมจากศาล
ต่อให้ยื่นหลักฐานต่อสู้ในชั้นศาลแค่ไหนก็ตามเหอะ ศาลไม่เชื่อไม่ฟังซะอย่าง รอดหรือ ?
หากทักษิณพ้นผิดตาม พรบ.สุดซอย ทักษิณไม่ได้อะไรนะครับ แค่เท่าทุนเท่านั้นเอง
แต่อีกฝ่าย คือฝ่ายรัฐประหาร พวกอิงเผด็จการน่ะ ได้ไปแล้ว ได้เต็ม ๆ ไปเจ็ดปีแล้ว
บางคนได้ยศได้ตำแหน่ง บางคนได้ทั้งตำแหน่งได้ทั้งเงิน บางคนได้ลอยหน้าลอยตา
และหลายคนได้หากินกับการหลอกสลิ่มปั่นม็อบ หลอกกินตับเจ้า หลอกเอาเงินนายทุน
ฝ่ายแหลหนีทหารกับปี้เต่ปของผม
อันนี้ก็ต้องมองให้เห็นความจริงนะครับ แม้ว่าทั้งสองแหลจะทำตัวน่ารังเกียจขนาดไหนก็ตาม
ทั้งสองแหลก็แค่ทำตามที่อำนาจนอกระบบต้องการเท่านั้นเอง
ไม่จริงหรอกครับ ว่าสองแหลตัดสินใจเองในการสั่งทหารลุย แบบฆ่าได้ฆ่าเลย
ผมว่าคงได้รับคำยุรับคำสั่ง ได้รับคำรับปากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ว่าฆ่ามันเลย ๆ ๆ ๆ
สองแหลถึงได้กล้า และทหารก็กล้าที่จะทำตามคำสั่ง
หากเป็นการตัดสินใจของสองแหลเอง คงไม่กล้าทำ ดีแต่พูดเท่านั้น
เมื่อเป็นอย่างนี้ หากสองแหลจะพ้นผิดไปด้วย ก็ปล่อยไปเถอะครับ ให้บาปกรรมทำหน้าที่แทนกฎหมายดีกว่า
ทำไมผมเห็นด้วยกับ พรบ.สุดซอย ?
เหตุผลก็คือ หาก พรบ.ผ่าน มันคือชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยต่อเผด็จการครับ
แม้ทักษิณจะไม่ใช่ตัวแทนประชาธิปไตยแบบร้อยเปอร์เซนต์
แต่อย่างน้อย เรื่องนี้ก็ทำให้ฝ่ายเผด็จการ "สิ้นท่า" ครับ
การรัฐประหารจะได้หายไปจากสังคมไทยซะที
ส่วนทักษิณ ในวันข้างหน้า หากลืมประชาชน เหิมเกริมในอำนาจ ทักษิณจะสิ้นท่ายิ่งกว่าเผด็จการครับ
ทักษิณจะไม่เหลืออะไรเลย จะหนักยิ่งกว่าโดนรัฐประหารเป็นร้อยเท่าัพันทวี
เพราะอย่างไร ทักษิณก็คือนักการเมือง คือคนที่ประชาชนเลือก
หากทักษิณไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ประชาชนด่าได้ ประนามได้ หันหลังให้ได้ หันไปเลือกคนอื่นได้
ดีกว่าอำนาจนอกระบบที่ประชาชนทำอะไรไม่ได้เลย
ตัวอย่างเช่นเรื่องเขายายเที่ยง ใครทำอะไรได้ กฎหมายไม่มีสิทธิ์ จะลงโทษทางสังคมยังทำแทบไม่ได้เลย
ไม่เอ่ยถึงพันธมิตรและกลุ่มอื่น ๆ นะครับ เพราะคนพวกนี้ก็โดนอำนาจนอกระบบให้ท้ายนั่นแหละ
ถึงได้กล้าทำผิด ถึงได้ไม่กลัวคุกกลัวกฎหมายบ้านเมือง
หากพวกเขาจะได้รับนิรโทษไปด้วย ก็ควรให้ครับ
แป๊ะลิ้มเอง แค่คดีโกงบริษัทตัวเองที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 85 นี่ ก็อ้วกแล้วครับ
หากการเมืองปกติ แป๊ะลิ้มและพวกจะทุกข์กว่าติดคุกอีกครับ เพราะหมดทางหากินกับการเมือง
สุดซอยไปเลยครับ หากไม่ผ่านจริง ๆ
ค่อยหยิบฉบับบิ๊กบัง หยิบฉบับเฉลิมมาเล่นต่อ เอาให้มันรู้เรื่องไปเลย