[Spoil] Danganronpa – The Animation ตอนที่ 12 Classroom Trials ครั้งสุดท้าย บทสรุปแห่งความ(สิ้น?)หวัง ครึ่งแรก

สิ่งที่อยู่ใน Spoil คือรายละเอียดที่มีอยู่ในเกม



กฎของศาลชั้นเรียนครั้งสุดท้ายก็คือถ้าหากสามารถระบุตัวคนร้ายที่สังหาร อิคุซาบะ มุคุโร่ และไขปริศนาทั้งหมดของโรงเรียนได้ทุก ๆ คนก็จะเป็นฝ่ายชนะและสามารถออกไปนอกโรงเรียนได้ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้นักเรียนทั้งหมดก็จะถูกประหาร

เริ่มด้วยการโวยวายของฮากาคุเระที่บอกว่าทุก ๆ คนนอกจากเขาต่างก็สมรู้ร่วมคิดกันปั่นหัวเขามาตั้งแต่แรกแล้ว
หลักฐานก็คือรูปถ่ายที่เขาได้รับมาจากโมโนคุมะ

รูปถ่ายของทุกคนนอกจากตัวเขานั้นแสดงให้เห็นว่านักเรียนทั้ง 15 คนนอกจากตัวเขานั้นเคยรู้จักกันมาก่อน

แต่อาซาฮินะเองก็แย้งขึ้นมาว่ารูปถ่ายลักษณะนั้นเขาเองก็มีเหมือนกัน


ฟุคุกาว่าก็ร่วมแจมด้วย


นาเอกิเลยแปลกใจแล้วถามว่านอกจากเขาแล้วคนอื่น ๆ ก็ได้รับรูปพวกนี้ด้วยหรือ


โทกามิเลยยืนยันด้วยอีกเสียง


คิริกิริรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าไม่ใช่ของที่มีประโยชน์เลยไม่เสียเวลาแม้แต่จะหยิบขึ้นมาดู


นาเอกิพยายามบอกทุกคนว่านี่คือกับดักที่โมโนคุมะทำขึ้นเพื่อที่จะทำให้ทุก ๆ คนเริ่มหวาดระแวงกันเอง
แต่โมโนคุมะก็ยังยืนยันว่ารูปถ่ายทั้งหมดเป็นของจริง
ทุก ๆ คนเลยเริ่มตกใจว่าทำไมคนอื่น ๆ ถึงได้มีรูปถ่ายของตัวเองได้ทั้ง ๆ ที่พวกเขานั้นจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยถ่ายรูปพวกนี้ไป
นาเอกิเลยเสนอว่ามีความเป็นไปได้ว่ารูปพวกนี้อาจจะเป็นของจริงก็ได้
หลักฐานก็คือสมุดเรียน (+ข้าวของ) ของฮากาคุเระที่ถูกพบในล็อคเกอร์

และสมุดโน้ตของคิริกิริ ซึ่งมีข้อความเกี่ยวกับแผน "ที่หลบภัย" ของโรงเรียนซึ่งเจ้าตัวเองก็จำไม่ได้ว่าเคยเขียนเรื่องพวกนี้ไว้

ซึ่งเหตุผลที่พวกเขาไม่รู้เรื่องพวกนี้ก็เพราะว่าพวกเขาทุกคนนั้นสูญเสียความทรงจำเหล่านั้นไปนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานสำคัญที่สนับสนุนสมมติฐานข้อนี้อยู่อีกนั่นก็คือ

เม็มการ์ดของผอ.โรงเรียนซึ่งบันทึกไฟล์วิดีโอเกี่ยวกับการสัมภาษณ์นักเรียนทุก ๆ คนเอาไว้ (ซึ่งไม่มีใครจำได้เลยซักคนว่าตัวเองเคยถูกสัมภาษณ์)
โทกามิขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิดีโอดังกล่าว นาเอกิเลยเล่าต่อไปว่าภาพที่เขาเห็นคือภาพของนักเรียนทุก ๆ คนกำลังยอมรับข้อตกลงที่ว่า "จะยอมใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนแห่งนี้ตลอดไป" ซึ่งนาเอกิเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าตัวเองยอมรับข้อตกลงแบบนี้เข้าไปได้ยังไง

ในเมื่อฮากาคุเระไม่ยอมเชื่อซักทีโมโนคุมะเลยตัดจบโดยการเฉลยให้ฟังเลยว่าที่ทุก ๆ คนสูญเสียความทรงจำไปนั้นเป็นเรื่องจริง
นาเอกิเลยกล่าวต่อไปว่าเขาไม่คิดว่านี่จะเป็นแค่อาการ "ความจำเสื่อม" ทั่ว ๆ ไป แต่น่าจะเป็นการถูกโมโนคุมะ "ขโมยความทรงจำ" ไปเลยซะมากกว่า
โทกามิพูดเสริมว่าปัญหาต่อไปก็คือความทรงจำที่ถูกขโมยไปนั้นเป็นเรื่องอะไร
แต่โมโนคุมะขวางเอาไว้ไม่ให้คุยต่อโดยบอกว่าศาลชั้นเรียนในรอบนี้เป็นการสืบสวนคดีของ อิคุซาบะ มุคุโร่ ต่างหาก


นาเอกิพูดอย่างมั่นใจทันทีว่าคนที่ลงมือสังหารมุคุโร่คือตัวการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

โมโนคุมะบลัฟว่าในเมื่อภายในโรงเรียนมีนักเรียนอยู่แค่ 16 คนเท่านั้น ดังนั้นถ้าหักนักเรียน 10 คนที่ตายไปแล้วออกไป คนร้ายก็จะต้องเป็น 1 ใน 6 คนที่รอดชีวิตอย่างแน่นอน[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

นาเอกิจะแย้งขึ้นมาว่าถึงจะดูเหมือนกับว่าตายไปแล้ว 10 คนแต่จริง ๆ แล้วตายไปแค่ 9 คนต่างหาก
หลักฐานก็คือตู้แช่ศพที่มีไฟติดอยู่เพียงแค่ 9 ตู้เท่านั้น

ซึ่งก็หมายความว่าศพที่พวกเขาเห็นอยู่ในสวนนั้นเป็นศพที่ถูกนำมาใช้ซ้ำใหม่อีกครั้ง
ถ้าดูย้อนกลับไปถึงรอยแผลทั่วทั้งตัวซึ่งเป็นสาเหตุของการตายที่แท้จริงของมุคุโร่ก็จะสามารถเชื่อมโยงได้ว่าศพที่ถูกนำมาฆ่าสองรอบก็คือ เอโนชิม่า จุนโกะ นั่นเอง


ฟุคาว่าพูดว่าถ้าศพของจุนโกะถูกนำมาสวมหน้ากากแล้วแปลงให้เป็นศพของมุคุโร่ก็แสดงว่ามุคุโร่ตัวจริงนั้นยังมีชีวิตอยู่และเป็นตัวการเบื้องหลังเรื่องทั้งหมด
แต่นาเอกิกลับปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าคนสวมหน้ากากที่ลอบเข้ามาทำร้ายเขาในคืนก่อนพบศพมุคุโร่นั้นไม่ใช่มุคุโร่
หลักฐานก็คือที่มือขวาของคนสวมหน้ากากนั้นไม่มีรอยสักรูปหมาป่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหน่วยเฟนริวที่พบบนศพของมุคุโร่

โมโนคุมะจะขัดขึ้นมาโดยบอกว่าตัวจริงของคนสวมหน้ากากอาจจะเป็นคิริกิริก็ได้ (เพราะในตอนนั้นคิริกิริก็ไม่มีหลักฐานที่อยู่เหมือนกัน)
คิริกิริเลยยอมถอดถุงมือแล้วแสดงแผลไฟไหม้ให้ทุกคนดูเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ดังนั้นเนื่องจากสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าศพที่พวกเขาพบนั้นเป็นศพของมุคุโร่แล้ว ก็หมายความว่าคนร้ายตัวจริงที่ควบคุมโมโนคุมะ... นักเรียนม.ปลายคนสุดท้ายที่ซ่อนตัวอยู่โดยหลอกให้ทุกคนคิดว่าตัวเองตายไปแล้วก็คือ เอโนชิม่า จุนโกะ นั่นเอง

โมโนคุมะจะเถียงกลับมาว่าที่นาเอกิพูดมาทั้งหมดนั้นก็เป็นแค่คำพูดลอย ๆ ที่ไม่มีหลักฐาน
นาเอกิเลยตอบกลับไปว่า การที่โมโนคุมะเข้ามาขัดไม่ให้นาเอกิเห็นฉากสัมภาษณ์ของจุนโกะ รวมไปถึงการที่รูปถ่ายทุกรูปที่โมโนคุมะแจกจ่ายนั้นไม่มีรูปไหนที่เห็นหน้าตาของจุนโกะเลยซักรูปเดียว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะถ้าหากพวกเขาได้เห็นหน้าตาที่แท้จริงของจุนโกะแล้วก็จะรู้ตัวทันทีว่าจุนโกะที่พวกเขาพบในตอนแรกเป็นตัวปลอม


โมโนคุมะจะเถียงต่อไปว่าถึงอย่างนั้นการจะสลับตัวคนมันก็ไม่ง่ายอยู่ดี เพราะถ้าวันดีคืนดีจู่ ๆ จุนโกะกับมุคุโร่สลับตัวกันขึ้นมาต่อให้เป็นพวกนาเอกิก็น่าจะรู้ได้ถึงความแตกต่าง
แต่นาเอกิจะโต้กลับไปว่ามุคุโร่กับจุนโกะนั้นสลับตัวกันตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะแนะนำตัวกันซะอีก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาซึ่งถูกขโมยความทรงจำไปจะรู้ตัวว่าจุนโกะที่พวกเขาพบนั้นเป็นตัวปลอม (อันที่จริงเอ็งก็รู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วนะว่าหน้าตาจุนโกะไม่เหมือนกับในนิตยาสาร แต่ดันไปเชื่อคำโกหกที่มุคุโร่แถเอาไว้ว่าเธอใช้โปรแกรมแต่งภาพช่วยเอา)

หลังจากที่สลับตัวกันแล้วตัวการก็ลงมือฆ่าตัวปลอมของตัวเองเพื่อทำให้คนอื่น ๆ คิดว่าตัวเองตายไปแล้ว
แต่แท้ที่จริงแล้ว เอโนชิม่า จุนโกะ ตัวจริงยังคงมีชีวิตอยู่

และเธอคนนั้นก็เป็นคนจัดโรงเรียนแห่งการฆาตกรรมครั้งนี้ขึ้น เป็นตัวการที่แท้จริงของเรื่องราวทั้งหมด

ยอมแพ้ซะเถอะ เอโนชิม่า จุนโกะ มันจบแล้วล่ะ (ใช้ภาพจากในเกมซักหน่อย)


โมโนคุมะ: จบแล้วงั้นรึ... ผิดแล้วล่ะ... ยังเหลือเรื่องให้ทำกันอีกตั้งเยอะ

และแล้วจุนโกะก็โผล่ออกมาแทนที่โมโนคุมะ
จุนโกะเฉลยให้ฟังว่าแท้ที่จริงแล้วจุนโกะกับมุคุโร่นั้นเป็นฝาแฝดกัน (ฝาแฝดแห่งความสิ้นหวัง)


พร้อมทั้งแนะนำตัวบอสใหญ่เต็ม ๆ อีกครั้ง
เอโนชิม่า จุนโกะ สุดยอดนักเรียน ม. ปลายแห่งความสิ้นหวัง


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่