นายกฯ หลงระเริงมายา บนหน้าผาเศรษฐกิจไทย!

กระทู้สนทนา
การบริหารเศรษฐกิจของประเทศชาติ ไม่ใช่การเล่นขายของ

หากทำผิดพลาดเสียหาย จะมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายทั่วประเทศ

มีทั้งที่ตายไปจริงๆ และตายทั้งเป็น



1) ขอเรียนว่า... นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทีมเศรษฐกิจใกล้ชิด มือไม่ถึงจริงๆ

ที่ผ่านมา ได้บริหารเศรษฐกิจของประเทศเข้ารกเข้าพง สาละวันเตี้ยลงไปทุกวัน

ยกตัวอย่าง สินค้าส่งออกที่เคยสร้างรายได้ เช่น ข้าว ยางพารา ฯลฯ บริหารจนย่อยยับไปกับมือ

บทบาทการทำงานที่ปรากฏชัดเจน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็ทำเป็นแต่เพียงเดินสายออกงาน โชว์ตัว ทำหน้าระรื่นอยู่หน้ากล้อง กลางแสงแฟล็ช ท่องบทผิดๆ ถูกๆ และยังหลงระเริงในคำป้อยอ สอพลอ โลมเลียของบริวารรอบตัว

ดูเหมือนนายกฯ ยิ่งลักษณ์จะมองไม่เห็นความจริง และไม่ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของความเป็นนายกรัฐมนตรีที่แท้จริงเอาเลยด้วยซ้ำว่า สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศชาติยามนี้ คนเป็นนายกฯ จะมาเที่ยวใช้จ่ายเงินแผ่นดินเหมือนเดินนวยนาดรูดบัตรเครดิตเล่นไปวันๆ ไม่ได้


2) คนเป็นนายกฯ จะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศได้ตรงกับความเป็นจริง ต้องไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงแขนของผู้ใกล้ชิดไม่กี่คน เชื่ออยู่ไม่กี่คน รับฟังอยู่ไม่กี่คน

การที่นักธุรกิจบางคนมีกิจการอู้ฟู่ มิได้หมายความว่าเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศจะดีไปด้วยเสมอไป

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ อย่าได้หลงคิดว่าเวลานี้คนไทยทุกคน นักธุรกิจไทยทุกคน กำลังขึ้นสวรรค์เหมือนนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ “แสนสิริ” ที่ออกมายกยอการบริหารของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกนอกหน้า

ก็สมควรอยู่... เพราะกิจการของนายเศรษฐากำลังล่ำซำสุดขีด ผลประกอบการกำลังจะทำลายสถิติต่อเนื่อง ไตรมาส 2/56 รายได้เติบโตขึ้น 49% จากไตรมาสแรก และเติบโต 39% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงสิ้นปีรายได้น่าจะทะลุเป้า 48,000 ล้านบาท!

                แต่นักธุรกิจไทยส่วนใหญ่ และคนไทยทั่วไป ไม่ได้อยู่บนสวรรค์เหมือนเสี่ยนิด!


                3) นายกฯ ยิ่งลักษณ์ควรเปิดหูเปิดตาออกไปจากแวดวงคนรู้ใจเดิมๆ จะเห็นความจริงของสัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจชัดเจนขึ้น

ยกตัวอย่าง

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ค้าปลีกไทย บอกว่า สินค้าอุปโภคบริโภคมียอดขายไม่เป็นไปตามเป้า เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ หลักใหญ่มาจากผลกระทบจากมาตรการประชานิยมของภาครัฐ ซึ่งหลายเรื่องกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน และยังกระทบต่อกำลังซื้อและอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของภาคเอกชน หากรัฐบาลต้องการแก้ไขต้องใช้ความจริงใจและยกเลิกนโยบายที่ไม่จำเป็น ตอนนี้นโยบายภาครัฐเป็นประชานิยมแบบ100% กลายเป็นการบิดเบือนเศรษฐกิจ เช่น จำนำข้าวราคาสูง จากเดิมประชาชนเก็บเกี่ยวได้จะขายครึ่งหนึ่งและเก็บไว้บริโภคครึ่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันขายทั้งหมด และค่อยทยอยซื้อบริโภคภายหลัง แต่เงินที่ได้จากการขายหมดไปจากการชำระหนี้แก่นายทุนแล้ว เป็นต้น

นางศรีนวล ก้อนศิลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ซีเอ็ด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านหนังสือและสำนักพิมพ์มีแนวโน้มลดลง ทั้งด้านยอดขายและการขยายสาขาใหม่ ที่ผ่านมาบริษัทได้ปิดสาขาร้านซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ในระดับอำเภอประมาณ 10 สาขา ซึ่งถือเป็นการปิดสาขามากที่สุดตั้งแต่เปิดให้บริการ เนื่องจากยอดขายหนังสือไม่คุ้มการดำเนินการ จากต้นทุนค่าแรง 300 บาทต่อวัน  อีกทั้งกำลังซื้อผู้บริโภคถดถอย จากภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่ม

นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เปิดเผยว่า แรงงานมีค่าครองชีพในชีวิตประจำวันสูงขึ้น แถมบริษัทเอกชนจำนวนมากต้องลดภาระค่าแรง จึงหันไปลดหรือเลิกโอที และลดกะการทำงาน นอกจากจะหนีปัญหาต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นแล้ว ยังพบด้วยว่าเป็นเพราะสินค้าที่ผลิตมียอดคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 2 และ3 ลดลง ทำให้นายจ้างต้องลดการผลิตลงตาม

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ค่ายรถยนต์มีการลดโอทีเป็นการชั่วคราว เนื่องจากรถคันแรกที่ส่งมอบความจริงจะต้องส่งมอบหมดแล้ว แต่ขณะนี้ลูกค้ายังไม่มาเอารถออก ต้องรอเคลียร์สต๊อกให้หมด

นายประชา ชัยสุวรรณ ประธานชมรมผู้ติดตามหนี้ที่เป็นธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสัญญาณชัดเจนว่าหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบัตรเครดิตน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะลูกหนี้หมุนเงินโดยการกดเงินสดเพื่อมาจ่ายค่างวดเช่าซื้อรถยนต์ ทำให้มีผลกระทบความสามารถในการชำระหนี้ยอดหนี้เก่า

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ประเมินภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2556 ว่าน่าจะมีอัตราการขยายตัวเพียง 2-3% ขณะที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือ GDP มีโอกาสค่อนข้างมากที่จะต่ำกว่า 4%

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การส่งออกขยายตัวเหลือ 1.5% และจีดีพีปีจะขยายตัวเพียง 3.7% (จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4%)

นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการจีดีพีปีนี้ลงมาอยู่ที่ 3.4% ส่วนตัวเลขการส่งออกคาดว่าจะเติบโตได้ 1.5%

นางสาวซู เซียน ลิม นักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยว่า ได้ปรับลดคาดการณ์เติบโตของจีดีพีลงมาอยู่แค่ 2.8% ฯลฯ

สุดท้าย... นายกฯ จะต้องผละตัวเองออกจากวงแขนห้อมล้อมของคนใกล้ชิด ออกมาสู่โลกความเป็นจริง

ยิ่งไปจำคำพูดของคนพวกนั้นมาบอกทำนองว่า ของแพงคิดไปเอง เศรษฐกิจไปได้ดีไม่มีปัญหา ฯลฯ ยิ่งพูดแบบนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนเขามองนายกฯ ยิ่งลักษณ์ด้วยสายตาสมเพทและสิ้นหวังมากขึ้นทุกวัน


ที่มา:http://www.naewna.com/politic/columnist/8826

ปล.อย่าปล่อยให้ชาวบ้านเขาคิดไปเองเลยนะครับ...นายกปู...เอิ๊ก ๆ ๆ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่