เรื่องของ '.....'

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกท่าน
วันนี้มีเรื่องสั้นพร้อมเพลงมาฝากอีกแล้วค่ะ

เป็นเรื่องสั้นสองตอนจบ
เพลงประกอบอาจจะไม่เข้ากันเท่าไหร่ หายากจังค่ะ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้



เรื่องของ '....'





“..ฉันกลับมาแล้ว..”    

              “..ฉันกลับมาแล้ว..”    

              “..ฉันกลับมาแล้ว..”

ใช่..ในที่สุด...ฉันก็ได้กลับมา...    
    

    บ้านสีขาวสองชั้นขนาดใหญ่ภายในเนื้อที่หนึ่งร้อยตารางวาปรากฏแก่สายตาของฉันอีกครั้ง ฉันตัวสั่นเทาหวนคิดถึงวันคืนเก่า วันคืนแห่งความสุขที่เกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ หลังที่จากไปนานจนคิดว่าไม่มีโอกาสจะได้กลับมาอีกแล้ว บ้านหลังนี้..ที่ในที่สุด..ฉันก็ได้กลับมา..   


หกปีก่อน...   
ตลาดเช้า จ.สตูล  
    


             “เอ้า..เร่เข้ามา..มาดูมาชิมสินค้าของดี ไม่ซื้อไม่หาเข้ามาดูฟรีๆ ไม่เสียสตางค์ เอ้า..เร่เข้ามาจ้า”    

    “กุ้ง หอย ปู ปลา สดๆ ไม่แพง หรอยแท้ สดๆ เข้ามาดูก่อนจ้า”    

    เสียงพ่อค้าตะโกนโหวกเหวกท่ามกลางผู้คนมากมายรายล้อมแน่นขนัดด้วยความสนใจในโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลายเมื่อครู่ ฉันได้แต่เหลือบตามองอย่างสนใจ ไม่สามารถเบียดตัวแทรกเข้าไปได้ถึงแม้กลิ่นหอมของเจ้าสิ่งที่พ่อค้ากำลังโฆษณาจะยั่วยวนใจให้ท้องหิวมากเพียงใด   

    ‘หอมจัง..กลิ่นอะไรน่ะ..หิวจัง อยากกินจังเลย’        

             ฉันคิดรำพึงในใจ ร่างกายของฉันกำลังอ่อนแรงลงทุกขณะ ฉันเหนื่อยล้าเดินหนาวตากฝนมาหลายวัน ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกทำอะไรได้แต่นอนนิ่งหนาวสั่นอยู่ในซอกหลืบมุมหนึ่งของตลาดขายอาหารทะเลสดที่เฉอะแฉะและสุดแสนจะสกปรก ตาจะหลับมิหลับแหล่ แต่ฉัน..ก็ยังหลับไม่ได้..ที่นี่อันตรายเกินไป ทั้งผู้คนขวักไขว่และรถราสัญจรไปมา ฉันรู้สึกกลัวสถานที่แห่งนี้จริงๆ ถ้าไม่ได้ยินเสียงใจดีของใครบางคนเรียกฉันเอาไว้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน    

    “เจ้า..ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ”   

    ฉันมองที่มาของเสียงจากจุดที่อยู่ใกล้กับระดับสายตามากที่สุด รองเท้าแตะคีบสีขาวบางคาดทับน้ำเงิน รูปทรงโบราณที่มีขายราคาถูกทั่วไปตามท้องตลาดปรากฏสู่สายตา รองเท้าคู่นั้นแสนเก่าแทบจะขาด พื้นของมันบางเฉียบราวกับผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก ฉันมองเลยขึ้นไปก็พบว่าคนนั้นกำลังยิ้มอ่อนโยนสายตามีคำถามส่งมาให้ฉันที่นอนหมอบราบกับพื้นอย่างหมดแรง ดวงตาของฉันคงเต็มไปด้วยคำถาม เขามองฉันอยู่นานทั้งที่รู้ว่าไม่มีวันได้คำตอบ แล้วใครบางคนก็ก้าวเข้ามา    

    “พระอาจารย์..ทำอะไรครับรถติดมาก กำลังจะเวียนมาใกล้ถึงแล้ว เราไปรอหน้าถนนดีกว่าจะได้ขึ้นทันที รถติดเกรงใจคนอื่น”    

    “ได้สิ..โยม.. เอาเนื้อทอดในย่ามอาจารย์มาให้หน่อย”   

    ฉันมองตามสายตาคนที่ได้ชื่อว่า ‘พระอาจารย์’ ไปยังคนมาใหม่อายุไม่มาก น่าจะไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ ส่วนคนที่ชื่อว่า ‘พระอาจารย์’ น่าจะอายุอานามไม่เกินสามสิบจากที่ฉันประเมินด้วยสายตา  แล้วกลิ่นหอมของเนื้อทอดก็ปรากฏอยู่แค่ปลายจมูกฉันอย่างไม่ทันตั้งตัว   

    “เอ้ากินสิ..กินให้อิ่มท้องนะ..เจ้า”
   
    มือหนากร้านยื่นเนื้อทอดชิ้นบางมาจ่อปากของฉัน ปากที่ตอนนี้มันสั่นเทาไปด้วยความหิวปนซาบซึ้งในน้ำใจ ดวงตาของฉันเริ่มมีน้ำคลอระยิบ ค่อยๆอ้าปากไปรับสิ่งของที่หอมยั่วใจนั้นทันที    

    “ดีมาก..จะเอาตั้งไว้ให้ตรงนี้นะ กินให้หมด..จะได้อิ่มท้องทั้งวัน”   

    ฉันมองตามหลังคนที่ได้ชื่อว่า ‘พระอาจารย์’ จนเขาขี้นรถไปอย่างรีบร้อนเพราะรถติดหนักตลอดแนว ชายในชุดคลุมแปลกตาสีอะไรฉันก็ไม่รู้เพราะประสาทการรับรู้เรื่องสีฉันไม่มี เขาช่างไม่เหมือนคนเดินถนนทั่วไป ไม่มีผมแม้สักเส้น แต่สายตาเขากลับอ่อนโยนแล้วมองมายังฉันอย่างสงสาร ฉันคิดว่าอย่างนั้น ดูจากสายตาของเขา   

    ‘ขอบคุณนะ’   

    ฉันนึกในใจแล้วมองสารรูปตัวเองเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆชันกายลุกขึ้นอย่างปวดร้าว คงเพราะฉันนอนนานเกินไปแล้ว เนื้อทอดหมดไปอย่างรวดเร็วเพราะฉันกลัวจะถูกแย่งฉันต้องจัดการมันให้หมดให้ท้องอิ่มเสียก่อนเป็นดี พอเงยหน้าขึ้นอีกทีฉันก็ยังเห็น ‘พระอาจารย์’ ยังอยู่ที่เดิม อาจเพราะรถติด ฉันหันรีหันขวางมองไปรอบๆ แล้วฉันก็เห็นเขากวักมือเรียกฉันให้เข้าไปหา ฉันทำตามอย่างว่าง่ายค่อยๆก้าวขาสั่นเทาออกเดินไปใกล้ๆ    

    “ไปอยู่ด้วยกันไหม”   

    คำพูดอ่อนโยนจากในรถที่ ‘พระอาจารย์’ เปิดกระจกชะโงกหน้ามาคุยกับฉันที่ยืนอยู่ข้างรถตรงจุดที่เขานั่งอยู่ ฉันได้แต่มองอย่างสงสัย ดวงตามีแววลิงโลดนิดๆ ว่าเขาพูดจริงหรือหลอกให้ดีใจเล่น ปรากฏว่าเขาเปิดประตูรถ ท่ามกลางคำทักท้วงของคนในรถ ก็รถยนต์คันนั้นเป็นรถเก๋งชั้นดีราคาแพงที่เจ้าของคงจะหวงน่าดูจนต้องเอ็ดออกมาเบาๆ   

    “จารย์อย่าไปมอง สกปรกจะตาย ไป..ไป๊..ชิ๊ว อย่าขึ้นมา”    

    “ไปด้วยกันเถอะ ถ้าอยากไปก็ขึ้นรถมาเลย เร็วๆ”    

    เสียงคนนั้นดังแหวกอากาศผ่านคนที่เพิ่งไล่ฉันเมื่อครู่ ฉันเห็นเขาคนที่มองฉันด้วยสายตาเหยียดหยามลอบถอนหายใจเบาๆอย่างขัดไม่ได้ ขณะนั้นสัญญาณไฟจราจรก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว ฉันต้องตัดสินใจเมื่อได้ยินคำถามย้ำอีกครั้ง    

    “เจ้าคงไม่อยากเร่ร่อนหรอกใช่ไหม..มาสิ เราไม่ดุหรอก”    

    “เร็วๆ รถจะไปแล้ว”    

    ฉันตัดสินใจได้ในนาทีนั้นแล้วก้าวขึ้นไปนั่งตัวลีบอยู่ระหว่างเท้าสองข้างของคนใจดีที่ให้ฉันขึ้นรถมาด้วย เขาลูบศีรษะฉันไปมาอย่างเอ็นดูแล้วบอกฉันที่มองเขาด้วยสายตาละห้อยว่า    

    “เดี๋ยวจะพาไปฝากคนที่เขารัก เจ้าจะได้มีที่อยู่นะ”     

    “จารย์จะเอาไปฝากใคร พี่ๆเขาก็มีของเขานะครับ”   

    ‘จารย์’ ในคำพูดของเขาเหลือบมองฉันอย่างหมายมาดอีกครั้ง ในเวลาเกือบสองชั่วโมงที่ฉันนั่งสั่นสู้อยู่ในรถ ฉันก็ได้มาถึงสถานที่ที่เรียกว่า ‘บ้านของฉัน’ เป็นครั้งแรก  

    สถานที่ที่ฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเจ้านายที่แสนจะรักและเอาใจใส่ฉันตลอดห้าปีกับอีกสี่เดือน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ฉันจะต้องเร่ร่อนอีกครั้งนานกว่าแปดเดือน และตอนนี้ฉันก็ได้กลับมาที่ ‘บ้านของฉัน’ อีกครั้ง บ้านที่ฉันยังคงใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันตราบจนจะสิ้นลมหายใจสุดท้าย  
  
    อาจจะสงสัยว่าฉันหายไปไหนกว่าแปดเดือน หายไปได้อย่างไร โปรดติดตามเรื่องของฉันต่อไปในความเห็นด้านล่าง
อ้อ...เกือบลืม..ฉันเกือบลืมบอกไปว่าฉันชื่อ ‘พี่จุด’ ค่ะ...    


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่