ฟังนักการเมืองอังกฤษ ดีเบตเรื่องบุกซีเรีย

กระทู้ข่าว
ฟังคลิปข่าวจากลิงค์  http://news.voicetv.co.th/global/80371.html





ฟังนักการเมืองอังกฤษ ดีเบตเรื่องบุกซีเรีย


หลังจากมีข่าวว่าในซีเรีย มีการใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อยหลายร้อยราย และรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาฟันธงว่าผู้ใช้อาวุธดังกล่าวคือฝ่ายรัฐบาลซีเรีย  รัฐสภาอังกฤษก็ดีเบตว่าอังกฤษควรใช้กำลังทหารกับรัฐบาลซีเรียหรือไม่ ช่วงนี้เราจะพาไปย้อนฟังข้อถกเถียง เพื่อดูว่านักการเมืองแต่ละฝ่ายในรัฐสภาอังกฤษ มีความคิดเห็นอย่างไร


แม้รัฐสภาอังกฤษจะมีเสียงแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนเรื่องความวุ่นวายในซีเรีย  แต่ผลสุดท้ายแล้วเสียงส่วนใหญ่ก็โหวตไม่สนับสนุนการส่งทหารอังกฤษบุกซีเรีย


นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นผู้ยื่นขอให้รัฐสภาพิจารณามาตรการตอบโต้ซีเรีย กล่าวว่า "การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น เป็นสิ่งไม่ควรทำ ยกเว้นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง เช่น ในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติการณ์มนุษยธรรม  และการแทรกแซงก็ต้องเป็นทางเลือกสุดท้าย ... แต่สถานการณ์ในซีเรียนั้น ไม่ว่าวัดโดยมาตรฐานใด ก็ถือเป็นวิกฤตการณ์มนุษยธรรม  และหากเราไม่ทำอะไรเลย นายบาชาร์ อัล-อัสซาด [ประธานาธิบดีซีเรีย] และเหล่าเผด็จการ ก็สามารถใช้อาวุธเหล่านี้ได้อีกเรื่อยๆ ... การอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง  แต่มันเป็นทางเลือกที่มีผลกระทบเช่นกัน  และผลกระทบเหล่านี้จะไม่จำกัดอยู่กับแค่ประธานาธิบดีอัสซาด และอาวุธเคมีเท่านั้น"


นายเอ็ด มิลิแบนด์ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคแรงงาน กล่าวว่า "ในสภาแห่งนี้ บางคนพูดว่าอังกฤษไม่ควรพิจารณาการใช้กำลังตอบโต้[รัฐบาลซีเรีย]เลย ต่อให้เป็นการตอบโต้แบบจำกัดก็ตาม เพราะเราไม่รู้ว่าการใช้กำลังจะนำผลอะไรมาให้ ... ผมไม่เห็นด้วยกับคนเหล่านั้น  เหตุการณ์อันโหดร้ายในซีเรีย เรียกร้องให้เราต้องพิจารณาทางเลือกที่เรามีอยู่เพื่อตอบโต้ ... แต่กระนั้น เราก็ยังมีพันธะต่อชาวซีเรีย ต่อประเทศของเราเอง และต่ออนาคตความปลอดภัยของโลก ที่จะต้องตรวจตราผลกระทบของทางเลือกแต่ละทางอย่างถี่ถ้วน"


นายแจ็ค สตรอว์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จากพรรคแรงงาน กล่าวว่า "[นายกรัฐมนตรี]พยายามจะแยกความต่างระหว่าง 'การตอบโต้อาชญากรรมสงคราม' กับ 'การเลือกข้างในความขัดแย้งภายใน'  แต่ผมจะบอกให้ว่า ไม่ว่านายกฯ จะพยายามแยกความต่างอย่างไรก็ตาม เมื่อเราใช้กำลังทหารแทรกแซง ซึ่งจริงๆ ผมก็ไม่ได้ตัดทางเลือกนี้ทิ้งเสียทีเดียว  เราก็กำลังเลือกข้างในความขัดแย้งอยู่แล้ว  เราไม่มีทางปฏิเสธได้ว่าเราจะอยู่ข้างฝ่ายกบฏ และต้องรับผลกระทบจากการเลือกข้างนั้น"


นายแองกัส โรเบิร์ตสัน หัวหน้าพรรคชาตินิยมสก็อตแลนด์ กล่าวว่า "เราต้องไม่ละเลยบทเรียนที่เราได้จากสงครามอิรัก  เราต้องพยายามหาหลักฐานเกี่ยวกับอาวุธเคมี และสนับสนุนสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ"


ลอร์ด แพดดี้ แอชดาว์น อดีตหัวหน้าพรรคลิเบอรัล เดโมแครต กล่าวว่า "สำหรับผมแล้วดูเหมือนว่า ประเด็นซีเรียนี้ตั้งอยู่บนคำถามเดียว นั่นคือ เราจะเลือกเสี่ยงอันตรายโดยการใช้กำลังตอบโต้ หรือเราจะเลือกเสี่ยงยิ่งกว่า โดยไม่ทำอะไรเลย? ... เป้าหมาย[ของการใช้กำลัง]คือการช่วยปกป้องรักษากฎหมายระหว่างประเทศ และเหนืออื่นใดคือ ปกป้องหนึ่งในเสาหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ ที่มีมากว่า 100 ปีแล้ว นั่นคือ กฎหมายห้ามการใช้อาวุธเคมีและแก๊สพิษ"


จัสติน เวลบี อาร์ชบิชอป แห่งแคนเทอร์เบอรี หัวหน้าศาสนจักรอังกฤษ กล่าวว่า "หากเราตอบโต้ด้วยวิธีการอันจะตัดโอกาสของสันติภาพและการปรองดอง ในขณะที่ไม่ช้าก็เร็วคู่ขัดแย้งก็ต้องหาทางออกทางการเมืองกันเองอยู่แล้ว เราก็ย่อมกำลังเข้าไปมีส่วนกับการฆ่าคนเพิ่ม และสงครามครั้งนี้ก็ย่อมไม่ยุติธรรม ... ฉะนั้น ข้าพเจ้ารู้สึกว่าการแทรกแซงย่อมไม่สามารถหยุดการใช้อาวุธเคมีได้"


แม้ว่ารัฐสภาอังกฤษจะลงมติไม่สนับสนุนการส่งกำลังทหารบุกซีเรีย แต่ในทางกฎหมาย รัฐบาลยังสามารถใช้อำนาจบุกซีเรียโดยไม่ต้องขอมติรัฐสภาได้  อย่างไรก็ดี ผู้นำฝ่ายค้านได้ขอให้นายคาเมรอน รับรองว่าจะไม่ใช้อำนาจนั้น และนายคาเมรอนก็ตอบรับรอง โดยกล่าวว่า "เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐสภาอังกฤษ ซึ่งสะท้อนเสียงปวงชนอังกฤษ ไม่อยากเห็นอังกฤษใช้กำลังทหาร  ผมเข้าใจ และรัฐบาลนี้ก็จะปฏิบัติตาม"

by Prach

30 สิงหาคม 2556 เวลา 17:38 น.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่