ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ปมร้อนตั๋วหนัง : กรณีศึกษาโรงหนังมาเลเซีย

สวัสดีครับ

ขออนุญาต นำคอลัมน์ "ม็อกค่าปาท่องโก๋" ที่ผมเขียนประจำในเนชั่นสุดสัปดาห์นั้น มาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน เพื่อขอคำแนะนำ คำติชม เพื่อปรับปรุงงานเขียนต่อไปในอนาคตเรื่อยๆครับ ขอบคุณครับ

เนชั่นสุดสัปดาห์ เล่มที่ 1096


      ผมเพิ่งกลับจากมาเลเซียครับ...
Landing ลงสุวรรณภูมิได้ไม่ถึงสิบนาที ข่าวร้อนในวงการโรงหนังพี่ไทยก็โชว์หราบนหน้าจอมือถือว่าด้วย “ตั๋วหนังแพงเกินจริง”

     ประเด็นนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงคิดเหมือนผม ว่าทำไมราคาตั๋วหนังของไทยในปัจจุบัน ถึงมีราคาแพงแบบนี้ แล้วไหนจะค่าป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มอีกล่ะ หลายครั้งแพงกว่าราคาตั๋วด้วยซ้ำไปและก็มาคิดต่อว่า ที่อื่นต้องจ่ายเงินค่าดูภาพยนตร์ ค่าป๊อปคอร์น และเครื่องดื่ม แพงเหมือนบ้านเราหรือไม่ ไหนๆ ก็ไปทำธุระที่มาเลเซียแล้ว ลองไปสำรวจค่าตั๋วดูหนังในสถานที่จริงกันเลยดีกว่า...

        จากการค้นข้อมูล ผมพบว่า มาเลเซียมีโรงภาพยนตร์อยู่หลายเครือครับ...
มีตั้งแต่เครือขนาดใหญ่ที่มีจำนวนโรงภาพยนตร์มากกว่า 100 โรงขึ้นไป ซึ่งมีอยู่ 3 เครือ คือกลุ่ม Golden Screen Cinemas, MBO Cinemas และ TGV Cinemas จะว่าไปก็ดูคล้ายกับบ้านเรา ที่ก็มีเครือใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่เครือ

     ชั่งน้ำหนักแล้ว ผมเลือกไปชมภาพยนตร์ในเครือ MBO Cinemas ซึ่งตั้งอยู่ใน Subang Parade เป็นศูนย์การค้าขนาดกลางๆ ประมาณเล็กกว่าห้างเซ็นทรัล สาขาแจ้งวัฒนะอยู่นิดนึง Subang Parade เป็นห้างที่ตั้งอยู่ในเขต Subang Jaya ครับ Subang Parade มี Cineplex ชื่อ MBO Subang Parade ประกอบด้วยโรงภาพยนตร์ย่อย 8 โรงอยู่ด้านใน

        ความรู้สึกเมื่อไปถึงด้านหน้าของโรงภาพยนตร์ ต้องบอกว่า ผิดหวังนิดๆ ครับ เพราะทางเข้ามีขนาดเล็กพอสมควร เห็นแล้วต้องบอกว่าโรงภาพยนตร์ในบ้านเรา ทางเข้าหรูหรากว่าเยอะเลย

     สิ่งสะดุดตาของผมก็คือ จะพบซุ้มขายเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวต่างๆ ก่อนจะถึงโซน Box Office (ห้องขายตั๋ว) คือถ้าเป็นที่เมืองไทย เราจะเห็นซุ้มเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวตั้งอยู่ด้านในๆ ก่อนถึงประตูโรงหนัง แต่ที่มาเลเซีย ผมต้องเดินไปซื้อตั๋วก่อน แล้วเดินย้อนออกมาซื้อป็อปคอร์น...

     ซึ่งจะว่าไปก็ดีไปอย่าง เพราะซุ้มขายขนมและเครื่องดื่มของโรงภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่ติดทางเดินแบบนี้ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาในห้างสรรพสินค้าก็สามารถแวะมาซื้อได้ ตรงนี้น่าสนใจครับ
ผมเดาว่าน่าจะเป็นด้วยปัจจัยเรื่องราคาป๊อปคอร์นหน้าโรงหนังที่ถูกกว่าของบ้านเรา ทำให้สามารถมาตั้งขายให้กับลูกค้าทั่วไปได้ ถ้าเป็นป๊อปคอร์นโรงหนังพี่ไทยเห็นทีคงจะขายลำบาก

        ส่วนประเด็นของ “ม็อคค่า ปาท่องโก๋” ประจำสัปดาห์นี้ ก็เห็นจะเป็นเรื่องของราคาบัตรเข้าชม...
ผมตั้งใจว่าจะดูภาพยนตร์เรื่อง Ironman 3 ในระบบ 3D ซึ่งราคาตั๋ว Ironman3 3D ที่โรงภาพยนตร์ MBO Subang Parade แบบ Sound Track อยู่ที่ราคา 17  ริงกิตต่อที่นั่ง (Adult) คิดเป็นเงินไทยที่อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 10 บาทไทยต่อ 1 ริงกิตมาเลเซีย ก็ตกราวๆ 170 บาท

     และเมื่อดูตารางราคาที่มีให้เลือก ก็พบว่าโรงภาพยนตร์ MBO Subang Parade มีราคาตั๋วหลายแบบครับ อาทิ ราคาสำหรับผู้ใหญ่ (Adult) ราคาสำหรับเด็ก 3-12 ปี (Child) ราคาสำหรับผู้สูงอายุ (Senior) และราคาสำหรับนักเรียน (Student) ในรอบที่ผมดู ราคาตั๋วเข้าชมสำหรับ 3 กลุ่มหลังนี้เท่ากันคือ 12 ริงกิต

     ระหว่างเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ผมค้นข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ที่มาเลเซียมีการแบ่งราคาตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ไว้หลายแบบ...
เช่น ราคาสำหรับภาพยนตร์ Blockbuster และ Non Blockbuster โดย Non Blockbuster จะถูกกว่านิดหน่อย และราคาตั๋วภาพยนตร์เก่าที่ยืนโรงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ก็จะถูกลงไปอีก (เฉพาะภาพยนตร์ Blockbuster) ส่วนตั๋ววันหยุดจะแพงขึ้นประมาณ 1 ริงกิตต่อที่นั่ง ฯลฯ

     ซึ่งเมื่อเทียบกับโรงภาพยนตร์ในไทย จะพบว่า บ้านเราไม่มีตั๋วลดราคาสำหรับเด็ก (ยกเว้นทางค่ายภาพยนตร์จะกำหนดราคาพิเศษสำหรับเด็กมาให้ เช่นในแอนิเมชั่นเรื่อง “ยักษ์”) และที่มาเลเซียเองก็ไม่มีการแบ่งราคาตามที่นั่งใกล้-ไกลจอฉาย (ที่นั่งที่แค่ยกที่วางแขนขึ้นได้แบบบ้านเราแล้วเอามาเพิ่มราคาขาย ผมว่าเป็นวิธีเพิ่มราคาที่แย่นะครับ)

      สรุปแล้ว จะเห็นได้ว่าเรื่องตั๋วหนังเมืองไทยบ้านเรามีทางเลือกน้อยกว่ามาเลเซีย
เพราะการลดราคาตั๋วภาพยนตร์ของประเทศไทย โดยทั่วไปจะมีแค่ในวันพุธ หรือในกรณีที่ทางค่ายภาพยนตร์เป็นคนกำหนดให้ลดราคา เช่น วาเลนไทน์สวีทตี้ เหลือราคา 39 บาท, พี่มาก...พระโขนง เหลือราคา 80 บาท ฯลฯ

      โอกาสที่จะเห็นโรงหนังบ้านเราเป็นผู้ลดราคาให้เองนั้น เป็นเรื่องยากมากๆ โดยเฉพาะโรงภาพยนตร์ในเครือใหญ่
ประเด็นต่อมาคือเรื่องราคาของขบเคี้ยว พวกป๊อปคอร์น และเครื่องดื่ม

      หลังจากผมซื้อตั๋วชมภาพยนตร์เรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาด้านหน้าบริเวณซุ้มขายเครื่องดื่มและขนมต่างๆ ก็พบว่า มีการจัดแพคขายป๊อปคอร์นคู่กับน้ำอัดลมเหมือนในประเทศไทยไม่มีผิด เพียงแต่ว่าไม่มีแพคเกจสวยๆ (ประหลาดๆ) เหมือนบ้านเรา

      โดยป๊อปคอร์นนั้นมี 2 รสให้เลือกคือเกลือกับคาราเมล ส่วนราคาขายเป็นดังนี้ครับ ราคาเริ่มต้นของป๊อปคอร์นขนาดกลางคู่กับน้ำอัดลมขนาดกลาง ราคา 9 ริงกิต ถ้าเป็นขนาดใหญ่ทั้งคู่ก็ 11 ริงกิต ถ้าเป็นแบบแพคคู่ขนาดกลางราคาก็แค่ 11.50 ริงกิต และถ้าเป็นป๊อปคอร์นขนาดใหญ่คู่กับน้ำแร่ 2 ขวด ก็ 9 ริงกิต

       เห็นราคาแล้วหลายท่านคงอิจฉาคอหนังมาเลเซีย ชิมิ อย่างไรก็ดี จากข่าวล่าสุดเห็นว่าป๊อปคอร์นที่ขายหน้าโรงภาพยนตร์เครือใหญ่ในประเทศไทย เป็นเมล็ดข้าวโพดนำเข้าจากอเมริกานี่ครับ ราคาเลยต้องแพง!

       แต่ขอโทษทีเพ่! บ่องตง ว่าผมไม่ความสามารถที่จะแยกความแตกต่างระหว่างป๊อปคอร์นคุณภาพชั้นเลิศของอเมริกากับป๊อปคอร์นมาเลเซียได้ หรือลิ้นผมคงจะไม่ถึงขั้นมั้งครับ ฮิๆๆ

       เมื่อเข้าไปชมภาพยนตร์ ก็พบว่าเวลา 4:30 PM ที่ระบุในตั๋ว เป็นเวลาเริ่มฉายครับ เดินเข้าไปเขาก็เริ่มฉายตรงเวลาพอดี ถ้าเป็นที่บ้านเรา นี่คือช่วงเวลาอันน่าเบื่อของหนังตัวอย่างและโฆษณาอันยาวนานกว่า 15-20 นาที ซึ่งกำลังเป็นเรื่องร้องเรียนกันอยู่

       ระบบ 3D ของ MBO Subang Parade ก็ดีครับ ภาพใส แว่นเบา 3D ลอยออกมาชัดเจน และผมทราบมาก่อนว่า Ironman 3 มีฉากพิเศษอยู่หลัง End Credits ซึ่งต้องรอประมาณ 8 นาที แต่เมื่อภาพยนตร์จบขึ้นเครดิตซึ่งยังมีภาพอยู่ ก็มีเจ้าหน้าที่เปิดประตูจนแสงเข้ามาสว่างจ้า และถือกล่องรอเก็บแว่น 3D ตรงนี้เหมือนประเทศไทย คือเป็นเรื่องยากที่จะรอชมฉากหลัง End Credits โดยไม่มีสายตากดดันและทิ่มแทงจากพนักงานของโรงภาพยนตร์ สุดท้ายผมก็ต้องยอมไม่ดู เพราะไม่เหลือใครในโรงภาพยนตร์แล้ว เซ็งเลย!

          ปิดท้ายที่เรื่อง HOT ซึ่งกำลังถกเถียงกันอยู่ คือเรื่องความเหมาะสมของค่าตั๋วหนัง...
          เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างไทยกับมาเลเซีย เอาเรื่อง Ironman3 (3D) ก็แล้วกันไหนๆ ผมก็ไปดูที่มาเลเซียมา...
ตั๋วเมืองไทยราคา 220 บาทต่อที่นั่ง ราคาป๊อบคอร์นขนาดกลางพร้อมเครื่องดื่มขนาดกลางราคา 169 บาท รวม 389 บาท...

       โดยเทียบค่าครองชีพของมาเลเซียกับของไทย ก็คือราคาค่าอาหารข้างทางต่อจานของมาเลเซียแพงกว่าที่เมืองไทย
แต่ขอโทษที ค่าแรงขั้นต่ำของไทย 300 บาทต่อวันนั้น สูงกว่าของมาเลเซีย คือ 260.50 บาทต่อวัน

       ดังนั้นถ้าค่าตั๋วชมภาพยนตร์และค่าขนมเครื่องดื่มจะแพงกว่าบ้าง ก็น่าจะต้องจำยอมใช่หรือไม่?
ประสบการณ์การดูภาพยนตร์ที่ประเทศมาเลเซียในครั้งนี้ จบลงด้วยค่าใช้จ่ายรวม 22.75 ริงกิตหรือประมาณ 227.5 บาทนั้น อยู่ในระดับที่ผมยอมรับได้กับคุณภาพและบริการที่ได้รับ

      ซึ่งต้องบอกว่า หลังดูหนังจบ ผมลงมาทานข้าวมันไก่ที่ร้าน The Chicken Rice Shop ราคาชุดละ12 ริงกิต ดูเหมือนจะแพงแต่ได้ปริมาณไก่อร่อยๆ ประมาณ 2 เท่าของร้านข้าวมันไก่ขึ้นห้างของไทย

      ดังนั้น บางครั้ง ความพอใจของคนเรา ก็อยู่ที่ว่า สิ่งที่ได้มานั้นคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่ มันก็เท่านั้นเองครับ.


ฝากบทความก่อนๆด้วยนะครับ

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : Checker ฟันเฟืองสำคัญของ “หนังไทย”
http://pantip.com/topic/30776136

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : End Credits กับ “ความโง่” ของ “โรงหนัง”
http://pantip.com/topic/30848998

ม็อกค่าปาท่องโก๋ : ว่าด้วย DVD Box Set
http://pantip.com/topic/30862595
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่