อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องอดีตนายกฯทักษิณ ก่อการร้าย
อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในฐานความผิดร่วมกันก่อการร้าย ส่วนคดี สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 นั้น ทางอัยการสูงสุด เตรียมชี้ขาด ว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ส่งฟ้อง ปลายเดือนตุลาคมนี้
อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในฐานความผิดร่วมกันก่อการร้าย ในกรณีที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร กับพวก 26 คน ผู้ต้องหา ฐานร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดหรือสนับสนุนให้มีการกระผิดฐานก่อการร้าย หรือเพื่อทำให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศไทยจากภายนอกประเทศ ในช่วงที่มีการชุมนุมของประชาชนกลุ่ม นปช. ที่แยกราชประสงค์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2553
สำหรับ เฉพาะคดีในส่วนของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้น ได้มีการแยกสำนวนต่างจากผู้ต้องหาอื่น เนื่องจากเป็นความผิดที่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่ง และในขณะนั้นได้พำนักอยู่ต่างประเทศ โดยได้วิดีโอลิงค์ โฟนอินเข้ามายังในเวทีปราศรัย ของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ที่ได้ประท้วงอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยสาระเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีการยุบสภาตามวิธีทางระบอบประชาธิปไตย รวมถึงโจมตีการปฏิวัติรัฐประหาร และยังโจมตีการบริหารงานของรัฐบาลชุดนั้น ในขณะนั้น
ซึ่งทาง พันตำรวจโท ทักษิณ ไม่เคยได้กล่าวผ่านวิดีโอลิงค์ ว่าเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายใดๆ ทั้งการเผาศาลากลางจังหวัด เผาสถานฑูต หรือเผากงศุล หรือยุยงให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่บริเวรแยกราชประสงค์ เกิดจากการที่รัฐบาลชุดนั้น ได้ใช้กำลังทหารเข้ากด กระชับพื้นที่ และปิดล้อมไว้ทั้งหมด พร้อมทั้ง ยังได้ใช้อาวุธเข้ามาในการสลายการชุมนุม กลุ่ม นปช. จนเป็นเหตุทำให้เกิดผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐาน ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานก่อร้าย จึงทำให้ไม่มีคำสั่งฟ้องในที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้า คดีการเสียชีวิต จากเหตุการณ์เสื้อแดงชุมนุมที่บริเวณถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ตกผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 นั้น ทางด้าน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด เผยว่า จะได้ข้อสรุปว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในคดีดังกล่าว ช่วงปลาย เดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ พนักงานอัยการเห็นว่า มีข้อไม่สมบูรณ์พอในหลักฐาน ที่จะดำเนินคดี กับ นายสุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมด้วย นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ถูกกล่าวหาในฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต โดยเบื้องต้นพนักงานอัยการเห็นว่า มีข้อไม่สมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีได้ และอัยการสูงสุดได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบแล้ว พร้อมทั้งเตรียมต้งคณะกรรมการเข้ามาช่วยทำงาน ทำการรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
http://news.voicetv.co.th/thailand/84679.html
อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องอดีตนายกฯทักษิณ ก่อการร้าย
อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในฐานความผิดร่วมกันก่อการร้าย ส่วนคดี สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 นั้น ทางอัยการสูงสุด เตรียมชี้ขาด ว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ส่งฟ้อง ปลายเดือนตุลาคมนี้
อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ในฐานความผิดร่วมกันก่อการร้าย ในกรณีที่ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร กับพวก 26 คน ผู้ต้องหา ฐานร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดหรือสนับสนุนให้มีการกระผิดฐานก่อการร้าย หรือเพื่อทำให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศไทยจากภายนอกประเทศ ในช่วงที่มีการชุมนุมของประชาชนกลุ่ม นปช. ที่แยกราชประสงค์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2553
สำหรับ เฉพาะคดีในส่วนของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั้น ได้มีการแยกสำนวนต่างจากผู้ต้องหาอื่น เนื่องจากเป็นความผิดที่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร ซึ่งอยู่ในอำนาจของอัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่ง และในขณะนั้นได้พำนักอยู่ต่างประเทศ โดยได้วิดีโอลิงค์ โฟนอินเข้ามายังในเวทีปราศรัย ของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ที่ได้ประท้วงอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยสาระเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีการยุบสภาตามวิธีทางระบอบประชาธิปไตย รวมถึงโจมตีการปฏิวัติรัฐประหาร และยังโจมตีการบริหารงานของรัฐบาลชุดนั้น ในขณะนั้น
ซึ่งทาง พันตำรวจโท ทักษิณ ไม่เคยได้กล่าวผ่านวิดีโอลิงค์ ว่าเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมกระทำผิดกฎหมายใดๆ ทั้งการเผาศาลากลางจังหวัด เผาสถานฑูต หรือเผากงศุล หรือยุยงให้ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ด้วยวิธีการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่บริเวรแยกราชประสงค์ เกิดจากการที่รัฐบาลชุดนั้น ได้ใช้กำลังทหารเข้ากด กระชับพื้นที่ และปิดล้อมไว้ทั้งหมด พร้อมทั้ง ยังได้ใช้อาวุธเข้ามาในการสลายการชุมนุม กลุ่ม นปช. จนเป็นเหตุทำให้เกิดผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม พยานหลักฐาน ยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้ร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานก่อร้าย จึงทำให้ไม่มีคำสั่งฟ้องในที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้า คดีการเสียชีวิต จากเหตุการณ์เสื้อแดงชุมนุมที่บริเวณถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองนายกฯ และอดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ตกผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 นั้น ทางด้าน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด เผยว่า จะได้ข้อสรุปว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องในคดีดังกล่าว ช่วงปลาย เดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ พนักงานอัยการเห็นว่า มีข้อไม่สมบูรณ์พอในหลักฐาน ที่จะดำเนินคดี กับ นายสุรพงษ์ สืบวงษ์ลี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมด้วย นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ถูกกล่าวหาในฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต โดยเบื้องต้นพนักงานอัยการเห็นว่า มีข้อไม่สมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีได้ และอัยการสูงสุดได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบแล้ว พร้อมทั้งเตรียมต้งคณะกรรมการเข้ามาช่วยทำงาน ทำการรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
http://news.voicetv.co.th/thailand/84679.html