ตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาวันนี้(13 กันยายน 56)ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินเยน ภายหลังจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะยอดการค้าปลีก เพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ หลังจากก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐอเมริกาก็รายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์มาแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าในการประชุมของคณะกรรมการ FOMC ในวันที่ 17-18 กันยายนที่จะถึงนี้ อาจจะยังไม่ลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ด้วยการลดโปรแกรมการซื้อพันธบัตรเช่นดั่งที่คาดการณ์กันก่อนหน้านี้
ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯยังอ่อนค่าเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินปอนด์ของสหราชอาณาจักร ภายหลังจากสหราชอาณาจักรรายงาน การก่อสร้างเดือนกรกฏาคมขยายตัวมากที่สุดในรอบ 3 เดือน โดยค่าเงินปอนด์ของสหราชอาณาจักรทะยานขึ้นแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ
ดัชนีค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯของบลูมเบิร์ก ซึ่งเปรียบเทียบกับสกุลเงินที่สำคัญของโลก 10 สกุล อ่อนค่าหรือลดลง 0.7% ในสัปดาห์นี้ ลงมาอยู่ที่ 1,023.95 ในตลาดนิวยอร์ค ซึ่งนับเป็นการอ่อนค่าในรอบสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม
ในวันนี้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง 0.2% ลงมาอยู่ที่ระดับ 99.38 เยน ภายหลังจากที่ขึ้นมา 0.4% เมื่อวันก่อนหน้านี้ ในขณะที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเงินยูโร โดยยืนอยู่ที่ 1.3294 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อ 1 ยูโร หลังจากที่เมื่อวานนี้ ลดลง 0.2%
เงินดอลล่าร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น 3.9%ในปีนี้ นับว่าดีที่สุดภายหลังจากที่เงินยูโรของอ่อนค่าลง
สกุลเงินของสหราชอาณาจักรแข็งค่ามากที่สุดในบรรดา 16 ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ก่อนหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ(BoE) จะรายงานการประชุมฉบับย่อของคณะกรรมการการเงินที่ประชุมกันเมื่อรอบที่แล้วในสัปดาห์หน้า ตอบรับกับการคาดการณ์ของนักเก็งกำไรที่คาดว่า ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นก่อนกำหนดที่ธนาคารกลางของอังกฤษเคยกำหนดเอาไว้ ภายหลังจากรายงายข้อมูลเศรษฐกิจโดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่ลดลงต่ำลงมาเร็วกว่าที่คาดการณ์
เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นมา 0.5% เมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยขึ้นมาอยู่ที่ 1.5876 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อ 1 ปอนด์ หลังจากที่ขึ้นไปแตะระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม ในระหว่างชั่วโมงของการซื้อขาย
วันนี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา รายงานยอดการค้าปลีกของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% นับเป็นการเพิ่มขึ้นที่น้อยที่สุดในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะเพิ่มขึ้น 0.5% (ตามโพลสำรวจนักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก) เปรียบเทียบกับเดือนกรกฏาคมก่อนหน้านั้นที่เพิ่มขึ้น 0.4%
รวมทั้งธอมป์สัน-รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนรายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกันยายน(ข้อมูลเบื้องต้น)ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของชาวสหรัฐอเมริกา ลดลงมาอยู่ที่ 76.8 จากเดือนสิงหาคมก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ระดับ 82.1
ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่า มีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการ FOMC จะยังไม่ลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณด้วยการซื้อพันธบัตรลดลงในการประชุมรอบนี้ หรือมิเช่นนั้น อาจจะลดการซื้อพันธบัตรเดือนละ 8.5 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯลง ไม่มากดั่งที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้
โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ FOMC ในสัปดาห์หน้า ลดการซื้อพันธบัตรลงมาเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ
ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ เป็นห่วงขาสั้นจริงๆครับ
ตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาวันนี้(13 กันยายน 56)ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินเยน ภายหลังจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะยอดการค้าปลีก เพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ หลังจากก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐอเมริกาก็รายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์มาแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าในการประชุมของคณะกรรมการ FOMC ในวันที่ 17-18 กันยายนที่จะถึงนี้ อาจจะยังไม่ลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ ด้วยการลดโปรแกรมการซื้อพันธบัตรเช่นดั่งที่คาดการณ์กันก่อนหน้านี้
ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯยังอ่อนค่าเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินปอนด์ของสหราชอาณาจักร ภายหลังจากสหราชอาณาจักรรายงาน การก่อสร้างเดือนกรกฏาคมขยายตัวมากที่สุดในรอบ 3 เดือน โดยค่าเงินปอนด์ของสหราชอาณาจักรทะยานขึ้นแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ
ดัชนีค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯของบลูมเบิร์ก ซึ่งเปรียบเทียบกับสกุลเงินที่สำคัญของโลก 10 สกุล อ่อนค่าหรือลดลง 0.7% ในสัปดาห์นี้ ลงมาอยู่ที่ 1,023.95 ในตลาดนิวยอร์ค ซึ่งนับเป็นการอ่อนค่าในรอบสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม
ในวันนี้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง 0.2% ลงมาอยู่ที่ระดับ 99.38 เยน ภายหลังจากที่ขึ้นมา 0.4% เมื่อวันก่อนหน้านี้ ในขณะที่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเงินยูโร โดยยืนอยู่ที่ 1.3294 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อ 1 ยูโร หลังจากที่เมื่อวานนี้ ลดลง 0.2%
เงินดอลล่าร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น 3.9%ในปีนี้ นับว่าดีที่สุดภายหลังจากที่เงินยูโรของอ่อนค่าลง
สกุลเงินของสหราชอาณาจักรแข็งค่ามากที่สุดในบรรดา 16 ประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ก่อนหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ(BoE) จะรายงานการประชุมฉบับย่อของคณะกรรมการการเงินที่ประชุมกันเมื่อรอบที่แล้วในสัปดาห์หน้า ตอบรับกับการคาดการณ์ของนักเก็งกำไรที่คาดว่า ธนาคารกลางของสหราชอาณาจักรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นก่อนกำหนดที่ธนาคารกลางของอังกฤษเคยกำหนดเอาไว้ ภายหลังจากรายงายข้อมูลเศรษฐกิจโดยเฉพาะอัตราการว่างงานที่ลดลงต่ำลงมาเร็วกว่าที่คาดการณ์
เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นมา 0.5% เมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ โดยขึ้นมาอยู่ที่ 1.5876 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อ 1 ปอนด์ หลังจากที่ขึ้นไปแตะระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม ในระหว่างชั่วโมงของการซื้อขาย
วันนี้ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา รายงานยอดการค้าปลีกของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% นับเป็นการเพิ่มขึ้นที่น้อยที่สุดในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะเพิ่มขึ้น 0.5% (ตามโพลสำรวจนักวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก) เปรียบเทียบกับเดือนกรกฏาคมก่อนหน้านั้นที่เพิ่มขึ้น 0.4%
รวมทั้งธอมป์สัน-รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนรายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกันยายน(ข้อมูลเบื้องต้น)ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของชาวสหรัฐอเมริกา ลดลงมาอยู่ที่ 76.8 จากเดือนสิงหาคมก่อนหน้านี้ที่อยู่ที่ระดับ 82.1
ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่า มีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการ FOMC จะยังไม่ลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณด้วยการซื้อพันธบัตรลดลงในการประชุมรอบนี้ หรือมิเช่นนั้น อาจจะลดการซื้อพันธบัตรเดือนละ 8.5 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯลง ไม่มากดั่งที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้
โดยก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ FOMC ในสัปดาห์หน้า ลดการซื้อพันธบัตรลงมาเดือนละ 1 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ