วันนี้ไปชมการดำเนินงานของ "โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน" ซึ่งเป็นโครงการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่คนยากจนหรือคนจรจัด
ทำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆว่า
- คนจนเหล่านี้ กินข้าวไวที่สุดในโลก จานหนึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที และเวลาไม่ถึง 5 นาที ปาไป 3 จาน
- กลิ่นสาบคนจนที่เขาว่ากัน มันก็ไม่ต่างกับกลิ่นสาบคนรวยเวลาไม่อาบน้ำ 2-3 วัน
- อาหารที่โครงการจัดเลี้ยงคนเหล่านี้ คุณภาพและรสชาติดีกว่าร้านข้าวแกงหลายๆร้านที่เราไปซื้อกินซะอีก และมีของหวานปิดท้ายให้ด้วย
- มารยาทที่ควรรู้
"ไม่ควรไปสอบถามหรือชวนคนจนที่กำลังกินข้าวให้มาพูดคุยกับเรา" เพราะเราจะได้รับคำตอบว่า
" เกะกะ Shift - หาย "
แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองเห็น และเกิดคำถาม...
- คนเหล่านี้มากินข้าวฟรีทุกวัน ขอแค่พวกเขามีเงินวันละ 8 - 20 บาท เพื่อเป็นค่ารถเมล์
พวกเขามากันจากทุกที่ แถวอนุเสาวรีย์ สนามหลวง หรือที่อื่นๆ มากินให้ได้มากที่สุด อิ่มที่สุด แล้วก็กลับไปอยู่ที่เดิม
มีชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้
คำถาม...
เราควรหาทางเอาคนเหล่านี้ไปพัฒนาศักยภาพใช่หรือไม่?
หลายคนที่มามีแขนขาครบ ขอแค่มีโอกาส พวกเขาสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ไม่ยาก และสามารถให้ความช่วยเหลือกับทางสภาสงเคราะห์ได้ในอนาคต เราเคยเห็นกระทู้หนึ่งของพันธ์ทิพย์ ที่พาพี่คนหนึ่งไปเรียนทำปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ที่ศูนย์ฝึกอาชีพมติชน
และมอบทุนให้เขานำไปลงทุนทำร้านปาท่องโก๋ในอนาคต
นั่นคือสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อคนเหล่านี้มากกว่าการแจกข้าวหรือเปล่า
เราอยากเห็นพวกเขาหากินได้ มากกว่ารู้ว่าที่ไหนมีให้พวกเขากิน
วันนี้ไปชมการดำเนินงานของ "โครงการน้ำพระทัยพระราชทาน" ของสภาสังคมสงเคราะห์
ทำให้เราได้รับความรู้ใหม่ๆว่า
- คนจนเหล่านี้ กินข้าวไวที่สุดในโลก จานหนึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที และเวลาไม่ถึง 5 นาที ปาไป 3 จาน
- กลิ่นสาบคนจนที่เขาว่ากัน มันก็ไม่ต่างกับกลิ่นสาบคนรวยเวลาไม่อาบน้ำ 2-3 วัน
- อาหารที่โครงการจัดเลี้ยงคนเหล่านี้ คุณภาพและรสชาติดีกว่าร้านข้าวแกงหลายๆร้านที่เราไปซื้อกินซะอีก และมีของหวานปิดท้ายให้ด้วย
- มารยาทที่ควรรู้
"ไม่ควรไปสอบถามหรือชวนคนจนที่กำลังกินข้าวให้มาพูดคุยกับเรา" เพราะเราจะได้รับคำตอบว่า
" เกะกะ Shift - หาย "
แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองเห็น และเกิดคำถาม...
- คนเหล่านี้มากินข้าวฟรีทุกวัน ขอแค่พวกเขามีเงินวันละ 8 - 20 บาท เพื่อเป็นค่ารถเมล์
พวกเขามากันจากทุกที่ แถวอนุเสาวรีย์ สนามหลวง หรือที่อื่นๆ มากินให้ได้มากที่สุด อิ่มที่สุด แล้วก็กลับไปอยู่ที่เดิม
มีชีวิตวนเวียนอยู่แบบนี้
คำถาม...
เราควรหาทางเอาคนเหล่านี้ไปพัฒนาศักยภาพใช่หรือไม่?
หลายคนที่มามีแขนขาครบ ขอแค่มีโอกาส พวกเขาสามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ไม่ยาก และสามารถให้ความช่วยเหลือกับทางสภาสงเคราะห์ได้ในอนาคต เราเคยเห็นกระทู้หนึ่งของพันธ์ทิพย์ ที่พาพี่คนหนึ่งไปเรียนทำปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ที่ศูนย์ฝึกอาชีพมติชน
และมอบทุนให้เขานำไปลงทุนทำร้านปาท่องโก๋ในอนาคต
นั่นคือสิ่งที่ควรปฏิบัติต่อคนเหล่านี้มากกว่าการแจกข้าวหรือเปล่า
เราอยากเห็นพวกเขาหากินได้ มากกว่ารู้ว่าที่ไหนมีให้พวกเขากิน