มื่อวันที่ 27 กันยายน ที่รัฐสภา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานมูลนิธิไทยพึ่งไทย กล่าวในการสัมมนาเรื่อง “การป้องกันและแก้ไขการกระทำละเมิดต่อพระพุทธรูปและสัญลักษณ์ในทางพระพุทธศาสนา” ที่จัดโดย คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมกับ 10 องค์กรพุทธศาสนา ว่าทุกคนคงมองเห็นตรงกันว่า ปัญหาหนึ่งของการละเมิดดังกล่าวคือ การออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่ยังมีปัญหาอยู่ ตนในฐานะที่เป็นนักการเมืองและอยู่สภามานานร่วม 20 ปี อยู่มาหลายรัฐบาล ดูแลหลายกระทรวงแม้ไม่เกี่ยวกับศาสนาโดยตรง แต่ตนมีจิตสำนึกและถือเป็นหน้าที่ว่าถ้ามีโอกาสก็จะทำให้สังคมดีขึ้นด้วยการนำคุณธรรม และศาสนาเข้ามา อย่างไรก็ตาม พระพุทธรูปถือเป็นสัญลักษณ์ที่บางคนก็มองว่าสำคัญ และบางคนมองว่าไม่สำคัญ จนกระทั่งมีการถกเถียงกันระหว่างพระ 2 รูป แต่ตนมองว่าพระพุทธรูปแม้จะเป็นวัตถุสร้างด้วยอิฐ หิน ดิน ทราย โลหะหรือทองคำ แต่องค์พระพุทธรูปมีคุณค่าเท่ากัน เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เรารำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรมคำสั่งสอน ตนไม่สนับสนุนให้กราบไหว้พระพุทธรูปเพื่อขอพร โชคลาภ ถูกหวย เพราะเป็นความเชื่อที่ผิด การมีพระพุทธรูปถือเป็นกุศโลบายของพระอริยสงฆ์ในอดีต
"กฎหมายมีความสำคัญและมีหลายอย่างต้องแก้ โดยหลายหน่วยงานต้องร่วมกันไม่ใช่แค่สำนักพระพุทธศาสนาแค่หน่วยงานเดียว สังคายนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และที่องค์กรชาวพุทธร้องเรียน และการบังคับใช้กฎหมายที่เรายังเพิกเฉยกันอยู่ มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญจึงเหมือนเราหละหลวมเพราะเราไม่เอาจริงเอาจัง ดังนั้น ถึงเวลาที่เราสังคมไทยต้องจริงจัง"
matichon.co.th
"สุดารัตน์" ชี้ปัญหาละเมิดพุทธศาสนาควรใช้กฎหมายมาบังคับด้วย
"กฎหมายมีความสำคัญและมีหลายอย่างต้องแก้ โดยหลายหน่วยงานต้องร่วมกันไม่ใช่แค่สำนักพระพุทธศาสนาแค่หน่วยงานเดียว สังคายนากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และที่องค์กรชาวพุทธร้องเรียน และการบังคับใช้กฎหมายที่เรายังเพิกเฉยกันอยู่ มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญจึงเหมือนเราหละหลวมเพราะเราไม่เอาจริงเอาจัง ดังนั้น ถึงเวลาที่เราสังคมไทยต้องจริงจัง"
matichon.co.th