ขอเล่าปสก เช่ารถที่เมืองไทย

เรื่องราวต่างที่เกิดขึ้น  บอกตามตรงว่าได้เรียนรู้ หลายอย่าง มาก  
คิดว่าเพื่อนในนี้ควรได้รู้ และพึงระวังไว้จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบจกขท ขึ้น
ขอเล่าเป็นตอนไปนะ จะได้ไม่งงทั้งผู้อ่านและผู้เขียน  เพราะจกขทจิ้มสะกดทีละคำอยู่ที่ทำงาน

ตอนจอง นี้จกขท ได้ติดต่อทางอีเมลกับเจ้าหน้าที่ สะดวกมาก เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหา
จกขท เช่ารายเดือน ได้เรทรายเดือน รายละเอียดขอข้ามไปนะ (แต่ถ้าอยากรู้สอบถามได้ )
อย่างที่บอก ได้จองและจ่ายล่วงหน้าเป็นเดือน รวมเบ็ดเสร็จ มี
1. ค่าเช่า
2. ค่าประกันชั้นหนึ่ง Super Sollision Damage Waive ( SCDW) มันคือ ประกันชั้นหนึ่ง นั่นเอง
3. ค่าประกันขโมย Theft Protection ( TP )ด้วย ( สามีบอก  ว่าต้องทำนะ)
ไม่แน่ใจหลายท่านในนี้จ่ายเพิ่มประกันตรงนี้กันบ้างมั้ย???????



ปกติใช้บริการ ที่บริษัทนี้เป็นประจำทั้งในประเทศและตปท
เหตุผล ราคาถูก และบริษัทที่มีชื่อเสียงนั่นเอง
รายละเอียดรถที่เช่า: ปิคอัพสี่ประตูมี แครี่บอย หลังคาปิด  
เพราะลูกสองและกระเป๋าเดินทางหลายใบ
สถานที่รับ+ส่งรถ: สนามบินสุวรรณภูมิ

หลังจากลงจากเครื่องไปติดต่อที่เคาน์เตอร์แจ้งชื่อ จะมีคนมารับไปที่สถานีรับรถอีกที
ไปถึงงง นึดหนอย นั่งเครื่องสิบกว่าชม ไหนจะเด็กเล็กด้วย แต่ก็แอบตื่นเต้นเพราะถึงบ้านแล้ว    
ตอนไปรับ บอกให้สามีไปเช็ครถกับเจ้าหน้าที่ อ้อบอกสามีถ่ายวิดิโอ กันไว้นะ
(อ่านในเนตเค้าทำ + พยานบุคคล บางครั้งมันไม่แน่นหนา ประมาณนั้น )
จริง ๆไม่ต้องทำก็ได้เพราะรถเรามีประกัน ตอนนั้นคิดแค่นั้น

เราไม่ได้ออกไป เพราะอุ้มเจ้าคนเล็กอยู่ข้างใน
คนโตมีงอแงนิดหน่อยเพราะง่วงแล้วก็ตอนเครื่องลง มีอาเจียน คงเหนื่อยนั่นเอง
หลังจากทำเอกสารมีเจ้าหน้าด้านในบอกรอก่อนนะคะ
รถที่ได้ไป ป้ายวงกลมหมดอายุก่อน  
เราก็รีบถาม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า จนทบอกพอดี วีโก้มีสองคัน ของพี่นี่ไม่แน่ใจว่าป้ายหมดอายุหรือยัง
เรา อึ้งไปพัก ขนาดงง มีแว๊บมา แบบเคยอ่านในนี้แหละ เคยมีบริษัทเช่ารถปล่อยให้คนเช่าแล้วตำรวจจับ

สุดท้ายมีการเข้าใจผิดกัน นิดหน่อยระหว่างจนท รถโอเค
ก่อนรับกุญแจ จนทบอกพี่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ  อย่าตกลงอะไรกับคู่กรณี
ให้โทรหาประกัน บอกเบอร์ ที่ติดต่อกับประกัน
แล้วเราทั้งสี่ออกมา

ระหว่างที่ใช้รถ : เรียบร้อยดี
อุปกรณ์ไม่ได้เช่าเพิ่ม เก้าอี้เด็ก ขนกันมาเอง เพราะกะเอาไว้ใช้ที่เมืองไทยเลย

วันคืนรถเสียเวลา ตอนหาทางเข้านิดหน่อย
จอดรถเรียบร้อย จัดการเอกสาร สามีขนของลง เราอุ้มลูกแล้วจูงคนโตเข้าไปด้านไหน
เราได้ยิน พี่ยางอะไหล่รถพี่หาย
ปรากฎ เข้าไปไม่ถึง5นาที จนทบอก พี่ยางอะไหล่รถหาย..................
คำแรกที่คิดได้ คือ WHAT!! (ขอเลียนแบบหนังฝรั่ง ไหนใจ)....
แอบ ตลกนิด แต่ ตอนนี้ ตลกฝืดจนขมมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น

สามี เดินเข้ามา  เราบอก นี่เธอ ยางอะไหล่หาย
สามี: ยางอะไหล่ที่ไหน
เรา: ยางอะไหล่หาย ไง
หันกับไปถามจนท ยางอะไหล่อะไร
จนท: พี่ยางมันห้อยท้ายรถข้างล่างนะค่ะ
เราหันไปบอกสามีอีก
สามี: เฮ้ยไม่เห็นรู้เรื่อง
เราไปถามจนท มีด้วยเหรอ
จนท: มีค่ะ
เรา :อ้าวไม ไม่บอกกันล่ะ
หันไปบอกสามีดูในวิดีโอ สิ ถ่ายไว้มั้ย
ปรากฎไม่ได้ถ่ายไว้ หละหลวมมาก!! แต่ใครสามารถถ่ายได้ล่ะ ?+?
อีกอย่าง ไม่รู้ไง พลาดอย่างแรง

จนทรีบเสริม พี่ดูใน สัญเช่า กับเอกสารการตรวจรถได้ มีนะคะ
เรากับสามีดูปรากฎมีจริง เรานี่อึ้งต่อ  

สามีบอก เค้าไม่รู้เรื่อง ตอนที่จอดรถแล้วเราเดินข้างใน จนทอีกคนก้มดูท้ายรถก่อนอย่างแรก อื่น สามีบอก  แปลกๆ
เรา :  นี่คุณตอนรับรถ ไม่เห็นบอก ว่ามียางอะไหล่เลย อุปกรณ์อย่างอื่นเราและสามีไม่ได้ตรวจดูทั้งสิ้น คิดว่าถ่ายวิดิโอก็เรียบร้อย อย่างอีก เราซื้อประกันเพิ่ม  

*ทุกครั้งที่เช่า  ตอนคืนรถ  จนทบอก เรียบร้อยพี่ พี่มีประกันทุกอย่าง*

หันไปบอก จะ ทำไง แฟนบอก เค้าไม่ยอม  ไม่จ่าย  อย่างนี้มันจะเอาเงินเรานะ  แล้วขอคุยกับผจกแทน
จนท: บอกผจก ไม่อยู่ค่ะ ติดต่อให้ไม่ได้ เราขอติดต่อเอง ได้รับการปฎิเสธทุกอย่าง แฟนเราเลยบอกจนทเอง เนี่ยะมันโกงกันชัด  
ด้วยความโกรธ +ไม่ได้รับความร่วมมือจาก จนท เลย
สุดท้าย เราต้องออกมาเพื่อเช็คอินขึ้นเครื่อง
จนทบอก แค่จะเป็นคนคุยกับผจกให้ เท่านั้น เอง

ตอนที่รอเครื่อง สามี: บอกไม่รู้มี ยางอะไหล่ห้อยอยู่ท้ายรถ
เรา :เรา ก็ไม่รู้ จะได้วิธีป้องกันไง
อย่างที่ทราบกับ “ยุคที่ข้าวยากหมากแพง มิจฉาชีพมีอยู่ทุกที่และมีหลายรูปแบบ” แล้ว
เฮ้อ เรา :ซวยจริง
แฟนบอกไม่เป็นไร หรอก เรา มีประกัน!!!!


เดี๋ยวกลับมาต่อค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่