เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของฉัน ตอนที่ 2

หลังจากที่ฟังหลายคนเสนอแนวทางมาให้  ก็ขอบคุณทุกคนเป็นอย่างมาก
     บางช่วงบางตอนฉันเเล่าไม่ละเอียดเพราะยังไม่เคยตั้งกระทู้    สามีดิฉันเมื่อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโดยทะนงตนว่าตนเองมีเงินเดือนมาก  เมื่อได้เข้าทำงานบริษัทผลิตรถเชฟโรเล็ตชื่อดังบริษัทหนึ่ง  การเปลี่ยนก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ  เงินเดือนออกแต่ละครั้งจะต้องเห็นแก่สังคมก่อนเสมอ  ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเปลี่ยนกะ  เลี้ยงเปลี่ยนแผนก  เลี้ยงเปลี่ยนหัวหน้า  เลี้ยงส่งฝรั่ง  ทุกอย่างสามีดิฉันไปหมดและงานเลี้ยงอื่นๆของบรรดาลูกน้องเพื่อนฝูง  คิวครอบครัวเป็นคิวสุดท้าย  อย่างบางทีไปกับเพื่อนก็ถึงขนาดตักอาหารใส่จานเพื่อน  ดูแลเพื่อน(ผู้หญิงดีกว่าเมียตนเองเสียอีก)  จนเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นเมื่อต้นปี  49  สามีดิฉันขับรถกลับจากงานเลี้ยงไปชนคน  บาดเจ็บ  2  คน  ตายที่โรงพยาบาล  1  คน  ต้องเสียเงินร่วม  5  แสนบาท  พร้อมกับดิฉันได้ท้องมีลูกสาวคนโต  ตอนนี้อายุได้  6  ขวบแล้ว  ก็ยังไม่เข็ดก็ยังมีออกไปสังสรรคบ่อยครั้ง เรียกว่าทุกวันศุกร์  วันเสาร์  เวลาให้กับเพื่อนลูกน้องและตนเองมากกว่าเมียและลูก  ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกันมามักจะมีเรื่องร้อนใจเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงมาสม่ำเสมอในช่วงปี  52หรือ53นี่แหละสามีดิฉันได้ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ม.บูรพา  ก็ไม่วายมีเรื่องผู้หญิงอีกทั้งที่ผู้หญิงเค้ามีสามีแล้ว  พากันไปเที่ยวเชียงใหม่กับครอบครัวของเรา  ปรากฏว่าเป็นสถานที่ที่ครอบครัวเราเคยไปมาแล้ว  ดูแลเทคแคร์เพื่อนหญิงสองคนอย่างดี  บังเอิญฉันเดินเที่ยวถนนคนเดินที่ปายแล้วเจอกางเกงสวย  ฉันพูดเพื่อขอคำปรึกษาหรืออะไรนี่แหละ  เค้าตะคอกใส่ฉันต่อหน้าเพื่อนผู้หญิงของเค้า  คือเค้าเป็นคนอุ้มลูกไม่ทราบว่าเหนื่อยหรืออย่างไร  และก็มักจะมีเรื่องผู้หญิงสองคนนี่มาตลอดมีอยู่วันหนึ่งรถของผู้หญิงคนที่มีสามีเสีย  คุณเชื่อไหมคะว่าผู้หญิงลงทุนมาขึ้นรถที่หน้าบ้านสามีดิฉัน(จากพนัสนิคม  ชลบุรี)  แทนที่จะนั่งรถไปม.บูเอง  ฉันร้องไห้อยู่กับลูกเป็นครึ่งปีสถานการณ์ต่างๆค่อยดีขึ้น  ก็ได้รับความช่วยเหลือจากสะใภ้อีกคนที่อยู้พนัสนิคมด้วยกัน  จนกระทั่งมามีคราบน้ำตาอย่างหนักหน่วงอีกครั้งโดยในปีเดียวกันนี่แหละ  แม่ดิฉันล้มป่วยลงด้วยเป็นอัมพฤติครึ่งซีกเดินไม่ได้  ฉันจ้างแม่ผัวมาช่วยดูแล  แต่กลายเป็นว่าฉันนำไฟร้อนเข้าบ้าน  คำแรกที่แม่ผัวประกาศตรงปลายเท้าแม่ฉันว่า  จะให้ลูกชายเค้ามารับผิดชอบอาการป่วยของแม่ดิฉันเหรอ  ยังไม่พอฉันไม่มีเงินเหลือพอซื้อกับข้าวและก็ไม่ค่อยได้ทำกับข้าว  เพราะสามีไม่เคยแบ่งเงินเดือนให้ฉันใช้เลย  เงินเดือนของดิฉันก็เป็นค่าจ้างให้แม่เค้าค่ายา  ค่าแพมเพิสแม่  แม่เค้าพูดใส่หูแม่ฉันว่า  ไม่ได้มานอนให้ลูกชายเค้ากับข้าวกับปลาไม่ทำ  และฉันเพิ่งคลอดลูกคนโตใหม่  ก็พูดใส่หูแม่ฉันว่าอ้วนเดี๋ยวลูกชายเค้าไม่รัก  และอีกจิปาถะมากมาย  ซึ่งบางคำดิฉันก็บอกว่ารับไม่ได้  จ้างได้  3  เดือนมีแต่ไฟเข้าบ้านทุกวัน  จึงตัดปัญหาไม่จ้างให้ชาวบ้านแถวบ้านแม่ดูแทน  จนกระทั่งแม่ดิฉันเสีย  อ้อช่วงนี้ดิฉันก็ท้องลูกคนที่สองยายไม่ได้เห็นหน้าหลาน  หลังงานศพแม่ได้  2-3  วันเผาเสร็จด้วยความที่ดิฉันเหงาว้าเหว่  ฉันขับรถลงไปนอนเล่นบ้านพ่อสามี  เจอกับคำถามเรื่องสมบัติแม่ฉัน  และว่าว่ารถไม่คิดล้างเลยเหรอในขณะที่รถเพิ่งใช้วิ่งธุรงานศพแม่ฉัน  นี่จึงเป็นสาเหตุที่ฉันต้องจ้างเลี้ยงลูกคนเล็ก  อ้อลืมบอกว่า  วันที่  12  เม.ย.  54  ทุกคนรู้ว่าฉันมีน้องแต่ก็รุมกันนั่งล้อมวงพิพากษาฉันเพราะฉันไม่สามารถให้แม่สามีอยู่กับครอบครัวเราได้เนื่องจากเค้าไม่เคยสอนลูกให้รักครอบครัว  รักเดียวใจเดียว  เพราะฉะนั้นตกเย็นมาฉันจึงต้องดูแลลูกเองทั้งสองคน  มาถึงเหตุการณ์ล่าสุด(วันที่  30  ส.ค.  56  ที่เคยโพสต์เรื่องผัดกระเพราแล้วไม่ทำให้กินเนื่องจากเห็นว่ามันดึกแล้ว  เพิ่งครั้งเดียวแหละค่ะ  นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นทอดไข  อุ่นนู้นนี่นั่น ตอนดึกก็ทำไว้ให้กิน  และมักจะถามเสมอว่าจะกินอะไร  วันหยุดก็จะเตรียมอาหารไว้  ทั้งที่เค้าไม่เคยให้เงินค่ากับข้าว  ลืมบอกค่ะแต่ก่อนฉันจะทำอาหารเย็นไว้ให้ทาน  แต่หลังจากหน้าที่การงานและเงินเดือนสูงขึ้นเค้าก็ไม่ค่อยกลับมากิน  อย่างบางทีไปกินวันศุกร์เที่ยงวันเสาร์ถึงกลับบ้านมานอนจากการเมา  ฉันเลยไม่ทำอีกและก็ได้บอกแล้วว่าไม่ทำเพราะอะไร  ผัดกระเพราเป็นเรื่องค่ะ  ออกจากบ้านไปตั้งแต่เที่ยงคืนวันศุกร์ที่  30  ส.ค.  56  จนวัน  2  ก.ย.  ตอนเที่ยงโทรไปเค้าบอกว่าเบื่อบ้าน  ทำให้กินแค่นี้มีปัญหามาก  ฉันพยายามอธิบายเค้าก็ไม่ฟัง  เค้าเอาเรื่องนี้มาเป็นปัญหาใหญ่หลวงสำหรับเค้า  บางกระทู้แนะนำมาแต่เรื่องราวของสามีของดิฉันไม่ชัดเจนจึงขอเล่าเพิ่มเติมค่ะว่า  ดิฉันก็บอกว่าเรื่องแค่นี้ถึงขนาดต้องทิ้งลูกทิ้งเมียออกไปอยู่บ้านเพื่อนแทนที่จะเป็นบ้านพ่อแม่  ฉันทำใจแล้วค่ะ  ไม่กลับก็ไม่กลับนี่ก็ตี  2  แล้ว  ฉันไม่ได้นอนมา  2  คืนติดกันแล้ว  นี่หรือคู่ชีวิตของฉัน  พ่อของลูกสาวฉัน  เรื่องไม่เข้าใจกันแค่เพียงไม่ทำผัดกะเพราเป็นไปได้ถึงเพียงนี้  แล้วถ้ามีเรื่องใหญ่หลวงกว่านี้ล่ะ  ฉันสิ้นหวังแล้วจริง  กรรมใดใครก่อก็เป็นไปตามกรรม  ถ้าหมดจากหน้าที่การงานตรงนี้ก็ไม่เหลืออะไรเหมือนกัน  เค้าเองก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร  ยังเป็นได้ถึงเพียงนี้   ครั้งหนึ่งเค้าต้องออกมาแล้วค่ะในช่วงธนาคารโลกล่มนี่แหละ  ได้เงินมาก็ใช้หนี่ที่เคยไปขับรถชนเค้าไว้ค่ะ  ช่วงนั้นก็ตกงานอยู่พัก  เพิ่งได้เข้าไปทำใหม่เมื่อปลายปี  53  กับความทะนงตนกับเงินเดือน  6  หมื่นค่ะ   สามีหรือภรรยาท่านใดมีข้อเสนอแนะใดช่วยบอกทีนะคะ  ไม่มีที่พึ่งเลยค่ะ  ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่