ม็อกค่าปาท่องโก๋ : จิบกาแฟกับ “โต้ง 1,000 ล้าน” (ตอนที่ 2)

สวัสดีครับ

      ขออนุญาต นำคอลัมน์ "ม็อกค่าปาท่องโก๋" ที่ผมเขียนประจำในเนชั่นสุดสัปดาห์นั้น มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน เพื่อขอคำแนะนำ คำติชม เพื่อปรับปรุงงานเขียนต่อไปในอนาคตเรื่อยๆครับ ขอบคุณครับ

เนชั่นสุดสัปดาห์ เล่มที่ 1099


****อ่านตอนแรกได้ที่นี่ครับ ม็อกค่าปาท่องโก๋ : จิบกาแฟกับ “โต้ง 1,000 ล้าน” (ตอนที่ 1) http://pantip.com/topic/30965553 ****

Mr. Coffee : คุณโต้งเคยสนใจที่จะทำงานประเภทอื่น ที่ไม่ใช่หนัง เช่น ละคร ละครเวที มีการทาบทามหรือชักชวนหรือไม่
คุณโต้ง : ก็มีละครเวทีติดต่อเข้ามาบ้างครับ ส่วนโฆษณาผมทำอยู่แล้ว ด้าน MV ก็มีมาเรื่อยๆ นะ แต่ผมไม่ค่อยถนัด ละครเวทีน่าสนใจที่สุด อาจเป็นเพราะผมอยากทำเองด้วย คือผมเคยเขียนบทความลงนิตยสารเอนเตอร์เทนเกี่ยวกับละครเวที ทางค่ายซีนาริโอก็เลยมาชวนให้ทำ พอดีรู้จักกันอยู่แล้ว แต่ละครเวทีคงต้องใช้เวลากับมันนานมาก ยังไงตอนนี้ยังอยากทำหนังอยู่ ส่วนละครเวที ถ้าทำ ก็คงอีก 2-3 ปี

Mr. Coffee : แล้วพวก Sit-com ล่ะครับ
คุณโต้ง : ไม่ทำแน่นอน เพราะว่าไม่ใช่ทางของเราครับ ละครทีวียังอยากทำมากกว่า อย่างเวลาผมเห็นเรยา (ดอกส้มสีทอง) หรือแรงเงา ดัง ผมจะชอบ อยากจะศึกษาว่าอะไรที่ทำให้เขาดังได้ขนาดนั้น คือละครเวลาออนพร้อมๆ กัน มันมีเป็นสิบๆ เรื่องใช่ไหมครับ แต่ถ้ามันดังเรื่องเดียว แสดงว่ามันต้องมีอะไร หรืออย่างละครชุดคุณชาย ผมอยากไปดูทีมงานเขาทำงานเหมือนกัน เพราะเขาดังมาก

Mr. Coffee : ปัจจุบัน Social Network มีผลต่อหนังมากขนาดไหน
คุณโต้ง : ก็มีผลสองด้านนะ คือถ้าหนังมันโดน หนังก็จะแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหนังมันแย่ ก็จะลบอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีผลมากเท่า Mass Media คือถ้าเราจะพูดถึงหนังเรื่องหนึ่งให้กว้างทั่วประเทศ ชาวบ้านรู้จัก ต้องทีวีเท่านั้น อย่างอื่นคนเหล่านี้ไม่สนใจ Twitter ไม่รู้จัก เอาจริงๆ นะครับ Twitter เนี่ย เล็กมากๆ ครับ Facebook ใหญ่กว่า เพราะว่า Mass กว่า ถ้าจะบอกว่าอะไรสำคัญที่สุด เพื่อนเค้าสำคัญที่สุด คือปากต่อปาก เค้าไม่สนใจนักวิจารณ์ เซเล็บในทวีตก็มีไม่กี่คนหรอกครับ

Mr. Coffee : เวบ Pantip ล่ะครับ
คุณโต้ง : มีผลน้อยมากครับ ผมว่าหลักหมื่นคนเองครับ

Mr. Coffee : แล้วถ้าเทียบกับรายการของคุณสรยุทธล่ะครับ
คุณโต้ง : อันนี้สำคัญครับ วิทยุก็สำคัญ สมมติคลื่นที่เค้าฟังพูดซ้ำทุกวันว่า คุณต้องไปดู พี่มากฯ นี่โคตรตลก พูดอยู่นั่นแหล่ะ แปลว่าเค้าชอบมากจริงๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าพูดถึงหนังทุกเรื่องนะครับ หนังที่เค้าเลือกมาพูดถึงมันน้อยมาก ผมว่าการที่พี่มากฯ เข้าฉายพร้อมคู่กรรม ทำให้ทั้งสองเรื่องได้รับการพูดถึงอย่างรุนแรงมากๆๆ ทำให้คนแห่ออกมาดู

Mr. Coffee : ถ้าอีก 10 ปีข้างหน้าล่ะครับ อัตราส่วนการมีผลกระทบต่อหนัง ระหว่าง Social Network กับ Mass Media เปลี่ยนไปหรือไม่ มีโอกาสที่ Social Network จะแซงหรือไม่
คุณโต้ง : แซงหรือเปล่านี่พูดยากครับ แต่มีผลมากขึ้นแน่นอน น่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าครับ

Mr. Coffee : หากมีคนอยากเดินตามคุณโต้ง มีฝันอยากเป็นผู้กำกับหนัง มีวิธีตรวจสอบอย่างไรว่าควรจะเข้ามาอยู่ตรงนี้จริงๆ
คุณโต้ง : ผมว่าบางทียังถ้ายังเด็กอยู่ อาจตรวจสอบไม่ได้ชัดเจนนักครับ แต่ถ้าโตมาอีกสักพักก็จะรู้แหละครับว่าอยากทำตรงนี้หรือเปล่า แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องลงมือทำ คือแค่เราลงมือทำหนังสั้น สัก 2-3 เรื่อง ได้ทำงานกับทีม ทำงานกับเพื่อน ได้ออกฉายไปปุ๊บ แล้ว Happy หรือถ้าไม่ กระตือรือร้นที่จะสร้างงานต่อ หรือสามารถรับมือกับคำวิจารณ์ได้หรือไม่ ถ้าคนอยากเป็นผู้กำกับจริงๆ จะไม่มีทางล้มเลิกเลยครับ มันจะอยากทำต่อไปเรื่อยๆ จะสงสัย สามารถเอาลง youtube หรือส่งประกวด ถ้าคนอยากเป็นผู้กำกับจริงๆ เขาก็จะยืนของเขาได้เอง ผมเชื่ออย่างนั้น
ทุกวันนี้ผมว่าเด็กๆ กระตือรือร้นมากขึ้นเยอะเลย อย่างผมไปทำโฆษณา ลูกเอเจนซี่ มาดูเป็น 10 คนเลยครับ เอาหนังสั้นมาให้คอมเมนท์ ตอนผมยังเด็ก ผมยังไม่เห็นสนใจขนาดนี้เลย เอาเข้าจริงแล้ว ปัจจุบันอาชีพนี้สามารถเข้าไปถึงเด็กได้ง่ายขึ้นด้วย เครื่องไม้เครื่องมือเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น มีกล้องวิดีโอเล็กๆ มีคอมพิวเตอร์ก็ทำหนังได้แล้ว คือถ้าถามว่าสำรวจตัวเองยังไง ผมว่าก็ลงมือทำเลย และใช้เวลา มันไม่สามารถบอกได้ด้วยงานเดียวได้หรอก ต้องใช้เวลาเพื่อเพื่อดูว่าเราสนใจใจมันจริงๆ หรือไม่ บางคนงานเดียวอาจจะเลิกไปเลยก็มี

Mr. Coffee : เทคนิคการให้นักแสดง “ด้น” ฉากต่างๆ ตามความคิดของตัวเอง ที่คุณโต้งใช้ มีที่มาอย่างไร และประสบความสำเร็จ มากน้อยแค่ไหน
คุณโต้ง : จริงๆ ใช้มาตั้งแต่ 4 แพร่งแล้วครับ คือพอเราทำโฆษณา เราค้นพบเลยว่า การจะทำให้หนังเรื่องหนึ่งมันคม หรือ Memorable มันเกิดมาจาก Moment ที่คาดไม่ถึง มาจากความฟลุ๊ค ตรงนี้ระบบดิจิตอลมีประโยชน์มาก ฟิล์มทำไม่ได้ คือต้องรอเมจิกที่จะเกิดขึ้น ถ่ายไปเรื่อยๆ หนังตลกก็เหมือนกัน ถ้าเราคัทไปเลย ถ่ายตามบทเป๊ะๆ มันอาจจะไม่ขำ อย่าง 4 แพร่ง หรือพี่มากฯ ซึ่งเราก็จะรู้ว่าเจ้า 4 คนนี้มันเข้าขากัน มันฉลาดด้วย มันจะพูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ แต่มันตลกมาก แล้วมาใช้การตัดต่อ สิ่งเหล่านี้อยู่ในหนังเยอะเหมือนกันนะครับ 10 ถึง 20% เลยทีเดียว

Mr. Coffee : ในอนาคต คุณโต้งจะทำหนัง 3 มิติบ้างหรือไม่
คุณโต้ง : ถ้ามันไม่ยากนัก จริงๆ พี่มากฯ อยากทำเป็น 3 มิติมากครับ แต่พอได้ยินว่าแต่ละคัทต้องรอนาน ผมเลยขี้เกียจ เพราะหนังตลกผมอยากถ่ายเร็วๆ

Mr. Coffee : ในอนาคต มีโครงการจะเอา “พี่มาก...พระโขนง” ไปทำเป็น 3 มิติ เหมือน “จูราสสิก พาร์ค” ที่กำลังจะฉายบ้างหรือไม่
คุณโต้ง : คงไม่ละครับ ยกเว้นว่ามันจะออกมาดูดี เท่าที่ได้ยินมาตอนนี้มันออกมาไม่ค่อยดี อย่าง Jurassic Park 3D ที่คุณว่า ก็คงใช้เงินมหาศาล หนังไทยทำไม่ได้อยู่แล้ว

Mr. Coffee : มีคนพูดกันว่า ในเรื่อง “พี่มาก...พระโขนง” คุณโต้งได้แฝงนัยเรื่องของการเมืองไว้
คุณโต้ง : จริงๆ ในตัวเรื่องเรามีการคุยกันอยู่แล้วว่ามันมีนัยชัดเจนมาก เรื่องของคนนอก คือการที่คนอยู่กับผี คือคนที่สังคมไม่ยอมรับซึ่งจริงๆ มันคือคนที่แตกต่าง เราคุยกันแต่แรกแล้วว่าเราพูดเรื่องกว้างมาก ไม่ได้พูดว่านี่คือการเมือง จริงๆ มันคือการเหยียดผิว เหยียดชนชั้น เหยียดเพศที่ 3 หรือเหยียดความคิดทางการเมืองก็ได้ คือมันเป็นเรื่องเดียวกันหมด ทำไมเราต้องไปรังเกียจคนที่เห็นต่างจากเรา

(ตอนหน้าตอนจบครับ)

ฝากบทความก่อนๆด้วยนะครับ

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : Checker ฟันเฟืองสำคัญของ “หนังไทย”
http://pantip.com/topic/30776136

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : End Credits กับ “ความโง่” ของ “โรงหนัง”
http://pantip.com/topic/30848998

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ว่าด้วย DVD Box Set
http://pantip.com/topic/30862595

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ปมร้อนตั๋วหนัง : กรณีศึกษาโรงหนังมาเลเซีย
http://pantip.com/topic/30923730

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ยอดเยี่ยมที่สุด
http://pantip.com/topic/30934588

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : จิบกาแฟกับ “โต้ง 1,000 ล้าน” (ตอนที่ 1)
http://pantip.com/topic/30965553
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่