ทาง 3 แพร่งเมื่อจับได้ว่าแฟนมีชู้: จะเป็น 'นางเอกกฎหมาย' 'สายบวก' หรือ 'สายให้อภัย' แบบไหนที่จบสวยที่สุด?

ก็ตามนั้นครับ คือ ไม่มีอะไรสวยงามในโลกใบที่ 2 - 3 - 4 วันนี้ รวมๆสรุปจากข่าวเหตุการณ์จริงมาใช้ดูกัน ผมตัดส่วนชื่อ และการระบุตัวออกไป เอาเป็นว่า อ่านเป็นข้อคิดแล้วกันนะครับ ว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร

                ปัญหาเรื่องการนอกใจเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบครับ จากเคสที่เคยเป็นข่าวโด่งดังหรือเคสที่เกิดขึ้นจริงในสังคม เราสามารถแบ่ง "การตอบสนอง" ออกเป็น 3 รูปแบบหลักๆ ตามวุฒิภาวะและอารมณ์ของคู่ครองได้ดังนี้ครับ

เรื่องที่ 1: การใช้ "สติ" และกฎหมาย
เหตุการณ์:
ภรรยาหลวงจับได้ว่าสามีซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง แอบไปจดทะเบียนสมรสซ้อนและจัดงานแต่งงานกับหญิงอื่น โดยที่เธอยังอยู่ในบ้านและเลี้ยงลูกอยู่ตามปกติ
คู่ครองทำอย่างไร:
เธอไม่ได้เข้าไปอาละวาดหรือตบตีในงานแต่งงาน แต่เลือกที่จะ "เดินถือทะเบียนสมรส" เข้าไปในงานอย่างสงบ เพื่อยืนยันสิทธิ์ตามกฎหมาย และบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นเดินสายฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากทั้งสามีและชู้ รวมถึงร้องเรียนวินัยข้าราชการ
จบลงอย่างไร:
สามีถูกสั่งพักราชการและสูญเสียความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ภรรยาหลวงชนะคดีฟ้องชู้ ได้รับเงินชดเชยหลักล้าน และตัดสินใจ หย่าขาด เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมเงินก้อนและการดูแลบุตรแต่เพียงผู้เดียว

เรื่องที่ 2: การใช้ "อารมณ์" และการประจาน
เหตุการณ์:
สามีจับได้ว่าภรรยาพาชายชู้เข้ามาในคอนโดส่วนตัวผ่านกล้องวงจรปิดที่แอบติดตั้งไว้ เขาบุกเข้าไปในห้องทันทีขณะที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
คู่ครองทำอย่างไร:
เขาขาดสติและทำการ ไลฟ์สด (Live) ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อประจานการกระทำของทั้งคู่ มีการด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง และทำลายข้าวของภายในห้องจนเกิดความเสียหายขนานใหญ่ เพื่อหวังจะให้ทั้งคู่เสียชื่อเสียงในสังคม
จบลงอย่างไร:
แม้สังคมจะเห็นใจในตอนแรก แต่สามีกลับถูกภรรยาฟ้องกลับในข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงถูกดำเนินคดีแพ่งเรื่องทำลายทรัพย์สิน กลายเป็นว่าฝั่งที่ถูกนอกใจต้องเสียทั้งใจและเสียเงินสู้คดี ความสัมพันธ์จบลงด้วยความเกลียดชังและคดีความติดตัวทั้งสองฝ่าย

เรื่องที่ 3: การ "เจรจา" และให้โอกาส
เหตุการณ์:
คู่รักที่แต่งงานกันมานานกว่า 10 ปี ฝ่ายชายเผลอใจไปมีความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวกับเพื่อนร่วมงาน ภรรยาจับได้จากข้อความในไลน์ที่ลืมลบ
คู่ครองทำอย่างไร:
เธอเลือกที่จะไม่โวยวายทันที แต่เรียกสามีมานั่งคุยกันอย่างเปิดอก (Confrontation) เพื่อถามถึงสาเหตุและสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตคู่ เธอตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่าหากจะไปต่อ สามีต้องตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง ลาออกจากที่ทำงานเดิม และยอมให้ เช็กโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา เพื่อสร้างความเชื่อใจขึ้นมาใหม่
จบลงอย่างไร:
ทั้งคู่เลือกเข้าปรึกษา นักจิตวิทยาครอบครัว (Marriage Counseling) เพื่อปรับจูนความสัมพันธ์ แม้ความเชื่อใจจะไม่กลับมา 100% ในทันที แต่สามีพิสูจน์ตัวเองด้วยการปรับปรุงตัวอย่างหนัก ปัจจุบันทั้งคู่ยังครองคู่กันอยู่โดยที่ความสัมพันธ์มีความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม

การตอบสนองแต่ละแบบมีราคาที่ต้องจ่ายต่างกันครับ แบบแรกเน้นความถูกต้อง แบบที่สองเน้นความสะใจ (แต่เสี่ยงกฎหมาย) และแบบที่สามเน้นการรักษาความสัมพันธ์


ถ้าคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้คุณทำอย่างไร ขอฟังความคิดเห็นในมุมของคุณบ้างครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่