ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ยอดเยี่ยมที่สุด

สวัสดีครับ

      ขออนุญาต นำคอลัมน์ "ม็อกค่าปาท่องโก๋" ที่ผมเขียนประจำในเนชั่นสุดสัปดาห์นั้น มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน เพื่อขอคำแนะนำ คำติชม เพื่อปรับปรุงงานเขียนต่อไปในอนาคตเรื่อยๆครับ ขอบคุณครับ

เนชั่นสุดสัปดาห์ เล่มที่ 1097

     ปกติแล้ว รางวัลภาพยนตร์ในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานมอบกันมาอย่างยาวนานในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของแต่ละปี...
รางวัลหลักๆ ก็คือ “ตุ๊กตาทอง” กับ “สุพรรณหงส์”

     แต่มาช่วงหลังๆ ธุรกิจบันเทิงปั่นเงินได้มากกว่าอดีตเป็น 100 เท่า ทำให้องค์กรบันเทิงต่างๆ ตั้งรางวัลขึ้นมาเป็นว่าเล่น มีคุณภาพบ้าง ไม่มี คุณภาพบ้าง ก็ว่ากันไปแล้วแต่รสนิยม

     จากปกติ ที่บ้านเราเลียนแบบออสการ์และลูกโลกทองคำ การประกาศรางวัลสมัยโบราณ ก็อย่างที่บอกคือจะหยุดแค่ประมาณมกราคม-มีนาคม โดยช่วงไม่ถึง 10 ปีมานี้เอง ที่มีการบ้าจัดงานมอบรางวัลเสียจนล้น มันแจกกันมากมายแทบจะทุกสัปดาห์ จากมกราคมลากยาวมาถึงพฤษภาคม เกือบจะครึ่งปีอยู่แล้ว!

     ผมเชื่อว่าผู้ชมโดยทั่วไปคงจะงงและมึน ยังดีที่ผมใช้นิ้วมือนับ แต่ก็เฉียดๆ จะต้องอาศัยไหว้วานนิ้วที่ 11-20 เพราะผมนับได้มากถึง 10 รางวัลเลยทีเดียว!

     เราลองมาดูกันว่ามีรางวัลอะไรบ้าง...
        รางวัลใหญ่ 3 รางวัลที่มีจำนวนสาขามากกว่ารางวัลอื่น ได้แก่ รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ (สุพรรณหงส์) และรางวัลภาพยนตร์ไทยของ “ชมรมวิจารณ์บันเทิง”

     ทั้ง 3 รางวัลนี้ ประกาศตัวว่า “ใช้กรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ” เป็นคนตัดสิน...
     แต่ 3 รางวัลนี้แหล่ะครับ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้ชมว่า ไม่เป็นกลาง ขัดใจกองเชียร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่น่าได้ นักแสดงท่านนั้นไม่เหมาะสม ฯลฯ

     ตรงนี้ก็แล้วแต่มุมมองนะครับ แต่การจะชมภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายเฉลี่ยในแต่ละปีกว่า 60 เรื่องให้หมดเป็นเรื่องไม่ง่ายครับ ลองคิดหยาบๆ เฉลี่ยแล้วหนังเรื่องหนึ่งจะกินความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ เอาตีเป็นว่า 2 ชั่วโมงเลขกลมๆ ก็แล้วกัน

     ดังนั้น 60 เรื่อง เท่ากับ 120 ชั่วโมง หรือนั่งดูไม่ต้องกินไม่ต้องนอนกันเลยเป็นเวลา 5 วันเต็มๆ นี่ยังไม่นับการนัดประชุมอีกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบในเวลาอันจำกัด คือหลังจากคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2555 เป็นต้นมา...

     ซึ่งผมเชื่อว่าคณะกรรมการรางวัลทั้ง 3 คงไม่ได้ดูหนังครบทุกเรื่องทั้งเรื่องทุกคนตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 ถึง 31 ธันวาคม 2555 อย่างแน่นอน แปลไทยเป็นไทยก็คือ ค่าเบี้ยประชุมไม่พอค่าตั๋วหนัง 60 เรื่องนั่นล่ะครับ!

     ดังนั้น การหวังว่าคณะกรรมการจะได้ชมครบทุกเรื่อง เต็มเรื่อง เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยจริงๆ
        รางวัลในกลุ่มต่อมาเป็นรางวัลที่จัดโดยสื่อมวลชนเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ รางวัล Starpics Awards คมชัดลึกอวอร์ด ดาราเดลี่อวอร์ด ไนน์เอ็นเตอร์เทนอวอร์ด ท็อปอวอร์ด ซึ่งแต่ละรางวัลก็มีวิธีการคัดเลือกแตกต่างกันไป...

     มีทั้งใช้กรรมการ และใช้เสียง VOTE จากทางบ้านผ่านกรรมวิธีต่างๆ

     หลายคนมองว่ารางวัลกลุ่มนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือเท่าที่ควร แต่หลายคนก็มองว่ารางวัลเหล่านี้ โดยเฉพาะที่ผ่านการ VOTE เป็นรางวัลที่น่าเชื่อถือมากกว่า 3 รางวัลแรก เพราะมาจากเสียงประชาชน (เป็น “ประชาธิปไตย” ครับพี่น้องฮิๆ)

     ซึ่งผลรางวัลจากการ VOTE ก็มักจะมีคะแนนสูงชนิดตรงกับรายได้ของภาพยนตร์ หมายถึงคนดูมากย่อมมีเสียง VOTE มาก
ใครจะบ้าเสียเงิน VOTE ให้กับหนังที่ไม่เคยดูล่ะครับ

         กลุ่มสุดท้ายเป็นรางวัลที่วิธีการคัดเลือกมีลักษณะเฉพาะ ได้แก่ รางวัลสมาคมผู้กํากับภาพยนตร์ไทย และเฉลิมไทยอวอร์ด โดยรางวัลสมาคมผู้กํากับภาพยนตร์ไทย จะเปิดให้ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่มีผลงานทุกคนเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งส่วนตัวผมชอบระบบนี้เพราะ ผู้กำกับย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดีกว่า ว่าภาพยนตร์แต่ละเรื่องสร้างยาก-ง่าย กำกับยาก-ง่าย แค่ไหน

         ส่วนเฉลิมไทยอวอร์ด เป็นรางวัลที่เกิดจากผู้ชมภาพยนตร์ขาประจำห้องเฉลิมไทยในเวบ Pantip.com เป็นผู้เสนอชื่อและ VOTE ครับ (รางวัลนี้ผมก็มีส่วนในการคัดเลือกด้วยครับ อะแฮ่!) พูดได้ว่า เฉลิมไทยอวอร์ดนั้น ก้ำกึ่งระหว่างระบบคณะกรรมการและระบบ VOTE ครับ
    จากที่กล่าวมาทั้งหมด ผมขอสรุปรางวัลใน 5 สาขาหลักดังนี้


      เมื่อเอาข้อมูลมาประมวลผลทางสถิติ ก็จะได้ผลรางวัลยอดเยี่ยมที่สุดดังต่อไปนี้

      ภาพยนตร์ “ยอดเยี่ยมที่สุด” : Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ : ซ้ำ 3 ใน 10
หนังเรื่องนี้มีองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม ทั้งด้านบท การกำกับ งานภาพ เพลง และ Acting ของนักแสดงทุกคน ทั้งดารานำและนักแสดงสมทบ จึงไม่น่าแปลกใจที่สถิติสูงถึง 3 ใน 10

      ผู้กำกับภาพยนตร์ “ยอดเยี่ยมที่สุด” :  คงเดช จาตุรันต์รัศมี (แต่เพียงผู้เดียว) : ซ้ำ 3 ใน 8
หลังจากที่ผมได้ดูก็พบว่า เรื่องราวมันติดอยู่ในหัวของเรา วนเวียน มึนๆ ไม่ยอมไปไหน ด้วยเทคนิคการกำกับและเล่าเรื่องแค่ 70 % แล้วปล่อยเนื้อเรื่องอีก 30% ไว้ให้ผู้ชมคิด เดา สร้างเนื้อเรื่องของตัวเอง จนเข้าใจอยู่ “แต่เพียงผู้เดียว”

       ดารานำชาย “ยอดเยี่ยมที่สุด” : เดวิด อัศวนนท์ (เคาท์ดาวน์) : ซ้ำ 3 ใน 8
บท “เฮซุส” ของ “เดวิด” ทำให้การแสดงของนักแสดงหลัก 3 คนที่เหลือกลายเป็น “เด็กฝึกงาน” ไปเลยครับ เพราะทุกคนโดน “เดวิด” แย่งซีนไปหมดเกลี้ยง!

       ดารานำหญิง “ยอดเยี่ยมที่สุด” : เพ็ญพักตร์ ศิริกุล (Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ) : ซ้ำ 3 ใน 8
บทของ “ป้าต่าย” ในเรื่อง Home นั้น ก็ยอดเยี่ยมอยู่ แต่ผมคิดว่า “ป้าต่าย” เล่น It Gets Better ดีกว่ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครับ แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่ารางวัลใหญ่ทั้ง 3 รางวัล “It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก” ของ “ป้าต่าย”  ไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงเลย ไม่รู้ว่าเกิดจากการที่ “ป้าต่าย” เล่นเป็นกะเทยหรือไม่ ว่าควรจะเข้าชิงรางวัล “ดารานำชาย”

      ดาราสมทบชาย “ยอดเยี่ยมที่สุด” :  ปรมะ อิ่มอโนทัย (It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก) : ซ้ำ 3 ใน 8
สำหรับนักแสดงใหม่อย่าง “ปั่นจั่น” แม้ต้องประกบกับนักแสดงระดับ “ป้าต่าย” แต่ก็ยังสามารถแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมและไม่โดนกลบไปแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งการทำให้ผู้ชมที่รู้อยู่แล้วว่า “ป้าต่าย” เล่นเป็นกะเทย แต่บทก็ส่งให้ผู้ชมเชื่ออีกเช่นกันว่า “ปั้นจั่น” กำลังชอบกับกะเทยจริงๆ โอ๊ย! งง แต่ยังไง หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังกะเทยที่ดีที่สุดที่เคยชมครับ

     ดาราสมทบหญิง “ยอดเยี่ยมที่สุด” : ปิยธิดา มิตรธีรโรจน์ (Together วันที่รัก) : ซ้ำ 3 ใน 8
สารภาพตามตรงว่ายังไม่ได้ดูครับ แต่ด้วยมาตรฐานของ “พี่ป๊อก” บอกได้เลยว่าไม่น่าแปลกใจที่คว้ารางวัลไปนอนกอด ถ้า “ลัดดาแลนด์” เป็นการต้อนรับ “พี่ป๊อก” ในปีที่แล้ว ปีนี้ Together ก็อาจส่งเธอเข้าสู่ทำเนียบดาวค้างฟ้าได้ในอนาคต!
สัญญาว่า ถ้า DVD ออกเมื่อไหร่ จะรีบหามาดูให้ว่องครับ.

ฝากบทความก่อนๆด้วยนะครับ

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : Checker ฟันเฟืองสำคัญของ “หนังไทย”
http://pantip.com/topic/30776136

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : End Credits กับ “ความโง่” ของ “โรงหนัง”
http://pantip.com/topic/30848998

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ว่าด้วย DVD Box Set
http://pantip.com/topic/30862595

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ปมร้อนตั๋วหนัง : กรณีศึกษาโรงหนังมาเลเซีย
http://pantip.com/topic/30923730
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่