ในยุคที่ผมเกิด ผมเกิดมาในบรรยากาศที่เรียกว่า"บ้านนอก"อย่างแท้จริง
เกิดมาในบรรยากาศที่ยังหอมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างเชื่องช้า
ผมเกิดในสมัยก๋วยเตี๋ยวราคา 10 บาท สมัยลูกอมโบตันยังฮิตติดตลาด
สมัยนั้นผมเอาเงินไปโรงเรียนวันละ 5 บาทในชั้นอนุบาล ต่อมาก็ 7 บาท 10 บาท 15 บาท
ตามลำดับชั้นเรียนที่โตขึ้นเรื่อยๆ ผมกำลังเล่าถึงบรรยากาศเมื่อ 20 ปีก่อน
ผมว่ายุคที่ผมเกิดเป็นยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ใครเล่าจะคิดว่า โทรศัพท์ตู้หยอดเหรียญที่ว่าเจ๋งมากในสมัยนั้น บ้านไหนมีโทรศัพท์บ้านมันเป็นสิ่งที่ดูเท่ในความรู้สึก
ต่อมาเมื่อผมเิริ่มเข้าชั้นประถมปลาย โทรศัพท์มือถือชนิดจอขาวดำ เล่นเกมงูได้ ต้องเติมเงินครั้งละ 300 บาท
โดยการไปซื้อบัตรเติมเงิน(แถมด้วยการสะสมบัตรเติมเงินไว้เท่ๆ) เป็นสิ่งที่อยากมีมากในสมัยนั้น
วันเวลา่ผ่านไปไม่กี่ปีทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จากแชทตามเว็บ อีเมลล์ msn hi5 facebook ig line ต่างๆมากมาย
ทุกอย่างสะดวกขึ้น ทุกอย่างง่ายไปหมด การติดต่อสื่อสารมันเร็วไปหมด
แต่.....ทำไมมีความรู้สึกว่ามันยังไม่พอสักที หรือชีวิตคนเราต้องการอะไรกันแน่
เราต้องการเทคโนโลยีแน่หรือ ส่วนตัวผมเป็นคนค่อนข้าง Conservative นะครับ
ผมชอบจินตการถ้าผมไปเกิดใน พ.ศ.2500 ผมจะใช้ชีวิตยังไง แต่งตัวยังไง ผมจะถ่ายรูปแบบทุกวันนี้ได้ไหม
หรือถ้าผม ไปเกิด พ.ศ. 2450 ในสมัยนั้นผมจะทำยังไง เดินทางยังไง ติดต่อกับคนอื่นๆยังไง
ผมชอบค้นหาเพลงเก่าๆ มาฟัง ผมว่าชีวิตคนสมัยก่อนมันคลาสสิค
ผมอยากเกิดในยุคแผ่นเสียงเฟื่องฟู หรือยุคอันธพาล 2499
แล้วใส่กางเกงยีนส์เอวสูงตัวใหญ่ๆ เสื้อยืดตาห่านคู่ แล้วฟังเพลงสุรพลผ่านวิทยุเอเอ็ม...มัน
ผมเลยอยากเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ คุณลุงป้าตายาย ที่มีเรื่องราวเก่าๆ
ช่วยบอกกล่าวเรื่องราว ส่งความรู้สึก บรรยากาศ ผ่านตัวอักษร หรือเ็ป็นภาพได้ยิ่งดีครับ
อย่างน้อยให้คนรุ่นใหม่ๆ ได้ซึมซับ รับเอาสิ่งเก่าๆ ผ่านการเล่าเป็นเรื่องราวให้ลูกหลานได้ฟัง
(เช็คอายุนิดนึงนะครับ อิอิ) ขอบคุณมากๆล่วงหน้าครับ

Cr. ภาพจาก Flickr : กรุงเทพ พ.ศ. 2515

เมื่อมาอยู่เมืองกรุง ใจก็มุ่งแต่อยากจะดัง
อยากให้พี่ๆ คุณพ่อคุณแม่ คุณตาคุณยาย เล่าเรื่องสมัยก่อนให้ฟังครับ ^^
เกิดมาในบรรยากาศที่ยังหอมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างเชื่องช้า
ผมเกิดในสมัยก๋วยเตี๋ยวราคา 10 บาท สมัยลูกอมโบตันยังฮิตติดตลาด
สมัยนั้นผมเอาเงินไปโรงเรียนวันละ 5 บาทในชั้นอนุบาล ต่อมาก็ 7 บาท 10 บาท 15 บาท
ตามลำดับชั้นเรียนที่โตขึ้นเรื่อยๆ ผมกำลังเล่าถึงบรรยากาศเมื่อ 20 ปีก่อน
ผมว่ายุคที่ผมเกิดเป็นยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ใครเล่าจะคิดว่า โทรศัพท์ตู้หยอดเหรียญที่ว่าเจ๋งมากในสมัยนั้น บ้านไหนมีโทรศัพท์บ้านมันเป็นสิ่งที่ดูเท่ในความรู้สึก
ต่อมาเมื่อผมเิริ่มเข้าชั้นประถมปลาย โทรศัพท์มือถือชนิดจอขาวดำ เล่นเกมงูได้ ต้องเติมเงินครั้งละ 300 บาท
โดยการไปซื้อบัตรเติมเงิน(แถมด้วยการสะสมบัตรเติมเงินไว้เท่ๆ) เป็นสิ่งที่อยากมีมากในสมัยนั้น
วันเวลา่ผ่านไปไม่กี่ปีทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จากแชทตามเว็บ อีเมลล์ msn hi5 facebook ig line ต่างๆมากมาย
ทุกอย่างสะดวกขึ้น ทุกอย่างง่ายไปหมด การติดต่อสื่อสารมันเร็วไปหมด
แต่.....ทำไมมีความรู้สึกว่ามันยังไม่พอสักที หรือชีวิตคนเราต้องการอะไรกันแน่
เราต้องการเทคโนโลยีแน่หรือ ส่วนตัวผมเป็นคนค่อนข้าง Conservative นะครับ
ผมชอบจินตการถ้าผมไปเกิดใน พ.ศ.2500 ผมจะใช้ชีวิตยังไง แต่งตัวยังไง ผมจะถ่ายรูปแบบทุกวันนี้ได้ไหม
หรือถ้าผม ไปเกิด พ.ศ. 2450 ในสมัยนั้นผมจะทำยังไง เดินทางยังไง ติดต่อกับคนอื่นๆยังไง
ผมชอบค้นหาเพลงเก่าๆ มาฟัง ผมว่าชีวิตคนสมัยก่อนมันคลาสสิค
ผมอยากเกิดในยุคแผ่นเสียงเฟื่องฟู หรือยุคอันธพาล 2499
แล้วใส่กางเกงยีนส์เอวสูงตัวใหญ่ๆ เสื้อยืดตาห่านคู่ แล้วฟังเพลงสุรพลผ่านวิทยุเอเอ็ม...มัน
ผมเลยอยากเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่ คุณลุงป้าตายาย ที่มีเรื่องราวเก่าๆ
ช่วยบอกกล่าวเรื่องราว ส่งความรู้สึก บรรยากาศ ผ่านตัวอักษร หรือเ็ป็นภาพได้ยิ่งดีครับ
อย่างน้อยให้คนรุ่นใหม่ๆ ได้ซึมซับ รับเอาสิ่งเก่าๆ ผ่านการเล่าเป็นเรื่องราวให้ลูกหลานได้ฟัง
(เช็คอายุนิดนึงนะครับ อิอิ) ขอบคุณมากๆล่วงหน้าครับ
Cr. ภาพจาก Flickr : กรุงเทพ พ.ศ. 2515
เมื่อมาอยู่เมืองกรุง ใจก็มุ่งแต่อยากจะดัง