เรื่องในซีรียส์เดียวกัน บ่มไวน์ใส่รัก
http://pantip.com/topic/30777946
บทก่อนหน้า
บทที่ ๑
http://pantip.com/topic/30935459
บทที่ ๒
http://pantip.com/topic/30940219
บทที่ ๓
http://pantip.com/topic/30942490
ไลลาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความรู้สึกราวกับถูกทุบที่ศีรษะ หญิงสาวรู้สึกถึงอาการปวดหัวจนเหมือนจะระเบิด พร้อมทั้งเพดานหมุนติ้วและอาการผะอืดผะอมจนต้องโซซัดโซเซเข้าไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำ หากแต่ก็ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำย่อยสีเหลืองๆรสชาติสุดทน และเมื่อก้มลงมองดูตัวเองแล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าอยู่ในสภาพใด
แม้ว่าเสื้อยืดตัวที่ใส่เมื่อวานจะยังอยู่บนร่างกายท่อนบน แต่ท่อนล่างกลับมีเพียงชั้นในสีดำลายลูกไม้ตัวจิ๋วที่แทบปิดอะไรไม่มิด และคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้จัดการไร่ที่เธอนั่งดื่มด้วยเมื่อคืนนี้เป็นคนถอดให้ ซึ่งเขาก็คงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนๆแล้ว
เมื่อคิดถึงชายหนุ่ม หญิงสาวก็หน้าร้อนผ่าวเพราะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หลังจากที่เขาบอกให้เธอไปนอน จำได้ว่าลุกขึ้นตามคำบอกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ได้ก้าวขาไปไหน เธอก็ทรุดลงกับพื้น และเขาก็อุ้มเธอเพื่อพาไปส่งยังห้องนอน ถึงแม้ว่าจะเพิ่งรู้จักเขายังไม่ถึง ๔๘ ชั่วโมงด้วยซ้ำ หญิงสาวก็ปล่อยให้เขาอุ้มอย่างไม่รังเกียจรังงอน ราวกับเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว และเมื่อไปถึงห้องนอน.. ตาย! ตาย! ตาย! ไลลากรีดร้องอยู่ในอก
โธ่.. ไลลา คราวนี้จะไปสู้หน้าเขาได้ยังไง หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอย่างหมดแรง
เธอท้าเขาให้จูบเธอ! และเขาก็จูบเสียด้วย.. เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังพยายามที่จะทำอะไรที่มากกว่าจูบเสียอีก เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เธอก็ไม่ได้แย่จนแจ๊คต้องไปหาความสุขกับคนอื่น และหากไม่ใช่เพราะเขาหยุดตัวเองและหยุดเธอด้วย ป่านนี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
ตั้งสติ ไลลา หญิงสาวบอกตัวเอง เธอจะต้องทำเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการขาดสติเพราะความเมา และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก หญิงสาวสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่แตะแอลกอฮอล์อีกเด็ดขาด ในชีวิตของไลลาไม่เคยทำอะไรที่ขาดสติและน่าอับอายขนาดนี้มาก่อน แต่นี่เธอถึงกับพร่ำพูดถึงชีวิตรักที่ถูกหักหลังให้กับคนที่เพิ่งรู้จักฟังจนหมดสิ้น และยังพยายามจะปล้ำเขาอีกต่างหาก หากไม่เป็นเพราะแอลกอฮอล์แล้วล่ะก็ เรื่องแบบนี้ไม่มีวันจะเกิดขึ้น หญิงสาวแน่ใจ
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ทันทีที่ไลลาก้าวเท้าเข้าไปในครัว ก็เจอเข้ากับคำทักทายจากคนที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในชีวิต ที่กำลังง่วนอยู่กับหม้อกาแฟในครัว โธ่.. อุตส่าห์เข้ามาสายๆ กะว่าจะไม่เจอกับเขาแล้วเชียว เขาก็ดันมาอยู่ในครัวตอนนี้ซะได้ แล้วเธอจะต้องทำหน้ายังไงล่ะทีนี้
ไลลาพยายามปรับสีหน้าให้ราบเรียบที่สุด ก่อนจะกล่าวทักทายตอบคนพูดน้อยตรงหน้า
“สวัสดีค่ะมาร์โค”
“กาแฟไหมครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวตอบ ก่อนจะยื่นมือไปรับถ้วยกาแฟ ที่คนตรงหน้ายื่นส่งมาให้
ไลลาลอบสังเกตสีหน้าของผู้จัดการไร่หนุ่ม แต่ก็ไม่พบอะไรที่จะบอกได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หญิงสาวคิดว่าควรจะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดีหรือไม่ หากแต่เธอคือไลลา ไลลาที่ทำทุกอย่างถูกต้องเสมอ เธอจึงตัดสินใจพูดกับเขา
“มาร์โคคะ” เรียกชื่อคนตรงหน้าพลางกลืนน้ำลาย
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม โดยไม่พูดอะไร
“ฉันอยากจะคุยกับคุณ.. เรื่อง.. เอ่อ.. เรื่องเมื่อคืน” หญิงสาวจบประโยคอย่างยากลำบาก ในขณะที่ใบหน้าก็ร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟร้อนๆลามเลีย
“ครับ” คนฟังตอบสั้นๆ
โธ่ ตาบ้า จะทำให้ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนน้อยกว่านี้ไม่ได้หรือไงนะ หญิงสาวโวยวายในใจกับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขา
“ฉันขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ฉันเอ่อ.. เมา.. มันไม่ได้มีความหมายอะไร และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก” หลังจบประโยค หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกที่ในที่สุดก็ได้พูดสิ่งที่ตั้งใจ และทำท่าจะหันหลังเดินออกไปจากครัว หากต้องหยุดชะงักอยู่กับที่เมื่ออีกคนพูดประโยคที่ยาวที่สุดนับแต่เจอหน้ากันเช้านี้
“อย่าห่วงเลยครับ ที่ผมทำลงไป ก็เพราะไม่ชอบถูกท้าเท่านั้นเอง”
หญิงสาวคิดว่าเธอเห็นประกายไหววูบในหน่วยตาสีเขียวมรกตเจิดจ้านั้น แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะหายไป จนเธอก็ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือเธอคิดไปเองกันแน่
“เอาเป็นว่าเราจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกันนะคะ”
“ครับ” ตอบสั้นๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
“วันนี้คุณจะพาผมไปซื้อรถได้ไหม”
“ได้สิคะ คุณอยากได้รถอะไร”
“แถวนี้มีศูนย์บีเอ็มดับเบิ้ลยูหรือเปล่า”
“ใกล้ที่สุดก็โคสท์ไลน์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ขับรถจากนี่ประมาณสามสิบนาทีค่ะ” หญิงสาวตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่นี่ ผมพร้อมตอนที่คุณพร้อม”
“งั้นขอเวลาสักครึ่งชั่วโมง แล้วเจอกันที่โรงรถค่ะ” บอกก่อนที่จะยกถ้วยกาแฟที่ดื่มเสร็จแล้วไปใส่เครื่องล้างจาน และโบกมือให้กับคนที่ยังอยู่ในครัว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังทิศทางที่ตั้งของห้องนอนตนเอง
เธออยากจะหนีหน้าเขาให้ไกลที่สุด แต่เขากลับขอให้เธอพาไปซื้อรถเสียนี่
มาร์โคอมยิ้มมุมปากขณะมองตามแผ่นหลังระหงของคนที่เพิ่งจะละไป เขาดูออกว่าหญิงสาวกระอักกระอ่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเพียงใด และวันนี้นางชีของเขาก็กลับมาเป็นนางชีอย่างวันแรกที่เจอกันเสียแล้ว แต่เขาชอบนางชีเวอร์ชั่นขี้เมามากกว่า
จริงๆก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ซะทีเดียว กว่าเขาจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบเช้า ถึงได้ตื่นสายจนมาเจอกับเธอในห้องครัวอย่างนี้ไง เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองจนถึงตอนนี้ ว่ากะอีแค่จูบผู้หญิงที่ท้าเขาเพราะความเมา ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ หน้าตาก็ไม่ใช่แบบที่เขาชอบ จะมีผลต่อเขาขนาดนั้น แต่เมื่อเธอพูดแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เขายิ่งเกรงๆอยู่ว่าเธอจะถือเป็นจริงเป็นจัง ดูท่าทางจริงจังกับความสัมพันธ์ขนาดนั้นด้วย ใครจะไปนึกว่านางชีจะเดินมาบอกเขาว่า จูบของเขาไม่มีความหมายอะไรต่อเธอเลย เอาล่ะ เธอก็ไม่ได้ใช้คำพูดแบบนั้นเสียทีเดียว แต่เหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอกล่าวถึงมันก็หมายถึงจูบของเขานั่นแหละ แล้วทำไมเขารู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆนะ ผิดหวังที่เธอทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่จูบกับเขาไปแล้ว
ไม่หรอกมาร์โค นายผิดหวังที่นางชีไม่รู้สึกอะไรกับจูบของนายมากกว่า ชายหนุ่มบอกตัวเอง
แล้วนายอยากให้เธอรู้สึกกับนายอย่างนั้นสิ อีกเสียงในหัวถามกลับ ถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็รู้สึกไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ นี่เขาเป็นอะไรไป มาร์โค ลอมบาร์ดี ไม่เคยกลับมานอนลืมตาโพลงหลังจากจูบผู้หญิง ไม่เคยต้องมานั่งเถียงกับตัวเองวกไปวนมาอย่างหาประเด็นไม่เจอ ไม่เคย และจะไม่เป็นอีก ชายหนุ่มให้สัญญากับตัวเอง
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารที่นั่งอยู่ เดินเอาถ้วยกาแฟไปใส่เครื่องล้างจาน ก่อนที่จะเดินกลับไปยังห้องนอนเพื่อหยิบกระเป๋าสตางค์และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการซื้อรถ เมื่อมาอยู่ท่ามกลางป่าเขาแบบนี้ เขาคงจะเหมือนคนไม่มีแขนขาแน่หากจะไม่มีรถขับ แม้ทางไร่จะมีรถให้ใช้ แต่เขาก็ชอบขับรถของตัวเองมากกว่า และนอกจากรถแล้ว เขายังจะต้องหาอพาร์ทเมนท์ในเมืองไว้สำหรับไปพักในวันหยุดจากงานในไร่ด้วย เพราะหากเขาต้องหมกตัวอยู่แต่ในไร่แห่งนี้กับนางชี เขาอาจจะประสาทเสียเพราะความเงียบเหงาเข้าสักวัน
“ของคุณ” เมื่อเจอหน้าชายหนุ่มที่ขอให้เธอพาไปซื้อรถตามที่นัดไว้ ไลลาก็ยื่นกุญแจรถให้กับเขาพร้อมกับดวงตาหรี่ปรือ เธอยังรู้สึกเมาค้างจากแอลกอฮอล์เมื่อคืน ตอนนี้ทั้งปวดหัวและผะอืดผะอม แม้จะกินพานาดอล[1]เข้าไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมากนัก อย่าหวังว่าเธอจะเป็นสารถีให้กับเขา
ชายหนุ่มรับกุญแจจากมือบางไปเงียบๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังรถคันใหญ่ของทางไร่ และเปิดประตูด้านที่นั่งผู้โดยสารให้หญิงสาว และเมื่อเธอขึ้นนั่งเรียบร้อย เขาก็เดินอ้อมไปยังที่นั่งคนขับ ก้าวขึ้นไปสตาร์ทรถ ใส่เกียร์ถอย และค่อยๆถอยรถออกจากโรงรถ โดยมีไลลานั่งเอนๆ หลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มาร์โคชำเลืองมองสภาพของหญิงสาวแล้วตัดสินใจบอก
“ถ้าคุณไม่ไหวผมไปคนเดียวก็ได้นะ”
คนท่าทางไม่ไหวปรือตาหันมามองชายหนุ่ม ก่อนจะส่ายศีรษะช้าๆ
“ไหวค่ะ ไปเถอะ ฉันแค่หลับตารอให้พานาดอลออกฤทธิ์” คนได้ฟังคำตอบได้แต่ส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก
หลังออกจากไร่และขับรถขึ้นมาบนถนน ซึ่งเป็นถนนลาดยางเส้นเล็กๆ ทอดผ่านไปตามพื้นที่การเกษตร สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ว่างโล่งของสวนสตรอเบอรี่ สลับกับพืชผลยืนต้นอย่างส้มและกล้วย โดยเริ่มมีไร่องุ่นเกิดขึ้นบ้างแต่ยังไม่หนาตามากนัก
หลังขับรถบนถนนเส้นเล็กได้ราวสิบห้านาที ชายหนุ่มเลี้ยวรถขึ้นถนนสตีฟ เออร์วิน เวย์ ซึ่งอยู่ในช่วงตัดผ่านอุทยานแห่งชาติอันเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ สังเกตว่าต้นไม้ที่ควีนส์แลนด์จะเป็นป่าแบบร้อนชื้นซึ่งทำให้ต้นไม้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าป่าแบบทะเลทรายอย่างทางตะวันตกที่เขาคุ้นเคย เมื่อขับรถไปได้สักระยะ ก็ปรากฎทะเลสาปขนาดใหญ่ทางด้านซ้ายมือ เป็นทัศนียภาพที่น่ามองทีเดียว
“เขื่อนอีเวน แมดด็อค เป็นแหล่งน้ำสำหรับพื้นที่บริเวณนี้ค่ะ” คนที่ดูเหมือนหลับตามาตลอดทางพูดขึ้น
“สวยดีนะครับ”
“ค่ะ หน้านี้น้ำเต็มเลยสวยแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวบอก ก่อนจะยกมือดูนาฬิกา
“อีกราวๆสิบนาทีก็จะถึงแล้วค่ะ”
หลังจากผ่านอุทยานแห่งชาติและเขื่อนมาไม่กี่นาที ชายหนุ่มก็ต้องเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนที่ทอดไปยังจุดหมายสำหรับวันนี้ ซึ่งเริ่มเข้าสู่เขตเมือง และมีอาคารบ้านเรือนหนาตาขึ้น
“เลี้ยวซ้ายด้านหน้า ร้านจะอยู่ขวามือค่ะ” หญิงสาวบอกเขาเมื่อชายหนุ่มพารถมาเกือบถึงจุดหมาย
[1] พานาดอล: ชื่อที่คนออสซี่เรียกยาพาราเซตตามอล (เป็นชื่อยี่ห้อ)
อุ่นไอรัก บทที่ ๔
บทก่อนหน้า
บทที่ ๑ http://pantip.com/topic/30935459
บทที่ ๒ http://pantip.com/topic/30940219
บทที่ ๓ http://pantip.com/topic/30942490
ไลลาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความรู้สึกราวกับถูกทุบที่ศีรษะ หญิงสาวรู้สึกถึงอาการปวดหัวจนเหมือนจะระเบิด พร้อมทั้งเพดานหมุนติ้วและอาการผะอืดผะอมจนต้องโซซัดโซเซเข้าไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำ หากแต่ก็ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำย่อยสีเหลืองๆรสชาติสุดทน และเมื่อก้มลงมองดูตัวเองแล้วก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าอยู่ในสภาพใด
แม้ว่าเสื้อยืดตัวที่ใส่เมื่อวานจะยังอยู่บนร่างกายท่อนบน แต่ท่อนล่างกลับมีเพียงชั้นในสีดำลายลูกไม้ตัวจิ๋วที่แทบปิดอะไรไม่มิด และคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้จัดการไร่ที่เธอนั่งดื่มด้วยเมื่อคืนนี้เป็นคนถอดให้ ซึ่งเขาก็คงจะเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนๆแล้ว
เมื่อคิดถึงชายหนุ่ม หญิงสาวก็หน้าร้อนผ่าวเพราะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หลังจากที่เขาบอกให้เธอไปนอน จำได้ว่าลุกขึ้นตามคำบอกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ได้ก้าวขาไปไหน เธอก็ทรุดลงกับพื้น และเขาก็อุ้มเธอเพื่อพาไปส่งยังห้องนอน ถึงแม้ว่าจะเพิ่งรู้จักเขายังไม่ถึง ๔๘ ชั่วโมงด้วยซ้ำ หญิงสาวก็ปล่อยให้เขาอุ้มอย่างไม่รังเกียจรังงอน ราวกับเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว และเมื่อไปถึงห้องนอน.. ตาย! ตาย! ตาย! ไลลากรีดร้องอยู่ในอก
โธ่.. ไลลา คราวนี้จะไปสู้หน้าเขาได้ยังไง หญิงสาวพึมพำกับตัวเองอย่างหมดแรง
เธอท้าเขาให้จูบเธอ! และเขาก็จูบเสียด้วย.. เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังพยายามที่จะทำอะไรที่มากกว่าจูบเสียอีก เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า เธอก็ไม่ได้แย่จนแจ๊คต้องไปหาความสุขกับคนอื่น และหากไม่ใช่เพราะเขาหยุดตัวเองและหยุดเธอด้วย ป่านนี้ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว
ตั้งสติ ไลลา หญิงสาวบอกตัวเอง เธอจะต้องทำเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าการขาดสติเพราะความเมา และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก หญิงสาวสัญญากับตัวเองว่าเธอจะไม่แตะแอลกอฮอล์อีกเด็ดขาด ในชีวิตของไลลาไม่เคยทำอะไรที่ขาดสติและน่าอับอายขนาดนี้มาก่อน แต่นี่เธอถึงกับพร่ำพูดถึงชีวิตรักที่ถูกหักหลังให้กับคนที่เพิ่งรู้จักฟังจนหมดสิ้น และยังพยายามจะปล้ำเขาอีกต่างหาก หากไม่เป็นเพราะแอลกอฮอล์แล้วล่ะก็ เรื่องแบบนี้ไม่มีวันจะเกิดขึ้น หญิงสาวแน่ใจ
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ทันทีที่ไลลาก้าวเท้าเข้าไปในครัว ก็เจอเข้ากับคำทักทายจากคนที่ไม่อยากเห็นหน้าที่สุดในชีวิต ที่กำลังง่วนอยู่กับหม้อกาแฟในครัว โธ่.. อุตส่าห์เข้ามาสายๆ กะว่าจะไม่เจอกับเขาแล้วเชียว เขาก็ดันมาอยู่ในครัวตอนนี้ซะได้ แล้วเธอจะต้องทำหน้ายังไงล่ะทีนี้
ไลลาพยายามปรับสีหน้าให้ราบเรียบที่สุด ก่อนจะกล่าวทักทายตอบคนพูดน้อยตรงหน้า
“สวัสดีค่ะมาร์โค”
“กาแฟไหมครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวตอบ ก่อนจะยื่นมือไปรับถ้วยกาแฟ ที่คนตรงหน้ายื่นส่งมาให้
ไลลาลอบสังเกตสีหน้าของผู้จัดการไร่หนุ่ม แต่ก็ไม่พบอะไรที่จะบอกได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ หญิงสาวคิดว่าควรจะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดีหรือไม่ หากแต่เธอคือไลลา ไลลาที่ทำทุกอย่างถูกต้องเสมอ เธอจึงตัดสินใจพูดกับเขา
“มาร์โคคะ” เรียกชื่อคนตรงหน้าพลางกลืนน้ำลาย
ชายหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม โดยไม่พูดอะไร
“ฉันอยากจะคุยกับคุณ.. เรื่อง.. เอ่อ.. เรื่องเมื่อคืน” หญิงสาวจบประโยคอย่างยากลำบาก ในขณะที่ใบหน้าก็ร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟร้อนๆลามเลีย
“ครับ” คนฟังตอบสั้นๆ
โธ่ ตาบ้า จะทำให้ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนน้อยกว่านี้ไม่ได้หรือไงนะ หญิงสาวโวยวายในใจกับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขา
“ฉันขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ฉันเอ่อ.. เมา.. มันไม่ได้มีความหมายอะไร และมันจะไม่เกิดขึ้นอีก” หลังจบประโยค หญิงสาวถอนหายใจโล่งอกที่ในที่สุดก็ได้พูดสิ่งที่ตั้งใจ และทำท่าจะหันหลังเดินออกไปจากครัว หากต้องหยุดชะงักอยู่กับที่เมื่ออีกคนพูดประโยคที่ยาวที่สุดนับแต่เจอหน้ากันเช้านี้
“อย่าห่วงเลยครับ ที่ผมทำลงไป ก็เพราะไม่ชอบถูกท้าเท่านั้นเอง”
หญิงสาวคิดว่าเธอเห็นประกายไหววูบในหน่วยตาสีเขียวมรกตเจิดจ้านั้น แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะหายไป จนเธอก็ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงหรือเธอคิดไปเองกันแน่
“เอาเป็นว่าเราจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกันนะคะ”
“ครับ” ตอบสั้นๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง
“วันนี้คุณจะพาผมไปซื้อรถได้ไหม”
“ได้สิคะ คุณอยากได้รถอะไร”
“แถวนี้มีศูนย์บีเอ็มดับเบิ้ลยูหรือเปล่า”
“ใกล้ที่สุดก็โคสท์ไลน์บีเอ็มดับเบิ้ลยู ขับรถจากนี่ประมาณสามสิบนาทีค่ะ” หญิงสาวตอบ
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปที่นี่ ผมพร้อมตอนที่คุณพร้อม”
“งั้นขอเวลาสักครึ่งชั่วโมง แล้วเจอกันที่โรงรถค่ะ” บอกก่อนที่จะยกถ้วยกาแฟที่ดื่มเสร็จแล้วไปใส่เครื่องล้างจาน และโบกมือให้กับคนที่ยังอยู่ในครัว ก่อนที่จะเดินตรงไปยังทิศทางที่ตั้งของห้องนอนตนเอง
เธออยากจะหนีหน้าเขาให้ไกลที่สุด แต่เขากลับขอให้เธอพาไปซื้อรถเสียนี่
มาร์โคอมยิ้มมุมปากขณะมองตามแผ่นหลังระหงของคนที่เพิ่งจะละไป เขาดูออกว่าหญิงสาวกระอักกระอ่วนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเพียงใด และวันนี้นางชีของเขาก็กลับมาเป็นนางชีอย่างวันแรกที่เจอกันเสียแล้ว แต่เขาชอบนางชีเวอร์ชั่นขี้เมามากกว่า
จริงๆก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ซะทีเดียว กว่าเขาจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบเช้า ถึงได้ตื่นสายจนมาเจอกับเธอในห้องครัวอย่างนี้ไง เขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองจนถึงตอนนี้ ว่ากะอีแค่จูบผู้หญิงที่ท้าเขาเพราะความเมา ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ หน้าตาก็ไม่ใช่แบบที่เขาชอบ จะมีผลต่อเขาขนาดนั้น แต่เมื่อเธอพูดแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เขายิ่งเกรงๆอยู่ว่าเธอจะถือเป็นจริงเป็นจัง ดูท่าทางจริงจังกับความสัมพันธ์ขนาดนั้นด้วย ใครจะไปนึกว่านางชีจะเดินมาบอกเขาว่า จูบของเขาไม่มีความหมายอะไรต่อเธอเลย เอาล่ะ เธอก็ไม่ได้ใช้คำพูดแบบนั้นเสียทีเดียว แต่เหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอกล่าวถึงมันก็หมายถึงจูบของเขานั่นแหละ แล้วทำไมเขารู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆนะ ผิดหวังที่เธอทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่จูบกับเขาไปแล้ว ไม่หรอกมาร์โค นายผิดหวังที่นางชีไม่รู้สึกอะไรกับจูบของนายมากกว่า ชายหนุ่มบอกตัวเอง แล้วนายอยากให้เธอรู้สึกกับนายอย่างนั้นสิ อีกเสียงในหัวถามกลับ ถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็รู้สึกไม่อยากจะคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ นี่เขาเป็นอะไรไป มาร์โค ลอมบาร์ดี ไม่เคยกลับมานอนลืมตาโพลงหลังจากจูบผู้หญิง ไม่เคยต้องมานั่งเถียงกับตัวเองวกไปวนมาอย่างหาประเด็นไม่เจอ ไม่เคย และจะไม่เป็นอีก ชายหนุ่มให้สัญญากับตัวเอง
ชายหนุ่มลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารที่นั่งอยู่ เดินเอาถ้วยกาแฟไปใส่เครื่องล้างจาน ก่อนที่จะเดินกลับไปยังห้องนอนเพื่อหยิบกระเป๋าสตางค์และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการซื้อรถ เมื่อมาอยู่ท่ามกลางป่าเขาแบบนี้ เขาคงจะเหมือนคนไม่มีแขนขาแน่หากจะไม่มีรถขับ แม้ทางไร่จะมีรถให้ใช้ แต่เขาก็ชอบขับรถของตัวเองมากกว่า และนอกจากรถแล้ว เขายังจะต้องหาอพาร์ทเมนท์ในเมืองไว้สำหรับไปพักในวันหยุดจากงานในไร่ด้วย เพราะหากเขาต้องหมกตัวอยู่แต่ในไร่แห่งนี้กับนางชี เขาอาจจะประสาทเสียเพราะความเงียบเหงาเข้าสักวัน
“ของคุณ” เมื่อเจอหน้าชายหนุ่มที่ขอให้เธอพาไปซื้อรถตามที่นัดไว้ ไลลาก็ยื่นกุญแจรถให้กับเขาพร้อมกับดวงตาหรี่ปรือ เธอยังรู้สึกเมาค้างจากแอลกอฮอล์เมื่อคืน ตอนนี้ทั้งปวดหัวและผะอืดผะอม แม้จะกินพานาดอล[1]เข้าไปแล้วก็ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นมากนัก อย่าหวังว่าเธอจะเป็นสารถีให้กับเขา
ชายหนุ่มรับกุญแจจากมือบางไปเงียบๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังรถคันใหญ่ของทางไร่ และเปิดประตูด้านที่นั่งผู้โดยสารให้หญิงสาว และเมื่อเธอขึ้นนั่งเรียบร้อย เขาก็เดินอ้อมไปยังที่นั่งคนขับ ก้าวขึ้นไปสตาร์ทรถ ใส่เกียร์ถอย และค่อยๆถอยรถออกจากโรงรถ โดยมีไลลานั่งเอนๆ หลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มาร์โคชำเลืองมองสภาพของหญิงสาวแล้วตัดสินใจบอก
“ถ้าคุณไม่ไหวผมไปคนเดียวก็ได้นะ”
คนท่าทางไม่ไหวปรือตาหันมามองชายหนุ่ม ก่อนจะส่ายศีรษะช้าๆ
“ไหวค่ะ ไปเถอะ ฉันแค่หลับตารอให้พานาดอลออกฤทธิ์” คนได้ฟังคำตอบได้แต่ส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไรอีก
หลังออกจากไร่และขับรถขึ้นมาบนถนน ซึ่งเป็นถนนลาดยางเส้นเล็กๆ ทอดผ่านไปตามพื้นที่การเกษตร สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ว่างโล่งของสวนสตรอเบอรี่ สลับกับพืชผลยืนต้นอย่างส้มและกล้วย โดยเริ่มมีไร่องุ่นเกิดขึ้นบ้างแต่ยังไม่หนาตามากนัก
หลังขับรถบนถนนเส้นเล็กได้ราวสิบห้านาที ชายหนุ่มเลี้ยวรถขึ้นถนนสตีฟ เออร์วิน เวย์ ซึ่งอยู่ในช่วงตัดผ่านอุทยานแห่งชาติอันเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ สังเกตว่าต้นไม้ที่ควีนส์แลนด์จะเป็นป่าแบบร้อนชื้นซึ่งทำให้ต้นไม้ดูมีชีวิตชีวามากกว่าป่าแบบทะเลทรายอย่างทางตะวันตกที่เขาคุ้นเคย เมื่อขับรถไปได้สักระยะ ก็ปรากฎทะเลสาปขนาดใหญ่ทางด้านซ้ายมือ เป็นทัศนียภาพที่น่ามองทีเดียว
“เขื่อนอีเวน แมดด็อค เป็นแหล่งน้ำสำหรับพื้นที่บริเวณนี้ค่ะ” คนที่ดูเหมือนหลับตามาตลอดทางพูดขึ้น
“สวยดีนะครับ”
“ค่ะ หน้านี้น้ำเต็มเลยสวยแบบนี้ล่ะ” หญิงสาวบอก ก่อนจะยกมือดูนาฬิกา
“อีกราวๆสิบนาทีก็จะถึงแล้วค่ะ”
หลังจากผ่านอุทยานแห่งชาติและเขื่อนมาไม่กี่นาที ชายหนุ่มก็ต้องเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนที่ทอดไปยังจุดหมายสำหรับวันนี้ ซึ่งเริ่มเข้าสู่เขตเมือง และมีอาคารบ้านเรือนหนาตาขึ้น
“เลี้ยวซ้ายด้านหน้า ร้านจะอยู่ขวามือค่ะ” หญิงสาวบอกเขาเมื่อชายหนุ่มพารถมาเกือบถึงจุดหมาย
[1] พานาดอล: ชื่อที่คนออสซี่เรียกยาพาราเซตตามอล (เป็นชื่อยี่ห้อ)