เราอยากเล่าเรื่องของเรา เผื่อเป็นอุธาหรณ์ สำหรับใครที่อยากแต่งงาน อยากมีชีวิตคู่ ...เลือกให้ดี ดูให้นาน
เรากับสามี ใช้ชีวิตคู่ แต่งงานอยู่ด้วยกัน หลังจากที่รู้จักกันได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น รู้จักกันที่ทำงาน ทำงานด้วยกัน
ขณะนั้น เีราเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาร่วม 10ปี มาได้ไม่นาน เรียกว่า ช้ำใจสุดๆ พอมาเจอผู้ชายคนนี้ ทั้งอบอุ่น สุภาพ พูดเพราะ สะอาด
เราก็เลยคบกันหลังจากเป็นเพื่อนกันได้เพียง 2 เดือน ในช่วง2เดือนที่เป็นเพื่อนกัน เคยมีผู้หญิงโทรมาหาเรา บอกให้เราเตือน (สมมติว่าชื่อA) ให้อ่านหลังสือเตรียมสอบให้มากๆ (ในขณะนั้น สามียังเรียนมสธ.อยู่ค่ะ) เราก็ถามเค้าว่า "พี่เป็นใครคะ" เค้าบอก " เป็นพี่สาว "
ด้วยความที่เป็นแค่เพื่อน ก็เลยไม่ได้คิดอะไร เค้าบอกให้เตือน ก็บอกให้ (พ่อแม่ พี่ๆของสามี ก็บอกว่าเจ๊ คือลูกพี่ลูกน้อง เป็นญาติกัน)
พอเดือนที่ 3 เราก็คบกันเป็นแฟน เพื่อนๆที่บริษัททุกคนรวมถึงเจ้านาย พ่อแม่ พี่ๆ บอกเราว่า ดูดีๆก่อนนะ คนๆนี้อันตราย
แต่ตอนนั้น ไม่สนใจใครเลย มั่นใจตัวเองมาก คิดตลอดว่า เราเลือกไม่ผิดหรอก ตัดสินใจถูกแล้ว ไม่ว่าใครจะพูดอะไร หรือ กีดกันยังไงเราไม่เคยฟังใคร
สามีอยู่บ้านเอื้ออาทร เค้าบอกกับเราว่า เค้าอยู่กับพี่สาว เป็นลูกพี่ลูกน้อง มาทำงานที่จังหวัดนี้ ก็เลยขอมาอยู่ด้วย เราก็เชื่อสนิทใจ "อ๋อออ พี่คนที่เคยโทรมาหาเราน่ะหรอ อืมๆ โอเคๆ" เค้าเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า " เจ๊ " เราไปบ้านเค้าหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยเจ๊เลยสักครั้ง เค้าบอกว่า
"เจ๊ไปทำงาน ไม่อยุ่บ้าน" แต่ถ้าวันไหนเจ๊อยุ่บ้าน เค้าก็จะบอกว่า "พี่สาวเค้าอยู่ เราไม่ต้องไปนะ " เชื่ออีกตามเคย อย่างโง่เลย
จนเดือนที่ 8 เราตกลงว่าจะแต่งงานกัน จู่ๆเจ๊ก็เก็บข้าวของหายไปจากบ้าน สามีบอกกับเราว่า " เจ๊ได้งานจังหวัดอื่น ก็เลยย้ายออกไป "
เราแต่งงานกันไม่นาน ก็ท้อง พอท้องได้ 5 เดือน แม่ก็บอกให้เราย้ายมาพักอยู่ที่บริษัท (เรากลับมาทำงานกับธุรกิจของที่บ้าน) เพราะที่บ้านเอื้อฯ เดินทางไม่สะดวก ช่วงที่เราท้องแก่ สามีก็เริ่มไม่ค่อยกลับบ้าน บางทีกลับมาก็ดึกมากแล้ว ตี1-2 ด้วยเหตุผลว่า ทำงานดึก (เชื่อ ไว้ใจอีกตามเคย)
เมื่อเราคลอดลูก ค่าใช้จ่ายเกือบทุกอย่าง เราเป็นคนจ่ายทั้งหมด บางครั้งก็ไม่พอ ต้องยืมเงินพ่อแม่เรามาก่อนตลอด สามีไม่เคยออกเงินตั้งแต่ค่าคลอด ค่ารักษาลูก (ลูกคลอดแล้วเกล็ดเลือดต่ำมาก อยู่ICU) แต่เราก็โง่ เอาเงินให้เค้าไปจ่ายให้ แทนที่จะจ่ายเลยทันที เค้ากลับเอาเงินไปหมุนอะไรไม่รุ้ก่อน แล้วใช้บัตรเครดิตรูดแทน สิ่งที่เค้าช่วยจ่ายให้ คือ เตียงนอนของลูก เท่านั้นจริงๆ นมสักกระป๋อง เพิสสักห่อ ใช้บัตรเครดิตรูด แล้วสิ้นเดือนก็มาเอาจากเราไปจ่าย ... สามีแทบไม่เคยสนใจดูแลลูกเลย เค้าจะเข้ามาหา มาดูเมื่อลูกหลับเท่านั้น
เราอดทนกับพฤติกรรมการใช้เงิน การดำเนินชีวิต และความโลกส่วนตัวสูงของสามี เหตุผลเดียวที่อดทน คือ เพื่อลูก เราไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ แต่บางครั้ง ความอดทนก็มีขีดจำกัด เราทะเลาะกันบ่อยครั้ง เราขอหย่าบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งเราเองก็ขอโทษ และขอให้เค้ากลับมาอยู่กับลูก
จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ความอดทนก็หมด เพราะเค้าบอกกับเราว่า " เค้าไม่อยากดูแลลูก ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ ถ้าจะให้เค้าช่วยดูลูก เค้าจะดูให้ตอนที่ลูกหลับเท่านั้น " มันปรี๊ดดดดด โมโหมากๆ เลยพูดทำนองไล่เค้าออกจากบ้าน แล้วเค้าก็ไปจริงๆ หลังจากวันนั้น 2เดือน เราได้คุยกันอีกครั้งในline เค้าบอกเราว่า เค้าย้ายไปอยู่หอบริษัท ซึ่งอยู่ใกล้ๆบริษัทเรามาก ไม่เกิน 5 กม. เราก็เลยบอกว่า "ให้เข้ามาหาลูกบ้าง ลูกถามถึง"
(ลูกสาวตอนนี้อายุ 2ขวบ 5 เดือน) ... เค้าเข้ามาหาลูกค่ะ แต่มา 5 นาที มาให้ลูกเห็นหน้า แล้วก็กลับ
หลายๆครั้ง เราชวนเค้าพาลูกไปเที่ยวกัน นัดเวลาแล้ว แต่เค้าก็ไม่มา หายไปเลย ติดต่อไม่ได้ ... บ่อยๆครั้งเข้า เราก็ไม่ชวน ไม่นัด เราไปกันเอง 2 คนแม่ลูก เราก็ไปกันได้ อยู่กันได้
แล้วความจริงทุกอย่าง ว่า คนๆนี้เลวร้ายแค่ไหน ก็กระจ่างในวันที่เราได้เจอกันโดยบังเอิญกับเพื่อนของเค้า ซึ่งเป็นเพื้อนของเราด้วยแต่ไม่สนิทมาก (เราเจอเพื่อนเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา)
เพื่อน : เลิกกัน A แล้วหรอ A มันถึงได้ไปอยู่กับ ญ คนอื่นที่บ้านเอื้อฯน่ะ
เรา : แยกกันอยู่น่ะ พอดีมีปัญหากันนิดหน่อย แต่จะกลับมาอยุ่เหมือนเดิมแล้วแหละ (คิดเองคนเดียว) แยกกันตอนเดือนกุมภาฯ
เพื่อน : เฮ้ย เค้าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ก่อนกุมภาแล้วนะ นานแล้วอะ
เรา : บ้า แกอำชั้น เค้ายังมาหาลูกอยู่เลย (หลอกตัวเอง)
เพื่อน : พอรู้อย่างนี้แล้ว สงสารแกว่ะ ถ้าไม่เชื่อ ไปดูให้เห็นกับตาเองเลยแล้วกันนะ ผู้หญืงคนนี้เค้าเป็นครู สอนอยุ่ รร.วัด......
ถ้าอยากรู้อะไรมากกว่านี้ โทรไปถามคนข้างบ้านสิ
เย็นวันนั้น เราก็ไปที่บ้านเอื้อฯ เคาะประตูบ้าน สามีมาเปิด สีหน้าแบบคาดไม่ถึง เราเดินเข้าไปในห้องนอน เจอจังๆกับผู้หญิง นั่งอยู่บนเตียง
เราเข้าไปพูดจาดีกับเค้ามากๆ ไม่หาเรื่อง ไม่ด่าว่า
เรา : เธอเป็นแฟนใหม่ของ A หรอ
ครู : ใช่ (จ้องหน้าเราด้วย ไม่สลดเลย)
เรา : แล้วรู้มั้ยว่าเค้า มีลูกเมียแล้ว
ครู : รู้ แล้วไงล่ะ .... อ๋อ คนนี้เองหรอ ที่Aพูดถึงบ่อยๆ
ในขณะนั้น สามีก็มาดึงแขนเราออกจากห้อง แล้วบอกเราว่า อย่ามายุ่งเรื่องของเค้าอีก เราก็ออกมากจากห้อง กลับบ้าน น่าแปลก ที่ร้องไห้ไม่ออก ไม่มีน้ำตาสักหยด แต่กลับมาแล้ว นอนกอดลูก บอกลูกว่า หม่าม้าไม่เป็นไร หม่าม้าเข้มแข็ง เราอยู่กันมาได้ตั้งนานแล้ว ต่อไปนี้ ทำไม่จะอยู่ไม่ได้ล่ะ
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น .... เราได้โทรหาเพื่อนข้างบ้าน ตั้งใจจะไปถามเค้าเกี่ยวกับครูคนนี้ว่าเป็นอย่างไร แต่ได้รับการตอบกลับแบบ จุกอก พูดไม่ออกเลย มันแน่นอก หายใจไม่ออกเลย
เรา : พี่ S คะ หนูรบกวนถามเรื่อง A หน่อยสิคะ คือเค้าอะไรยังไงกันคะ พี่พอจะรู้บ้างมั้ย
S : จะมาถามอะไรพี่ล่ะน้อง ก็อย่างที่น้องเคยๆเป็นมาก่อนนั่นล่ะ ครูคนนี้ก็ไม่ต่างจากที่น้องเคยทำหรอก
เรา : หือ ????? อะไรกันวะ
S : ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็ตอนเจ๊ไง เจ๊น่ะเป็นเมียหลวง เธอน่ะเมียน้อย เค้าอยู่ด้วยกันมา 3-4 ปีแล้ว มาแย่งของๆเค้า ทำเป็นอินโนเซ้นท์ เจ๊น่ะเค้ารับไม่ได้ที่ A มันเลือกเธอ เค้าเลยเก็บข้าวของย้ายกลับไปอยู่บ้าน นี่เค้าก็แต่งงานใหม่ มีชีวิตที่ดีไปแล้ว เค้าสาปส่ง A มันจะตาย เพราะตลอดเวลา ที่Aอยู่กับเจ๊ Aก็มีผู้หญิงคนอื่นมาตลอด หลายคนแล้ว จนมาลงเอยที่เธอนั่นแหละ แล้วช่วงที่เธอย้ายไปอยู่บ้านตัวเองน่ะ มันก็พาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่ห้อง ไปๆมาๆ 2-3 คน หนึ่งในนั้นน่ะ ก็เพื่อนที่บริษัทมันที่ชื่อ N น่ะ เธอก็รู้จักไม่ใช่หรอ
เราเอ๋อไปเลย พูดไม่ออกเลย น้ำตาไหลไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับชั้นกันเนี่ย เพิ่งรุ้ก็ตอนนี้แหละว่า อาการกินไม่ได้ ตอนไม่หลับ มันเป็นแบบนี้เองหรอ ตาค้าง ข่มตาหลับไม่ลง
หลังจากวันนั้น ร่วมอาทิตย์ พอได้สติ ก็แค้นสุดๆ ต้องเอาคืน ก่อนอื่น ครู ต้องทำให้เค้ารู้ตัวบ้างว่าทำไม่ถูก เป็นครูทำแบบนี้ได้ไง
ก็เลยงัดบ้านตัวเอง เข้าไปหาหลักฐาน ว่าครูชื่ออะไร ทำงานที่ไหน วันรุ่งขึ้นไปยื่นจดหมายถึงโรงเรียนเลยค่ะ คุยกับผอ. เค้าก็รับเรื่องไว้
แต่ขอเราว่า อย่าเอาเรื่องส่งกระทรวง ขอเค้าจัดการกันเองก่อน เราก็โอเค ไม่อยากทำร้ายใคร แค่อยากให้เค้ารุ้ตัวก็พอ
พอสามี รู้ว่าเราเป็นคนงัดบ้าน เข้าไปรื้อของ ก็ส่งข้อความมาข่มขู่ต่างๆนาๆ จะเอาชีวิตเรา พ่อแม่เรา จะลักพาตัวลูก เราบอกเค้าดีๆว่า ยอมรับมาเถอะว่าเธอผิด เราไม่เอาผืดเธอหรอกนะ แค่ต้องการหย่าเท่านั้น ขอให้จบกันด้วยดี แต่เค้าก็ไม่จบ ส่งข้อความมาด่าว่าเรา ว่าพ่อแม่เรา ขู่ว่าจะมางัดบริษัท จะให้คนมาทำร้ายคนในบ้าน เราไม่ตอบกลับ ก็โทรมาจิกๆๆๆ
เค้าบอกกับเราว่า เค้ากับครูเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนที่ให้ที่อยู่กับเค้าในวันที่เค้าถูกเมียไล่ออกจากบ้าน (ให้ที่อยู่?? นั่นมันบ้านที่ชั้นผ่อนอยู่นะ)
เป็นเพื่อนที่ดีกับเค้ามากๆ เป็นเพื่อน ...... มากมายบรรยายให้เราฟังไม่หมด แต่ที่เราได้คุยกับครู หลังจากที่ครูถูกรร.ทำฑัณบน เราอัดเสียงครูเอาไว้ เค้าสารภาพว่า คบหากันจริง มีอะไรกันแล้ว และวางแผนที่จะแต่งงานกัน โดยที่ A บอกกับเค้าว่า จะหย่ากับเราแล้วไปจดทะเบียนกับเค้า
สามีก็ยังแถๆๆๆๆ ไม่ยอมรับทุกๆเรื่องจนมาถึงทุกวันก็ยังคงส่งข้อความมาแถต่อไป พร้อมบอกกับเราว่า ยังรัก ห่วง คิดถึงเราเสมอ อยากให้เราตกลงกับเค้าได้ เผื่อจะกลับมาอยู่ด้วยกัน 3 คนเหมือนเดิม ตลกสิ้นดีเลย ก่อนหน้านี้ ยังจะฆ่าพ่อแม่เราอยู่เลย ตอนนี้อยากกลับมา
เราตัดสินใจแล้วว่า พอทีสำหรับคนๆนี้ อโหสิกรรมให้ ไม่เอาผิด ไม่โกรธ ขอแค่อย่ามายุ่งกับครอบครัวเรา ลูกเราอีก ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียวได้ แต่เราก็จะทำ จะพยายาม ทุกๆอย่างเพื่อลูก โชคดีที่เรามีพ่อแม่ มีครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก เลี้ยงง่าย เราผ่านเรื่องราวแย่ๆนี้มาได้ เพราะบุคคลเหล่านี้จริงๆ สู้ๆค่ะ
ยาวไปหน่อยนะคะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ
เป็น Single mom เต็มตัวแล้วสินะ กว่าจะผ่านมาได้ ....
เรากับสามี ใช้ชีวิตคู่ แต่งงานอยู่ด้วยกัน หลังจากที่รู้จักกันได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น รู้จักกันที่ทำงาน ทำงานด้วยกัน
ขณะนั้น เีราเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาร่วม 10ปี มาได้ไม่นาน เรียกว่า ช้ำใจสุดๆ พอมาเจอผู้ชายคนนี้ ทั้งอบอุ่น สุภาพ พูดเพราะ สะอาด
เราก็เลยคบกันหลังจากเป็นเพื่อนกันได้เพียง 2 เดือน ในช่วง2เดือนที่เป็นเพื่อนกัน เคยมีผู้หญิงโทรมาหาเรา บอกให้เราเตือน (สมมติว่าชื่อA) ให้อ่านหลังสือเตรียมสอบให้มากๆ (ในขณะนั้น สามียังเรียนมสธ.อยู่ค่ะ) เราก็ถามเค้าว่า "พี่เป็นใครคะ" เค้าบอก " เป็นพี่สาว "
ด้วยความที่เป็นแค่เพื่อน ก็เลยไม่ได้คิดอะไร เค้าบอกให้เตือน ก็บอกให้ (พ่อแม่ พี่ๆของสามี ก็บอกว่าเจ๊ คือลูกพี่ลูกน้อง เป็นญาติกัน)
พอเดือนที่ 3 เราก็คบกันเป็นแฟน เพื่อนๆที่บริษัททุกคนรวมถึงเจ้านาย พ่อแม่ พี่ๆ บอกเราว่า ดูดีๆก่อนนะ คนๆนี้อันตราย
แต่ตอนนั้น ไม่สนใจใครเลย มั่นใจตัวเองมาก คิดตลอดว่า เราเลือกไม่ผิดหรอก ตัดสินใจถูกแล้ว ไม่ว่าใครจะพูดอะไร หรือ กีดกันยังไงเราไม่เคยฟังใคร
สามีอยู่บ้านเอื้ออาทร เค้าบอกกับเราว่า เค้าอยู่กับพี่สาว เป็นลูกพี่ลูกน้อง มาทำงานที่จังหวัดนี้ ก็เลยขอมาอยู่ด้วย เราก็เชื่อสนิทใจ "อ๋อออ พี่คนที่เคยโทรมาหาเราน่ะหรอ อืมๆ โอเคๆ" เค้าเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า " เจ๊ " เราไปบ้านเค้าหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยเจ๊เลยสักครั้ง เค้าบอกว่า
"เจ๊ไปทำงาน ไม่อยุ่บ้าน" แต่ถ้าวันไหนเจ๊อยุ่บ้าน เค้าก็จะบอกว่า "พี่สาวเค้าอยู่ เราไม่ต้องไปนะ " เชื่ออีกตามเคย อย่างโง่เลย
จนเดือนที่ 8 เราตกลงว่าจะแต่งงานกัน จู่ๆเจ๊ก็เก็บข้าวของหายไปจากบ้าน สามีบอกกับเราว่า " เจ๊ได้งานจังหวัดอื่น ก็เลยย้ายออกไป "
เราแต่งงานกันไม่นาน ก็ท้อง พอท้องได้ 5 เดือน แม่ก็บอกให้เราย้ายมาพักอยู่ที่บริษัท (เรากลับมาทำงานกับธุรกิจของที่บ้าน) เพราะที่บ้านเอื้อฯ เดินทางไม่สะดวก ช่วงที่เราท้องแก่ สามีก็เริ่มไม่ค่อยกลับบ้าน บางทีกลับมาก็ดึกมากแล้ว ตี1-2 ด้วยเหตุผลว่า ทำงานดึก (เชื่อ ไว้ใจอีกตามเคย)
เมื่อเราคลอดลูก ค่าใช้จ่ายเกือบทุกอย่าง เราเป็นคนจ่ายทั้งหมด บางครั้งก็ไม่พอ ต้องยืมเงินพ่อแม่เรามาก่อนตลอด สามีไม่เคยออกเงินตั้งแต่ค่าคลอด ค่ารักษาลูก (ลูกคลอดแล้วเกล็ดเลือดต่ำมาก อยู่ICU) แต่เราก็โง่ เอาเงินให้เค้าไปจ่ายให้ แทนที่จะจ่ายเลยทันที เค้ากลับเอาเงินไปหมุนอะไรไม่รุ้ก่อน แล้วใช้บัตรเครดิตรูดแทน สิ่งที่เค้าช่วยจ่ายให้ คือ เตียงนอนของลูก เท่านั้นจริงๆ นมสักกระป๋อง เพิสสักห่อ ใช้บัตรเครดิตรูด แล้วสิ้นเดือนก็มาเอาจากเราไปจ่าย ... สามีแทบไม่เคยสนใจดูแลลูกเลย เค้าจะเข้ามาหา มาดูเมื่อลูกหลับเท่านั้น
เราอดทนกับพฤติกรรมการใช้เงิน การดำเนินชีวิต และความโลกส่วนตัวสูงของสามี เหตุผลเดียวที่อดทน คือ เพื่อลูก เราไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ แต่บางครั้ง ความอดทนก็มีขีดจำกัด เราทะเลาะกันบ่อยครั้ง เราขอหย่าบ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งเราเองก็ขอโทษ และขอให้เค้ากลับมาอยู่กับลูก
จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ความอดทนก็หมด เพราะเค้าบอกกับเราว่า " เค้าไม่อยากดูแลลูก ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ ถ้าจะให้เค้าช่วยดูลูก เค้าจะดูให้ตอนที่ลูกหลับเท่านั้น " มันปรี๊ดดดดด โมโหมากๆ เลยพูดทำนองไล่เค้าออกจากบ้าน แล้วเค้าก็ไปจริงๆ หลังจากวันนั้น 2เดือน เราได้คุยกันอีกครั้งในline เค้าบอกเราว่า เค้าย้ายไปอยู่หอบริษัท ซึ่งอยู่ใกล้ๆบริษัทเรามาก ไม่เกิน 5 กม. เราก็เลยบอกว่า "ให้เข้ามาหาลูกบ้าง ลูกถามถึง"
(ลูกสาวตอนนี้อายุ 2ขวบ 5 เดือน) ... เค้าเข้ามาหาลูกค่ะ แต่มา 5 นาที มาให้ลูกเห็นหน้า แล้วก็กลับ
หลายๆครั้ง เราชวนเค้าพาลูกไปเที่ยวกัน นัดเวลาแล้ว แต่เค้าก็ไม่มา หายไปเลย ติดต่อไม่ได้ ... บ่อยๆครั้งเข้า เราก็ไม่ชวน ไม่นัด เราไปกันเอง 2 คนแม่ลูก เราก็ไปกันได้ อยู่กันได้
แล้วความจริงทุกอย่าง ว่า คนๆนี้เลวร้ายแค่ไหน ก็กระจ่างในวันที่เราได้เจอกันโดยบังเอิญกับเพื่อนของเค้า ซึ่งเป็นเพื้อนของเราด้วยแต่ไม่สนิทมาก (เราเจอเพื่อนเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา)
เพื่อน : เลิกกัน A แล้วหรอ A มันถึงได้ไปอยู่กับ ญ คนอื่นที่บ้านเอื้อฯน่ะ
เรา : แยกกันอยู่น่ะ พอดีมีปัญหากันนิดหน่อย แต่จะกลับมาอยุ่เหมือนเดิมแล้วแหละ (คิดเองคนเดียว) แยกกันตอนเดือนกุมภาฯ
เพื่อน : เฮ้ย เค้าอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ก่อนกุมภาแล้วนะ นานแล้วอะ
เรา : บ้า แกอำชั้น เค้ายังมาหาลูกอยู่เลย (หลอกตัวเอง)
เพื่อน : พอรู้อย่างนี้แล้ว สงสารแกว่ะ ถ้าไม่เชื่อ ไปดูให้เห็นกับตาเองเลยแล้วกันนะ ผู้หญืงคนนี้เค้าเป็นครู สอนอยุ่ รร.วัด......
ถ้าอยากรู้อะไรมากกว่านี้ โทรไปถามคนข้างบ้านสิ
เย็นวันนั้น เราก็ไปที่บ้านเอื้อฯ เคาะประตูบ้าน สามีมาเปิด สีหน้าแบบคาดไม่ถึง เราเดินเข้าไปในห้องนอน เจอจังๆกับผู้หญิง นั่งอยู่บนเตียง
เราเข้าไปพูดจาดีกับเค้ามากๆ ไม่หาเรื่อง ไม่ด่าว่า
เรา : เธอเป็นแฟนใหม่ของ A หรอ
ครู : ใช่ (จ้องหน้าเราด้วย ไม่สลดเลย)
เรา : แล้วรู้มั้ยว่าเค้า มีลูกเมียแล้ว
ครู : รู้ แล้วไงล่ะ .... อ๋อ คนนี้เองหรอ ที่Aพูดถึงบ่อยๆ
ในขณะนั้น สามีก็มาดึงแขนเราออกจากห้อง แล้วบอกเราว่า อย่ามายุ่งเรื่องของเค้าอีก เราก็ออกมากจากห้อง กลับบ้าน น่าแปลก ที่ร้องไห้ไม่ออก ไม่มีน้ำตาสักหยด แต่กลับมาแล้ว นอนกอดลูก บอกลูกว่า หม่าม้าไม่เป็นไร หม่าม้าเข้มแข็ง เราอยู่กันมาได้ตั้งนานแล้ว ต่อไปนี้ ทำไม่จะอยู่ไม่ได้ล่ะ
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น .... เราได้โทรหาเพื่อนข้างบ้าน ตั้งใจจะไปถามเค้าเกี่ยวกับครูคนนี้ว่าเป็นอย่างไร แต่ได้รับการตอบกลับแบบ จุกอก พูดไม่ออกเลย มันแน่นอก หายใจไม่ออกเลย
เรา : พี่ S คะ หนูรบกวนถามเรื่อง A หน่อยสิคะ คือเค้าอะไรยังไงกันคะ พี่พอจะรู้บ้างมั้ย
S : จะมาถามอะไรพี่ล่ะน้อง ก็อย่างที่น้องเคยๆเป็นมาก่อนนั่นล่ะ ครูคนนี้ก็ไม่ต่างจากที่น้องเคยทำหรอก
เรา : หือ ????? อะไรกันวะ
S : ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ก็ตอนเจ๊ไง เจ๊น่ะเป็นเมียหลวง เธอน่ะเมียน้อย เค้าอยู่ด้วยกันมา 3-4 ปีแล้ว มาแย่งของๆเค้า ทำเป็นอินโนเซ้นท์ เจ๊น่ะเค้ารับไม่ได้ที่ A มันเลือกเธอ เค้าเลยเก็บข้าวของย้ายกลับไปอยู่บ้าน นี่เค้าก็แต่งงานใหม่ มีชีวิตที่ดีไปแล้ว เค้าสาปส่ง A มันจะตาย เพราะตลอดเวลา ที่Aอยู่กับเจ๊ Aก็มีผู้หญิงคนอื่นมาตลอด หลายคนแล้ว จนมาลงเอยที่เธอนั่นแหละ แล้วช่วงที่เธอย้ายไปอยู่บ้านตัวเองน่ะ มันก็พาผู้หญิงคนอื่นมานอนที่ห้อง ไปๆมาๆ 2-3 คน หนึ่งในนั้นน่ะ ก็เพื่อนที่บริษัทมันที่ชื่อ N น่ะ เธอก็รู้จักไม่ใช่หรอ
เราเอ๋อไปเลย พูดไม่ออกเลย น้ำตาไหลไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับชั้นกันเนี่ย เพิ่งรุ้ก็ตอนนี้แหละว่า อาการกินไม่ได้ ตอนไม่หลับ มันเป็นแบบนี้เองหรอ ตาค้าง ข่มตาหลับไม่ลง
หลังจากวันนั้น ร่วมอาทิตย์ พอได้สติ ก็แค้นสุดๆ ต้องเอาคืน ก่อนอื่น ครู ต้องทำให้เค้ารู้ตัวบ้างว่าทำไม่ถูก เป็นครูทำแบบนี้ได้ไง
ก็เลยงัดบ้านตัวเอง เข้าไปหาหลักฐาน ว่าครูชื่ออะไร ทำงานที่ไหน วันรุ่งขึ้นไปยื่นจดหมายถึงโรงเรียนเลยค่ะ คุยกับผอ. เค้าก็รับเรื่องไว้
แต่ขอเราว่า อย่าเอาเรื่องส่งกระทรวง ขอเค้าจัดการกันเองก่อน เราก็โอเค ไม่อยากทำร้ายใคร แค่อยากให้เค้ารุ้ตัวก็พอ
พอสามี รู้ว่าเราเป็นคนงัดบ้าน เข้าไปรื้อของ ก็ส่งข้อความมาข่มขู่ต่างๆนาๆ จะเอาชีวิตเรา พ่อแม่เรา จะลักพาตัวลูก เราบอกเค้าดีๆว่า ยอมรับมาเถอะว่าเธอผิด เราไม่เอาผืดเธอหรอกนะ แค่ต้องการหย่าเท่านั้น ขอให้จบกันด้วยดี แต่เค้าก็ไม่จบ ส่งข้อความมาด่าว่าเรา ว่าพ่อแม่เรา ขู่ว่าจะมางัดบริษัท จะให้คนมาทำร้ายคนในบ้าน เราไม่ตอบกลับ ก็โทรมาจิกๆๆๆ
เค้าบอกกับเราว่า เค้ากับครูเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนที่ให้ที่อยู่กับเค้าในวันที่เค้าถูกเมียไล่ออกจากบ้าน (ให้ที่อยู่?? นั่นมันบ้านที่ชั้นผ่อนอยู่นะ)
เป็นเพื่อนที่ดีกับเค้ามากๆ เป็นเพื่อน ...... มากมายบรรยายให้เราฟังไม่หมด แต่ที่เราได้คุยกับครู หลังจากที่ครูถูกรร.ทำฑัณบน เราอัดเสียงครูเอาไว้ เค้าสารภาพว่า คบหากันจริง มีอะไรกันแล้ว และวางแผนที่จะแต่งงานกัน โดยที่ A บอกกับเค้าว่า จะหย่ากับเราแล้วไปจดทะเบียนกับเค้า
สามีก็ยังแถๆๆๆๆ ไม่ยอมรับทุกๆเรื่องจนมาถึงทุกวันก็ยังคงส่งข้อความมาแถต่อไป พร้อมบอกกับเราว่า ยังรัก ห่วง คิดถึงเราเสมอ อยากให้เราตกลงกับเค้าได้ เผื่อจะกลับมาอยู่ด้วยกัน 3 คนเหมือนเดิม ตลกสิ้นดีเลย ก่อนหน้านี้ ยังจะฆ่าพ่อแม่เราอยู่เลย ตอนนี้อยากกลับมา
เราตัดสินใจแล้วว่า พอทีสำหรับคนๆนี้ อโหสิกรรมให้ ไม่เอาผิด ไม่โกรธ ขอแค่อย่ามายุ่งกับครอบครัวเรา ลูกเราอีก ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ว่าจะเลี้ยงลูกคนเดียวได้ แต่เราก็จะทำ จะพยายาม ทุกๆอย่างเพื่อลูก โชคดีที่เรามีพ่อแม่ มีครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก เลี้ยงง่าย เราผ่านเรื่องราวแย่ๆนี้มาได้ เพราะบุคคลเหล่านี้จริงๆ สู้ๆค่ะ
ยาวไปหน่อยนะคะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ