แล้วตัวเลขเศรษฐกิจ มันก็ฟ้องออกมาแบบเต็มๆ เมื่อ กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขสิ้นเดือน ก.ค. 2556 ยอดส่งออกรวม 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ซึ่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 132,368.1 ล้านเหรียญฯ หรือเพิ่มขึ้นเพียง 0.60% หากคิดในรูปเงินบาท มีมูลค่า 3,920,281.5 ล้านบาท ลดลง 3.68% การนำเข้ามีมูลค่า 150,420.9 ล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้น 3.85% ในรูปเงินบาท มีมูลค่า 4,513,353.9 ล้านบาท ลดลง 0.40% ขาดดุลการค้า 18,052.7 ล้านเหรียญฯ ในรูปเงินบาทขาดดุล 593,072.3 ล้านบาท
ถ้ามาดูตัวเลขเฉพาะ เดือนกรกฎาคม 2556 เดือนเดียว ไทยขาดดุลการค้า 78,159.7 ล้านบาท ส่งผลให้ ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ ซึ่งนับได้ว่า สวนทางที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พยายามบอกมาโดยตลอดว่า ที่ต้องบินต่างประเทศบ่อยๆ เพื่อไปเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ ให้กับไทย
อย่างไรก็ตาม ดูจะใจร้ายจนเกินไปหรือไม่ หากระบุได้ว่า ตัวเลขการค้าของประเทศไทย ที่หดตัวลง จนถึงขั้นติดลบนี้ สืบเนื่องมาจากที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งกว่า 2 ปี จนถึงปัจจุบัน บินไปต่างประเทศถึง 52 ครั้ง 41 ประเทศ ทั้งที่อ้างว่า ไปเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี ติดต่อการค้า หรือแม้แต่เพื่อเป็นเปิดตลาดใหม่ๆ ให้กับไทยนั้น มีแต่ความล้มเหลว หรือมีแต่ใช้งบประมาณจำนวนมาก พาคณะบินไป แล้วก็ไม่เคยได้อะไร "ติดไม้ติดมือ" กลับมาอย่างเป็นรูปธรรม
ในความเป็นจริง นายกรัฐมนตรีจะบินไปประเทศไหนในโลกในแต่ละปี จะใช้งบประมาณจำนวนเท่าไหร่ มันก็ไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าก็ คือ เมื่อผู้นำระดับสูงสุดของประเทศ ไม่ว่า นิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ ต้องมีภารกิจบินไปต่างประเทศแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ทั้งด้านการสร้างความเชื่อมั่น ผลประโยชน์ทางการค้า สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศชาติ แบบ "เป็นกอบเป็นกำ" ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้
เพราะต้องไม่ลืมอยู่เสมอว่า งบประมาณที่ใช้อยู่ทุกบาททุกสตางค์ คือ "เงินภาษีอากร" ที่มาจากคนไทยทุกคน ที่ได้มอบความไว้เนื้อเชื่อใจ มาให้นักการเมืองที่อาสาเข้ามามาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยบริหารแทน
ดังนั้น ก็อยากให้ผู้เข้ามากุมอำนาจรัฐทุกคน ทุกฝ่าย และทุกช่วงเวลา ต้องคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า และต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ก็ขอให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายได้เตือนตัวเอง และพึงสังวรณ์ไว้...ว่าไหม??
ตัดตอนจากไทยรัฐ
เดือนหน้า จะไปอีกแล้ว ขนาดประเทศอยู่ในาวะถดถอย
ป้าปูแดง บินไป 41 ประเทศ 52 ครั้ง ผลตัวเลขทางเศรษฐกิจออกมาเป็นทางการ คุ้มค่าภาษีและเวลาหรือไม่
ถ้ามาดูตัวเลขเฉพาะ เดือนกรกฎาคม 2556 เดือนเดียว ไทยขาดดุลการค้า 78,159.7 ล้านบาท ส่งผลให้ ดุลบัญชีเดินสะพัดติดลบ ซึ่งนับได้ว่า สวนทางที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พยายามบอกมาโดยตลอดว่า ที่ต้องบินต่างประเทศบ่อยๆ เพื่อไปเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ ให้กับไทย
อย่างไรก็ตาม ดูจะใจร้ายจนเกินไปหรือไม่ หากระบุได้ว่า ตัวเลขการค้าของประเทศไทย ที่หดตัวลง จนถึงขั้นติดลบนี้ สืบเนื่องมาจากที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งกว่า 2 ปี จนถึงปัจจุบัน บินไปต่างประเทศถึง 52 ครั้ง 41 ประเทศ ทั้งที่อ้างว่า ไปเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี ติดต่อการค้า หรือแม้แต่เพื่อเป็นเปิดตลาดใหม่ๆ ให้กับไทยนั้น มีแต่ความล้มเหลว หรือมีแต่ใช้งบประมาณจำนวนมาก พาคณะบินไป แล้วก็ไม่เคยได้อะไร "ติดไม้ติดมือ" กลับมาอย่างเป็นรูปธรรม
ในความเป็นจริง นายกรัฐมนตรีจะบินไปประเทศไหนในโลกในแต่ละปี จะใช้งบประมาณจำนวนเท่าไหร่ มันก็ไม่สำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าก็ คือ เมื่อผู้นำระดับสูงสุดของประเทศ ไม่ว่า นิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ ต้องมีภารกิจบินไปต่างประเทศแล้ว ก็ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ทั้งด้านการสร้างความเชื่อมั่น ผลประโยชน์ทางการค้า สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศชาติ แบบ "เป็นกอบเป็นกำ" ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้
เพราะต้องไม่ลืมอยู่เสมอว่า งบประมาณที่ใช้อยู่ทุกบาททุกสตางค์ คือ "เงินภาษีอากร" ที่มาจากคนไทยทุกคน ที่ได้มอบความไว้เนื้อเชื่อใจ มาให้นักการเมืองที่อาสาเข้ามามาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยบริหารแทน
ดังนั้น ก็อยากให้ผู้เข้ามากุมอำนาจรัฐทุกคน ทุกฝ่าย และทุกช่วงเวลา ต้องคำนึงถึงความประหยัด คุ้มค่า และต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด ก็ขอให้ผู้มีอำนาจทั้งหลายได้เตือนตัวเอง และพึงสังวรณ์ไว้...ว่าไหม??
ตัดตอนจากไทยรัฐ
เดือนหน้า จะไปอีกแล้ว ขนาดประเทศอยู่ในาวะถดถอย