ม็อคค่าปาท่องโก๋ : “โรงหนังภูธร” ในยุคเปลี่ยนผ่าน (ตอนจบ)

สวัสดีครับ

      ขออนุญาต นำคอลัมน์ "ม็อกค่าปาท่องโก๋" ที่ผมเขียนประจำในเนชั่นสุดสัปดาห์นั้น มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน เพื่อขอคำแนะนำ คำติชม เพื่อปรับปรุงงานเขียนต่อไปในอนาคตเรื่อยๆครับ ขอบคุณครับ

เนชั่นสุดสัปดาห์ เล่มที่ 1109

“โรงหนังภูธร” ในยุคเปลี่ยนผ่าน (ตอนจบ)

****อ่านตอนแรกได้ที่นี่ครับ ม็อคค่าปาท่องโก๋ : “โรงหนังภูธร” ในยุคเปลี่ยนผ่าน (ตอนแรก) http://pantip.com/topic/31086596 ****

Mr. Coffee : ได้ยินว่าการฉายหนังในระบบฟิล์ม ฟิล์มถึงชุดสามารถจัดฉายได้หลายโรง ทำได้จริงหรือไม่และทำอย่างไร
คุณหนุ่ม : จริงครับ ฟิล์ม 1 ชุดสามารถฉายได้หลายโรง และโรงภาพยนตร์ที่มีหลายโรงในสถานที่เดียวกันก็ทำแบบนี้ทุกที่

Mr. Coffee : ฟิล์ม 1 ชุดที่เคยจัดฉายได้สูงสุดกี่รอบต่อวัน
คุณหนุ่ม : โดยปกติตามความเข้าใจทั่วไป ฟิล์ม 1 ชุด น่าจะจัดฉายได้ในดรงเดียวได้ประมาณ 6-7 รอบต่อวัน (เช้าถึงดึก) แต่ ผมสามารถจัดให้ฉายได้มากถึง 20รอบต่อวัน โดยมีการส่งฟิล์มวิ่งไปฉายต่อที่โรงอื่น

Mr. Coffee : แล้วในด้านการสึกหรอของฟิล์ม จะมีเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
คุณหนุ่ม : แน่นอน ฟิล์มก็จะช้ำง่ายกว่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแล roller ของเครื่องฉายที่ใช้ฉาย อาจเป็นปัญหาบ้างที่รอยต่อของม้วน

Mr. Coffee : แสดงว่าเป็นข้อดีของระบบฟิล์ม ใช่หรือไม่เพราะระบบดิจิตอลทำแบบนี้ไม่ได้
คุณหนุ่ม : ตรงนี้ขออธิบายรายละเอียดทางเทคนิกนิดนึงนะครับ ถ้าเป็นโรงที่ฉายด้วยระบบฟิล์ม เรานำฟิล์มมา 1 copy สามารถนำมาฉายหลายโรงได้อย่างที่กล่าวมา ปั่นรอบเพิ่มได้ แต่ถ้าเป็นโรงที่ฉายด้วยระบบดิจิตอล จะมี Server ที่มี Serial Number ของแต่ละเครื่องแต่ละโรง ในการเอาหนังมาโหลด ไฟล์หนังถูกเข้ารหัสไว้ ไม่สามารถฉายได้จนกว่าจะได้ รับรหัส ซึ่งรหัสจะถูกสร้างขึ้นเฉพาะเครื่อง server แต่ละเครื่อง ไม่สามารถนำไปใช้กับเครื่องอื่นๆได้ เป็นเรื่องของระบบความปลอดภัยครับ ดังนั้นแม้ไฟล์หนังจะหลุดออกไปก็ไม่สามารถนำไปเปิดใช้ได้ครับ โดยข้อดีของระบบดิจิตอลคือ ไม่ต้องพิมพ์ฟิล์มซึ่งมีต้นทุนการผลิตสูง และถึงแม้จะฉายไปหลายรอบก็ไม่เกิดความสึกหรอไม่ลายครับ

Mr. Coffee : ขออนุญาตกลับมาที่ระบบฟิล์ม ในหนัง 1เรื่อง ฟิล์มจะถูกแบ่งเป็นกี่ส่วน
คุณหนุ่ม : ส่วนใหญ่ฟิล์ม 1 ม้วน(รีล) จะยาวประมาณ 15-20 นาที โดยจะส่งมาเป็นรีล หนัง 1 เรื่องก็จะส่งมาประมาณ 6-8 รีล โดยจะใช้วิธี โรงที่ฉายโรงแรก จะฉายรีลที่ 1 ก่อน พอจบ ก็รีบกรอ แล้วนำไปฉายในโรงถัดไป ขณะนั้น โรงที่ 1 ก็ฉายรีลที่ 2 แล้ว แต่ถ้าในโรงหนังที่มีห้องฉายจากศูนย์กลาง ก็จะมีระบบ Loop โดยฟิล์มก็จะไหลขึ้นไปตามราง ไปที่เครื่องฉายของแต่ละโรง ส่วนช่วงที่ไม่ได้ฉายก็จะมีฟิล์ม dummy หมุนรอไปก่อน ทำเป็น roller วิ่งหากันเลย แต่ของผมไม่ได้ใช้ระบบนั้น เพราะโรงหนังของผมไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ระบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรก ก็ใช้คนวิ่งแทน ซึ่งก็ทำรอบได้ดีหรืออาจจะมากกว่าระบบ roller ด้วยซ้ำไป แต่ของผมจะต้องใช้พนักงานฉายหนังมากกว่าระบบ Loop

Mr. Coffee : ทำไม่หนัง Hollywood ที่ฉายในต่างจังหวัด ถึงเป็นแบบพากย์ไทย เป็นเรื่องปกติหรือความนิยมหรืออื่นๆ
คุณหนุ่ม : เป็นเรื่องปกติและความนิยม ทางเราเคยพยายามสร้างกลุ่ม soundtrack นำหนัง soundtrack มาฉาย แต่คนดูน้อยครับ คงเป็นที่คนไม่อยากอ่าน subtitle ฟังไม่ออกก็ต้องอ่าน คนดูก็อยากฟังสบายๆมากกว่า วัฒนธรรมมาแบบนี้ ในอีสานที่เห็นว่าฉายหนัง soundtrack ได้มีแค่ที่ขอนแก่นที่เดียว จริงๆระบบฟิล์ม มีทั้งแบบ soundtrack และพากย์ไทย ให้เลือกอยู่แล้ว แต่ระบบดิจิตอลในช่วงแรกๆไม่มีพากย์ไทย แต่ปัจจุบันก็มีแล้ว เท่าที่เคยทดลองนำ soundtrack มาฉาย จำนวนคนดูจะต่างกันหลายเท่า

Mr. Coffee : ที่กรุงเทพฯ ถ้าดูจากรอบฉาย ดูเหมือนว่าพากย์ไทยจะได้รับความนิยมน้อยกว่า
คุณหนุ่ม : จริงๆที่จังหวัดใหญ่ๆหรือแหล่งท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต ก็จะมี soundtrack ให้เลือกชมได้ ที่จริงอาจจะเกิดจากตั้งแต่สมัยก่อนสมัยคุณพ่อของผมดูหนังที่กรุงเทพฯ ก็มีแต่ soundtrack ไม่มีพากย์ไทย น่าจะเป็นที่วัฒนธรรมมาแบบไทย ที่ต่างจังหวัดเริมฉายแบบพากย์ไทย ก็ดูพากย์ไทยกันมาตลอด ถ้าจะเปลี่ยน คงจะลำบาก

Mr. Coffee : ทิศทางการพัฒนาและปรับตัวของเครือเนวาด้า ให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นระบบดิจิตอล หรือ 3D
คุณหนุ่ม : ก็แน่นอน จริงๆเทคโนโลยีการฉายหนังด้วยระบบดิจิตอล มีเข้ามาไทยประเทศไทยหลายปีมากๆแล้ว แต่ในสมัยก่อนนั้นราคาจะสูงมาก ในยุคแรกพูดกันในระดับ 10 ล้านบาทต่อโรง ผมเคยเช็คราคาเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ก็ยังอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาทต่อโรง และในขณะนั้น ความแตกต่างของระบบฟิล์มและดิจิตอลในดู ยังแทบไม่แตกต่างกัน และดิจิตอลก็มี 3D (สามมิติ) ขึ้นมาเพื่อสร้างความแตกต่าง แต่หลังจากนั้นก็มีระบบที่ช่วยเหลือโรงภาพยนตร์ที่ยังใช้ฟิล์มฉายอยู่ขึ้นมาคือระบบ  Technicolor 3D (เป็น 3D ระบบฟิล์ม) ซึ่งผมได้นำระบบนี้มาฉายตอนที่ Tranformer : Dark of the Moon ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ถือว่าคุ้มค่าถึงแม้จะลงทุนเยอะก็ตาม และในช่วงปี 2554-2555 ก็มีหนังที่ใช้ระบบ Technicolor 3D หลายเรื่อง แต่ในปี 2556 แทบไม่มีฉายแล้ว

Mr. Coffee : เพราะอะไรหนังในระบบ Technicolor 3D ถึงลดจำนวนลง
คุณหนุ่ม : ก็น่าจะเกิดจากสภาวะของโลก ที่ผู้ผลิตฟิล์มเริ่มทำธุรกิจต่อไปไม่ไหว  ยักษ์ใหญ่อย่าง Kodak ประกาศปิดตัวลง ฟิล์มหายากขึ้น ต้นทุนสูงขึ้น อันที่จริงก็มีความพยายามให้เปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิตอลกันมานานแล้ว

Mr. Coffee : แล้วปัจจุบันทางเนวาด้ามีโรงที่ฉายในระบบดิจิตอลแล้วหรือยัง? ถ้ามีแล้วผลตอบรับเป็นอย่างไร
คุณหนุ่ม : มีครับ ในเครือตอนนี้มี 5 โรง โดยเป็นแบบเครื่องฉายคู่คือ ฟิล์ม 1 เครื่อง ดิจิตอล 1 เครื่อง เพราะปกติโรงของผมจะมีเครื่องฉาย 2 เครื่องอยู่แล้ว เพราะสมัยก่อนระบบฟิล์มจะใช้การฉายด้วยเครื่องฉายคู่สลับม้วนฟิล์มกัน แต่หลังๆพัฒนามาจนเหลือเพียงเครื่องเดียว เพราะการตัดต่อจะไม่สะดุดแบบใช้ 2 เครื่อง ข้อดีของดิจิตอลก็แน่นอนคือ หนังไม่ลาย จะฉายไปกี่สัปดาห์ก็ไม่มีลาย ส่วนในด้านความสว่างไม่ต่างกัน แต่หลอดฉายของฟิล์มจะราคาถูกกว่าหลอดฉายในระบบดิจิตอล 2-3 เท่า ในขณะที่อายุการใช้งานนานกว่า ดังนั้นต้นทุนของระบบดิจิตอลจะแพงกว่าในด้านอุปกรณ์ แต่ง่ายกว่าในด้านการฉาย ตั้งเครื่องครั้งเดียว ไม่ต้องทำอะไรอีกเลย ม่านปิดเปิดเอง ไฟหรี่เองสว่างเอง เป็นระบบ automation

Mr. Coffee : ในอนาคต โรงภาพยนตร์จะต้องฉายในระบบดิจิตอลทั้งหมดหรือไม่
คุณหนุ่ม : แน่นนอน เพราะ ณ วันนี้ ค่ายหนังหลายค่ายแจ้งแล้วว่าจะยกเลิกระบบฟิล์ม เช่น 20th Century Fox ได้แจ้งมาแล้วว่า ตั้งแต่หนังเรื่อง Percy Jackson: Sea of Monsters ที่กำลังจะเข้าฉาย เป็นเรื่องแรกที่จะไม่มีระบบฟิล์มให้เลือกอีกแล้ว เลิกฟิล์มแล้ว ส่วนค่ายอื่นๆก็แจ้งมาแล้วว่าจะมีการยกเลิกฟิล์มเช่นกัน บางค่ายก็ Quarter แรกของปี 2014 บางค่ายก็ Quarter ที่ 2 ของปี 2014 หนัง Hollywood ผมเชื่อว่าปีหน้าหมด แต่หนังไทยอาจจะยังมีอยู่

Mr. Coffee : แบบนี้โรงภาพยนตร์ชั้น 2ลำบากแน่
คุณหนุ่ม : ใช่ครับ ถ้าไม่ปรับตัวแย่แน่นอน

Mr. Coffee : อีก 10 ปีข้างหน้าโรงภาพยนตร์ในต่างจังหวัดจะต้องปรับตัวอย่างไร
คุณหนุ่ม : ก็ต้องปรับตัว เครือหนังค่ายใหญ่ก็จะขยายเข้ามามากขึ้น ต้องยอมรับสัจธรรมและความเปลี่ยนแปลงให้ได้ เรื่องระบบดิจิตอลมาแน่ๆ

Mr. Coffee : ปัจจุบันเครือเนวาด้ามีโรงภาพยนตร์ทั้งหมดกี่แห่งและกี่โรง
คุณหนุ่ม : มี 4 แห่ง อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด สกลนคร และอุดรธานี อุบลฯมี 7 โรง ร้อยเอ็ดและสกลนครมีที่ 3 โรง อุดรฯมี 8 โรง รวมทั้งหมดก็ 21 โรง โรงดิจิตอลมีที่อุบลฯ 3 โรง และอุดรฯ 2โรง ต้นทุนต่อการปรับเปลี่ยนเป็นระบบดิจิตอลต่อ 1 โรงประมาณ 2-3 ล้านบาท

ฝากบทความก่อนๆด้วยนะครับ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่