วุ้นในตาเสื่อมเยอะมาก คำพูดหมอเชื่อได้ไหม?

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ ยาวหน่อยนะคะ

เรามีวุ้นในตาเสื่อมเยอะมาก มันจะเป็นจุดดำๆกับจุดใสๆ ถ้าเป็นจุดดำๆมันจะเป็นจุดใหญ่ๆประมาณ 4-5 จุด ลอยอยู่ใกล้ๆกัน

แต่ถ้าเป็นจุดใสๆ มันจะเรียงๆกันเป็นเส้น หรือเป็นแพ มันจะเป็นจุดเล็กๆแล้วเรียงๆกัน ถ้านับเป็นจุด จุดเล็กๆ เราว่ามีเป็นร้อยจุดค่ะ เพราะมันเยอะมาก

เคยไปหาหมอเมื่อเดือนก่อน หมอบอกว่า ปกติ ไม่ได้เป็นอะไร

สาเหตุที่เราไปหาหมอ เพราะเราอ่านจากในเน็ตและผ่านห้องสุขภาพของ pantip นี่ล่ะค่ะ

เคยมีคนแชร์ประสบการณ์ว่า บางทีถ้าเป็นมากๆแล้ว จอประสาทตาอาจจะฉีกขาดได้ ให้ไปตรวจกับจักษุแพทย์

แล้วเรื่องที่เห็นฟ้าแล้บ เราไม่ค่อยเข้าใจอันนี้ เราไม่ได้เห็นฟ้าแล้บ แต่เราชอบเห็นเป็นไฟตก (เหมือนไฟดับ ไฟกระพริบ)

ช่วงนั้นเราเครียดมาก เราเลยไปตรวจกับคุณหมอที่จังหวัดเรา (เมืองใหญ่ภาคอิสานนะคะ)

พอเข้าไปถึงห้องตรวจปุ๊บ หมอถามเราว่า "มาตรวจอะไรครับ" ประมาณนี้นะ จำคำพูดเป๊ะๆไม่ได้ --' (อีกอย่าง ในชีวิตเราไม่เคยไปหาหมอเลย เราไม่เคยป่วยเป็นอะไร เราเลยไม่มีประสบการณ์เข้าพบหมอ)

เราตอบหมอไปประมาณว่า "อยากมาตรวจจอประสาทตาค่ะ ว่ามันฉีกขาดหรือไม่"

แล้วหมอก็ถามว่า "คิดยังไงถึงมาตรวจ"

เราก็เลยบอกหมอว่า "หนูอ่านจากในเน็ตค่ะ เขาบอกว่าถ้ามีวุ้นในตาเสื่อมมากๆ ให้ลองไปตรวจดูว่ามีจอประสาทตาฉีกขาดไหม เพราะถ้ามันฉีกขาดมากๆแล้วอาจจะรักษาไม่ทัน แต่ถ้าฉีกขาดนิดเดียวอาจจะยังรักษาได้ทัน"

เราก็ใช้ภาษาพูดบ้านๆอ่ะนะ

เสร็จแล้ว หมอก็ถามเราว่า เราเรียนจบอะไรมา เรียนมหาลัยอะไร? เราก็งงนะว่า มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องเรียนฟระ?? O.O แต่เราก็ตอบๆไปนะ เพราะคิดว่าอาจเป็นการทักทายจากคุณหมอ แบบทักทายสร้างมิตรภาพกับคนไข้ อะไรแบบนี้

เสร็จแล้วหมอก็เอายาขยายรูม่านตา มาหยอดใส่ตาเรา ก็แสบๆนิดหน่อย แล้วหมอก็บอกให้ไปนั่งรอ เราจำไม่ได้นะ ประมาณ 30 นาทีมั้ง

สักพักหมอก็เรียกเข้าไป นานอยู่นะ น่าจะประมาณ 30 นาที

หมอเรียกเข้าไป แล้วหมอก็ใส่ที่ครอบหัว (คล้ายๆที่เขาหากบตอนกลางคืนอ่ะ) แล้วก็มีไฟฉายเล็กๆในมือ แล้วก็เอาส่องดูตาของเรา ทีละข้าง ข้างซ้าย แล้วก็ข้างขวา

พอส่องดูเสร็จแล้ว หมอก็บอกกับเราว่า "ก็ไม่มีอะไรนิ่ ปกติดี"

เราก็ขอบคุณคุณหมอ แล้วก็เข้าคิวรอรับยา (ยากิน และยาหยอดตา)

พอเดินออกจากคลินิกไปขึ้นรถ เรารู้สึก.. แปลกๆ.. ประมาณว่า "ตรูจะดีใจหรือเสียใจดีฟระ O.O"

ไม่ใช่ว่าอยากให้ตัวเองเป็นอะไรนะ แต่คิดว่าถ้าหมอตรวจเจอว่าจอประสาทตาฉีกขาด ก็จะได้ยิงเลเซอร์รักษา แต่พอหมอบอกว่าปกติดี ไม่มีอะไร เราก็งงๆ ไม่รู้สึกดีใจเลย เพราะกลัวหมอตรวจผิด

ผ่านมาแล้วเดือนกว่าๆ.. เราพยายามใช้ชีวิตให้ปกติ เวลาเห็นตะกอนวุ้นในตาลอยไปลอยมา โดยเฉพาะตอนกลางวันแสกๆ มองท้องฟ้า หรือผนังสีขาวๆ เห็นชัดมาก และเยอะมาก!!! ย้ำเลยนะว่า เยอะมากๆๆๆ!!

แต่พอเรารู้สึกกังวล เราก็จะบอกกับตัวเองว่า ก็เราไปตรวจมาแล้ว หมอบอกว่าปกติ ไม่ได้เป็นอะไร แล้วเราจะกังวลทำไมฟระ ? o.O

จนตอนนี้ ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆหลังการตรวจ เราก็ยังไม่หายกังวล เพราะเราเห็นจุดไข่ปลาลอยไปมาเยอะมาก! ไหนจะอาการไฟตก ชอบเห็นไฟตก ไฟกระพริบ (แต่อ่านในเน็ตเขาบอกว่า ถ้าจอประสาทตาฉีกขาดจะเห็นเหมือนฟ้าแล้บ) เราก็ไม่เข้าใจว่า ที่เราเห็นเหมือนไฟตก ไฟดับ แป้บๆเนี่ย มันถือว่าเห็นฟ้าแล้บหรือเปล่า ?? o.O

ฟ้าแล้บกับไฟตก มันก็ไม่เหมือนกันนะ ><

อยากถามชาวสวนลุมพินีว่า เป็นไปได้ไหมคะ ว่าหมอท่านหนึ่งจะวินิจฉัยผิด

เราคิดมากไปเอง กลุ้มใจไปเอง เราควรเชื่อหมอว่า เราไม่ได้เป็นอะไร

หรือเราควรจะไปตรวจกับหมอท่านอื่น แล้วเราจะไปตรวจหมอท่านไหนดีล่ะ --' ก็หมอที่เราเพิ่งไปตรวจด้วย ดังที่สุดในจังหวัดที่เราอยู่แล้ว --'

ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ (แนะนำหมอที่ กทม.ก็ได้นะคะ เราขึ้น กทม.บ่อย)
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
สว่นอื่น ๆ ที่อ่านเจอมานะคะ

เค้าโพสตอบไว้นานแล้วค่ะ ในพันทิป มีทั้งวิธีดูแลสายตาและ มีอาหารหลายกลุ่มที่บำรุงสายตาแยกเป็นข้อ

ๆ ค่ะ ควรเลือก กินให้ครบทุกข้อ ข้อละนิดหน่อย แล้วเวียนชนิดไปเรื่อย ตามความเหมาะสม (เหมาะสมตามราคาผักผลไม้แต่ละชนิด ส่วนตัวเน้นไม่แพงค่ะ ) น่าจะช่วยได้มากค่ะ
ลองอ่านดูนะคะ


1. อย่าซื้อยาหยอดตามาใช้เอง ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอย์
จะเขียนไว้ที่กล่องว่า ยาอันตราย หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน สารสเตียรอยด์
จะทำให้ความดันภายในตาสูงขึ้นเป็นผลให้เกิดโรคต้อหินได้
Ref http://forums.bcomcru.com/viewtopic.php?f=4&t=127&start=0&st=0&sk=t&sd=a

2. ประคบตาด้วยผ้าเย็น เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา พักสายตาระยะสั้นๆ
โดยการหลับตา หรือกระพริบตาอย่างช้าๆ กระพริบตาบ่อยๆ หรือลุกขึ้น
เปลี่ยนอิริยาบถประมาณ 2 - 3 นาที ในทุกครึ่งชั่วโมง

3. ดื่มน้ำมากๆ กินอาหารลดตาแห้ง เช่น กินกล้วยทุกวัน กินถั่วต่างๆวันละ 1 กำมือ
อาหารที่มีโอเมก้า3 ปลาทะเลน้ำลึก ปลาทูน่า ปลาแซลม่อน
Ref http://www.yourhealthyguide.com/article/as-4food-dry-eye.html

4. ระวังอย่าให้พัดลมหรือแอร์เป่าเข้าตาโดยตรง และสำหรับผู้ที่ทำงานหน้าจอ
คอมพิวเตอร์ทั้งวัน (ทั้งคืน) แนะนำให้พักประมาณ 10 นาทีทุกๆ 1 ชั่วโมงที่ใช้สายตา

5. ทานมะเขือเทศสีดาหรือราชินี เช้า 10 ลูก เย็น 10 ลูก รวมเป็น 20 ลูกต่อวัน
อย่างต่ำวันละ 10 ลูก หรือ มะเขือเทศลูกใหญ่ อย่างต่ำวันละ 2 – 3 ลูกต่อวัน

ประสบการณ์ของผู้ป่วย พี่โก๋ อายุ 53 ปี (พ.ศ. 2551) ทานมะเขือเทศวันละ 10 ลูกทุกวัน
บอกว่า ช่วยเรื่องตาแห้งของพี่มากๆเลย แต่ก่อนพี่ต้องไปหาหมอตาเดือนละ 1 ครั้ง
เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปหาหมอตาแล้ว ป.ล. จำไว้ว่าน้ำตาเทียมเป็นยา แต่มะเขือเทศเป็นอาหาร

การหาซื้อน้ำตาเทียมมาหยอด ซึ่งราคาก็แพงมาก แถมยังมีสารกัดบูด และก็ต้องหยอดทุกวัน
เลยคิดว่าจะเปลี่ยนวิธีการดูแลดวงตาจะดีกว่า
Ref http://smartgigcool.spaces.live.com/blog/cns!EDB5AC4F78B9745F!561.entry

6. สมุนไพรไทยบรรเทาโรคตาแห้ง สมุนไพรฤทธิ์ร้อน เช่น แครอท (ต้มสุกจนเละ), ฟักทอง
(ต้มสุกจนเละ), คะน้า, เมล็ดทานตะวัน, น้ำมันปลาโอเมก้า-3 สมุนไพรฤทธิ์เย็น เช่น ตำลึง,
ผักบุ้ง, มะละกอ, มะรุม, มะเขือเทศราชินี ขนาดรับประทาน ฟักทอง 2 – 3 ชิ้น และแครอท 1 หัว
มะเขือเทศราชินีวันละ 10 – 15 ลูก แบ่งไปตามมื้อ ส่วนผักบุ้ง ตำลึงรวมกัน 1 ถ้วย

7. กินบูลเบอรี่ ผักโขม หอมหัวใหญ่สีแดง มันเทศ ผักสีเขียว กินวิตามินรวมทุกวัน เดินอย่าง
น้อยสัปดาห์ละ 4 ครั้ง การออกกำลังกายจะช่วยลดความดันในลูกตา กินปลา หนีห่างจากของ
ขบเคี้ยวรสหวานหรือจำพวกไขมัน สวมหมวกกับแว่นกันแดด ลดอาหารเค็มจัดลดเกลือ
เปลี่ยนมาสคาร่าทุก 3 เดือน ใส่แว่นกันลม ใส่แว่นตาว่ายน้ำกันคลอรีนในสระว่ายน้ำ
Ref http://www.perfectly-health.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538724658&Ntype=2

8. กินผักใบเขียววันละ 100 กรัม ปวยเล้ง บล็อคโคลี ผักสีน้ำเงินม่วงดำ บลูเบอรี่ องุ่นแดง
ลูกเกด แอปเปิ้ลแดง ข้าวเหนียวดำ ปลากระป๋อง แอลมอน เมล็ดทานตะวัน
Ref http://health2you.blog.mthai.com/2009/04/12/public-5/comment
จากคุณ    : Blog_angel
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่