แนวรบ ตีความ สภาวะ ตีบตัน อับจน จึงงัด วิชาก้นหีบ วิเคราะห์ มติชนออนไลน์

กระทู้สนทนา
ทันทีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

"เสียงข้างมาก" ลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ร่าง พ.ร.บ.รัฐธรรมนูญแก้ไข
เพิ่มเติมไว้วินิจฉัยเพื่อ "ตีความ"

ตีความว่าผิดบทบัญญัติของ "รัฐธรรมนูญ" หรือไม่

คู่ความขัดแย้งที่เคยเป็นระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม 40 ส.ว.
กับรัฐบาล กับพรรคเพื่อไทย ก็แปรเปลี่ยน กลายเป็นคู่ความขัดแย้ง
ระหว่างตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกับรัฐบาลและกับพรรค

เพื่อไทย

เหมือนกับว่า พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม 40 ส.ว. ได้ผลักภาระทั้งหมดมาไว้บนบ่าของ
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ด้าน 1 สามารถมองเห็นเช่นนั้นได้

ขณะเดียวกัน ด้าน 1 ก็สามารถมองเห็นได้ด้วยว่าบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ
ที่เคยเคลื่อนไหวเงียบๆ เหมือนกับเป็น "แนวหลัง" ได้ผงาดขึ้นมาเป็น "แนวหน้า"

และที่เคยเป็น "แนวหน้า" ก็ผันไปเป็น "แนวหลัง"

ที่เคยคาดหมายกันว่า สถานการณ์ได้เร่งให้ "องค์กรอิสระ" อันมากับรัฐธรรมนูญ
พ.ศ.2550 จำเป็นต้องเปิดตัวอย่างเต็มที่

อันเสี่ยงต่อโอกาส "เปลืองตัว"

อย่างยิ่ง



บทบาทของ "ศาลรัฐธรรมนูญ" เท่ากับเป็นการตอกย้ำอย่างจำหลักหนักแน่นและ
อย่างเป็นรูปธรรมถึงพลังตกค้างของรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

ทั้งหมดนี้มีฤทธิ์เดชตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ให้โอกาส

การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม 40 ส.ว. จึงเท่ากับงัดเอา "วิชาก้นหีบ"

มาใช้ เท่าที่โอกาสและเงื่อนไขจะอำนวยให้ได้

เหมือนกับยังมี "ฤทธิ์" มี "เดช"

แต่ในความเป็นจริงสะท้อนให้เห็นว่าพลานุภาพอันเกรียงไกรที่ได้มาจากรัฐประหาร
เมื่อเดือนกันยายน 2549 เริ่มอ่อนแรง

หมดลักษณะ "กัมมันต์" ลงเป็นลำดับ

ที่เห็นๆ นับแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือนสิงหาคม 2554
คืออาการอ่อนและคลายตัวลงของ "กองทัพ"

แม้ว่ารัฐบาลไม่เคยแทรกแซงและก้าวก่ายกองทัพเลย

อาการอ่อนและคลายตัวของกองทัพนั้นเองทำให้การเคลื่อนไหวส่วนอื่นโรยรา
ไม่ว่าจะเป็นความพยายาม "แช่แข็ง" ในเดือนพฤศจิกายน 2555 ไม่ว่าจะเป็น
ความพยายามอีกครั้งโดย "กองทัพประชาชน" ในเดือนสิงหาคม 2556

ในที่สุด คือการยุติบทบาทของ "พันธมิตร"



การที่พรรคประชาธิปัตย์ กลุ่ม 40 ส.ว. จำเป็นต้องงัดเอา "วิชาก้นหีบ" คือใช้
พลานุภาพของ "องค์กรอิสระ" จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงภาวะตีบตันและอับจน

ธรรมดา "วิชาก้นหีบ" ย่อมเป็นอาวุธ "สุดท้าย"

ไม่ว่าจะเป็นคนอย่าง อาวเอี๊ยงกงจื๊อ

ไม่ว่าจะเป็นคนอย่าง เบ๊คงคุ้ง หากไม่

จำเป็นจริงๆ จะไม่งัดเอา "วิชาก้นหีบ" ออกมาอย่างเด็ดขาด

เพราะเท่ากับ "เผย" ตัวตนออกมา

เพราะเท่ากับยอมรับในภาวะแปรเปลี่ยนพลิกผัน จากที่เคย "รุก"
มาอยู่ในภาวะ "ตั้งรับ" และเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะถูก

รุกฆาต หมด "ตัวเล่น"

เพราะเท่ากับเปิดเผยขุมกำลังที่เคยแอบแฝง ซ่อนเร้น และคอยปล่อยอาวุธ
แล้วเร้นกายไปอย่างไร้ร่องรอย

กลายเป็นการปะทะโดยตรง

กลายเป็นว่าศาลรัฐธรรมนูญมาพิจารณาแม้กระทั่งเรื่องงบประมาณอันเป็นกลไก
ของการบริหาร กลายเป็นว่าศาลรัฐธรรมนูญมาแย่งบทบาทและหน้าที่ของสมาชิก
รัฐสภาทั้งๆ ที่ฝ่ายนิติบัญญัติกระทำตามคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ

เปิด "เปลือย" ตัวตน "ล่อนจ้อน"



ถามว่าใครกันเล่าที่ลากถึงเอา "องค์กรอิสระ" อันเป็น "อาวุธลับ" ประดุจดัง "วิชาก้นหีบ" ออกมา

คำตอบ 1 เป็นการร้องขอของพรรคประชาธิปัตย์ประสานเข้ากับกลุ่ม 40 ส.ว.
คำตอบ 1 เป็นความเต็มใจของศาลรัฐธรรมนูญเองตั้งแต่ตีความขยายกรอบให้กับมาตรา 68 มาแล้ว

เปิด "เปลือย" ตัวตน "ล่อนจ้อน"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1380352160&grpid=01&catid=&subcatid=

ใครจะทะเลาะ โต้เถียงกันไปก็ช่างเขา  คิดถึงเพื่อน มาก ...ไม่ได้เจอกันแค่ วันเดียว
เหงาน่าดู ...ดีว่าเมื่อวาน  ไปเจอเพื่อน ๆ  สาวกชมรมคนเกลียด"ปู" ใหญ่โตกันทั้งนั้น...

เรามา  ด่ามาร์ค  อวยปู  อ่านดูกัน  ดีกว่า  เนอะ  ...
อ้อ  ใครจะมา "ขำกลิ้ง"  ก็ได้นะคะ  
กระทู้ชวน "ขำกลิ้ง" ค่ะ    "ด่ามาร์ค  อวยปู"   ยิ้ม

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่