โคมบังวะเน้อ...........เอามันเข้าไป..........
เมื่อหัวค่ำวานผมเล่าให้ฟังไปแล้วว่า ร้านรวงในประเทศญี่ปุ่น จะปิดกันตั้งแต่2-3ทุ่มเป็นอย่างมาก.....ส่วนร้านที่เปิดอยู่จนดึกก็เห็นมีร้านเล่นปาจิงโกะอยู่ชนิดเดียวเท่านั้นเอง.......
เครื่องเล่นปาจิงโกะในยุคแรกๆนั้น ผู้เล่นต้องหยอดเม็ดลูกปืนสำหรับยิงแต้มลงไปด้วยตัวเอง......แล้วดึงก้านดีดที่เป็นสปริง-ยิงออกไปทีละเม็ด....พอมาถึงปี35 เครื่องเล่นมันก็พัฒนาไปอีกชั้นหนึ่ง คราวนี้ผู้เล่นไม่ต้องดึงก้านดีด-แต่ใช้วิธีกดปุ่ม.....(แปลว่าแทบจะไม่ต้องใช้ฝีมือในการเล่นอีกแล้ว-ไม่ทันกิน.ต้องกดปุ่มถึงจะสมกับการเป็นประเทศที่พัฒนาไปแล้วแบบญี่ปุ่น.......)
เพราะฉะนั้น ผู้เล่นก็จะใช้มือหนึ่งหยอดเม็ดลูกปืน อีกมือหนึ่งก็กดปุ่ม......ยิงออกไปแบบต่อเนื่อง (ไม่ต้องลุ้นกันอีกแล้วว่า เม็ดลูกปืนมันจะไปยิงถูกอะไรบ้าง-หลับหูหลับหยอดแล้วกดอย่างเดียว).........และพอมาถึงยุคปัจจุบัน เครื่องเล่นแบบนี้จะมีกรวยเหมือนที่กรอกน้ำใส่ขวดเอาไว้ให้คนเทลูกปืนลงไปสำรองเอาไว้ทั้งกล่องเลย........แค่เอามือกดแช่ไว้ที่ปุ่มเฉยๆ-ลูกปันมันก็จะยิงรัวออกไปแบบปืนกล.......กว่าลูกแรรกจะหล่นลงไปในช่องตก........ลูกปืนที่วิ่งตามมาก็มีไล่หลัวมาอีกเป็น10ๆเม็ด.......นึกไม่ออกว่าเขาสนุกตรงไหน....
การเล่นปาจิงโกะแบบนี้ ผู้เล่นจะได้สิ่งของตอบแทนเหมือนเราเล่นยิงเป้าตัวการ์ตูนตามงานวัด......คือเขาจะมีป้ายบอกเอาไว้เลยว่าได้กี่พันกี่หมื่นแต้มจึงจะได้ สบู่-ยาสีฟันฯลฯ........บางคนก็เล่นเป็นอาชีพ ไม่ทำมาหากินอะไร-เล่นปาจิงโกะอย่างเดียว......เล่นจนรู้ทางว่าเมื่อใดมันจะได้แต้มเยอะๆ........(เหมือนสล็อตแมชีนน่ะ-มันต้องทำสถิติกำหนดจ่ายให้ผู้เล่นเป็นช่วงๆ)
สรุปแล้วผู้เล่นประเภทนี้จะต้องจดสถิติการจ่ายปันผลของเครื่องเล่นเอาไว้ให้ขึ้นใจ...บางคนใช้วิธีไปต่อคิวคนที่เล่นนานๆแล้วเบื่อ-เลิกเล่น......อย่างนี้ก็เหมือนกับผู้เล่นคนเดิมช่วยทำเป้าเอาไว้แล้ว.......เล่นไปพักเดียว เครื่องมันก็จ่ายลูกปืนออกมาหลายพันลูก......และหากยังไม่เบื่อก็เล่นต่อไปจนกว่าจะหมดลูกปืนหรือสะสมเอาไว้จนถึงเวลาตี1.....ให้ร้านปิดแล้วก็จะหอบเอาลูกปืนใส่กระป๋องไปแลกเป็นเงิน(คือไม่ต้องจ่ายเป็นของใช้-ขอเอาเป็นเงินมาแทน)
ตอนที่ไปอบรมงานที่ญี่ปุ่นนั้น ไม่มีวันไหนที่เราจะนอนก่อน2ยามกันสักวัน(ทั้งๆที่ผมเป็นคนนอนแต่หัววัน-อย่างว่าแหละต้องปล่อยผีมันเสียบ้าง).......บางวันเราก็ไปร้องเพลงคาราโอเกะกัน......กลับออกมาจากร้านคาราโอเกะ.......ก็จะเห็นผู้เล่นปาจิงโกะ หอบเอาลูกปืนไปยืนต่อแถวเพื่อแลกเอาเงินตอนตี1ตี2.......โดยเฉพาะในวันศุกร์นั้น ถือเป็นวันฮาโลวีนของคนญี่ปุ่น เพราะเขาจะกินและเล่นแบบทิ้งทวน(ในฐานะที่ทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์)
ส่วนมากในวันศุกร์นั้น เรามักจะเห็นคนแต่งสูทผูกไทด์และหิ้วกระเป๋าเอกสารเดินร้องเพลงคนเดียว-แอ่นไปแอ่นมาอยู่ตามฟุตปาตนับเป็น10ๆคน.......แต่ที่โหดกว่านั่นก็คือ ใครชอบเอาหมวกกันน็อคไปแขวนเอาไว้ตามแฮนด์รถของตัวเองจะจำใส่ใจไปตลอดชีวิต เมื่อตัวเองก็กำลังมึนและเอาหมวกกันน็อคที่เต็มไปด้วยอ้วกของคนเมา.....ครอบหัวตัวเองลงไปโดยไม่ทันสังเกตุ...........
แต่ก็คงมีคนบ่นอยู่บ้างหรอกน่ะ-ว่าเหงื่อตัวเองที่ไหลลงมาจากหมวกกันน็อค ทำไมมันเปรี้ยวๆอีตอนไหลเข้ามาที่มุมปากฟะ...........กึ๋ย.....เรื่องจริงๆครับ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตามหมวกกันน็อคมันถึงมีคนพิเรนทร์ไปอ้วกใส่กันนัก........ประมาณว่า10ลูก-จะมีอ้วกอยู่ในหมวกกันน็อคน็อคเสีย8ใบ.........ที่ไม่มีอ้วกในหมวกก็จะมีอยู่ที่เบาะรถ.....(สงสัยว่ามันเมามากจนอ้วกไม่ลงหมวก.แล้วถลามาซบกับเบาะ-และอ้วกต่อ...........อ๊ากกกกกกกสยองง่ะ)
ชักจะยาวไปแล้ว....ส่งเรื่องมาก่อน
อยากให้กระทู้มีสาระ(คุยกันเรื่องเทคนิคต่อ)
เมื่อหัวค่ำวานผมเล่าให้ฟังไปแล้วว่า ร้านรวงในประเทศญี่ปุ่น จะปิดกันตั้งแต่2-3ทุ่มเป็นอย่างมาก.....ส่วนร้านที่เปิดอยู่จนดึกก็เห็นมีร้านเล่นปาจิงโกะอยู่ชนิดเดียวเท่านั้นเอง.......
เครื่องเล่นปาจิงโกะในยุคแรกๆนั้น ผู้เล่นต้องหยอดเม็ดลูกปืนสำหรับยิงแต้มลงไปด้วยตัวเอง......แล้วดึงก้านดีดที่เป็นสปริง-ยิงออกไปทีละเม็ด....พอมาถึงปี35 เครื่องเล่นมันก็พัฒนาไปอีกชั้นหนึ่ง คราวนี้ผู้เล่นไม่ต้องดึงก้านดีด-แต่ใช้วิธีกดปุ่ม.....(แปลว่าแทบจะไม่ต้องใช้ฝีมือในการเล่นอีกแล้ว-ไม่ทันกิน.ต้องกดปุ่มถึงจะสมกับการเป็นประเทศที่พัฒนาไปแล้วแบบญี่ปุ่น.......)
เพราะฉะนั้น ผู้เล่นก็จะใช้มือหนึ่งหยอดเม็ดลูกปืน อีกมือหนึ่งก็กดปุ่ม......ยิงออกไปแบบต่อเนื่อง (ไม่ต้องลุ้นกันอีกแล้วว่า เม็ดลูกปืนมันจะไปยิงถูกอะไรบ้าง-หลับหูหลับหยอดแล้วกดอย่างเดียว).........และพอมาถึงยุคปัจจุบัน เครื่องเล่นแบบนี้จะมีกรวยเหมือนที่กรอกน้ำใส่ขวดเอาไว้ให้คนเทลูกปืนลงไปสำรองเอาไว้ทั้งกล่องเลย........แค่เอามือกดแช่ไว้ที่ปุ่มเฉยๆ-ลูกปันมันก็จะยิงรัวออกไปแบบปืนกล.......กว่าลูกแรรกจะหล่นลงไปในช่องตก........ลูกปืนที่วิ่งตามมาก็มีไล่หลัวมาอีกเป็น10ๆเม็ด.......นึกไม่ออกว่าเขาสนุกตรงไหน....
การเล่นปาจิงโกะแบบนี้ ผู้เล่นจะได้สิ่งของตอบแทนเหมือนเราเล่นยิงเป้าตัวการ์ตูนตามงานวัด......คือเขาจะมีป้ายบอกเอาไว้เลยว่าได้กี่พันกี่หมื่นแต้มจึงจะได้ สบู่-ยาสีฟันฯลฯ........บางคนก็เล่นเป็นอาชีพ ไม่ทำมาหากินอะไร-เล่นปาจิงโกะอย่างเดียว......เล่นจนรู้ทางว่าเมื่อใดมันจะได้แต้มเยอะๆ........(เหมือนสล็อตแมชีนน่ะ-มันต้องทำสถิติกำหนดจ่ายให้ผู้เล่นเป็นช่วงๆ)
สรุปแล้วผู้เล่นประเภทนี้จะต้องจดสถิติการจ่ายปันผลของเครื่องเล่นเอาไว้ให้ขึ้นใจ...บางคนใช้วิธีไปต่อคิวคนที่เล่นนานๆแล้วเบื่อ-เลิกเล่น......อย่างนี้ก็เหมือนกับผู้เล่นคนเดิมช่วยทำเป้าเอาไว้แล้ว.......เล่นไปพักเดียว เครื่องมันก็จ่ายลูกปืนออกมาหลายพันลูก......และหากยังไม่เบื่อก็เล่นต่อไปจนกว่าจะหมดลูกปืนหรือสะสมเอาไว้จนถึงเวลาตี1.....ให้ร้านปิดแล้วก็จะหอบเอาลูกปืนใส่กระป๋องไปแลกเป็นเงิน(คือไม่ต้องจ่ายเป็นของใช้-ขอเอาเป็นเงินมาแทน)
ตอนที่ไปอบรมงานที่ญี่ปุ่นนั้น ไม่มีวันไหนที่เราจะนอนก่อน2ยามกันสักวัน(ทั้งๆที่ผมเป็นคนนอนแต่หัววัน-อย่างว่าแหละต้องปล่อยผีมันเสียบ้าง).......บางวันเราก็ไปร้องเพลงคาราโอเกะกัน......กลับออกมาจากร้านคาราโอเกะ.......ก็จะเห็นผู้เล่นปาจิงโกะ หอบเอาลูกปืนไปยืนต่อแถวเพื่อแลกเอาเงินตอนตี1ตี2.......โดยเฉพาะในวันศุกร์นั้น ถือเป็นวันฮาโลวีนของคนญี่ปุ่น เพราะเขาจะกินและเล่นแบบทิ้งทวน(ในฐานะที่ทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์)
ส่วนมากในวันศุกร์นั้น เรามักจะเห็นคนแต่งสูทผูกไทด์และหิ้วกระเป๋าเอกสารเดินร้องเพลงคนเดียว-แอ่นไปแอ่นมาอยู่ตามฟุตปาตนับเป็น10ๆคน.......แต่ที่โหดกว่านั่นก็คือ ใครชอบเอาหมวกกันน็อคไปแขวนเอาไว้ตามแฮนด์รถของตัวเองจะจำใส่ใจไปตลอดชีวิต เมื่อตัวเองก็กำลังมึนและเอาหมวกกันน็อคที่เต็มไปด้วยอ้วกของคนเมา.....ครอบหัวตัวเองลงไปโดยไม่ทันสังเกตุ...........
แต่ก็คงมีคนบ่นอยู่บ้างหรอกน่ะ-ว่าเหงื่อตัวเองที่ไหลลงมาจากหมวกกันน็อค ทำไมมันเปรี้ยวๆอีตอนไหลเข้ามาที่มุมปากฟะ...........กึ๋ย.....เรื่องจริงๆครับ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตามหมวกกันน็อคมันถึงมีคนพิเรนทร์ไปอ้วกใส่กันนัก........ประมาณว่า10ลูก-จะมีอ้วกอยู่ในหมวกกันน็อคน็อคเสีย8ใบ.........ที่ไม่มีอ้วกในหมวกก็จะมีอยู่ที่เบาะรถ.....(สงสัยว่ามันเมามากจนอ้วกไม่ลงหมวก.แล้วถลามาซบกับเบาะ-และอ้วกต่อ...........อ๊ากกกกกกกสยองง่ะ)
ชักจะยาวไปแล้ว....ส่งเรื่องมาก่อน