'พงษ์ศักดิ์'กลับลำ!ขึ้นค่าเอฟที6-7สต./หน่วย

"พงษ์ศักดิ์"กลับลำ ขึ้นค่าเอฟที 6-7 สตางค์/หน่วย ในงวด (ก.ย.-ธ.ค.56) อ้างต้นทุนขึ้น จำต้องขยับแม้ก่อนหน้าเคยรับปากชาวบ้านจะไม่ขึ้นค่าเอฟที

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้รับทราบมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่ให้ปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) งวดใหม่ (ก.ย.-ธ.ค.2556) จำนวน 6-7 สตางค์ต่อหน่วย

"แม้เคยพูดว่าค่าเอฟทีงวดใหม่นี้จะไม่ปรับขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน แต่ในขณะนี้เงื่อนไขเปลี่ยนแปลงไป เพราะต้นทุนค่าเอฟทีงวดใหม่โดยรวมความจริงปรับเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 14 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น หากค่าไฟฟ้าไม่ปรับเพิ่มขึ้นบ้างต้นทุนเหล่านี้จะไปรวมในปี 2557"

ขณะที่ทิศทางภาวะต้นทุนปี 2557 จะเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งจะเป็นภาระของประชาชนเพิ่มขึ้นในปีหน้า จึงหารือและเห็นว่าควรปรับเพิ่มในอัตรา 6-7 สตางค์ต่อหน่วยและที่เหลืออีกประมาณ 6-7 สตางค์ได้มีการเกลี่ยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมรับภาระไปก่อนกว่า 1,000 ล้านบาท และยังมีเงินเรียกคืนและค่าปรับต่าง ๆ จาก 3 การไฟฟ้า อีกกว่า 2,000 ล้านบาทร่วมรับภาระ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากค่าเอฟทีงวดที่ผ่านมา (พ.ค.-ส.ค.) ลดลงประมาณ 6-7 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น เมื่อรวมหักลบเอฟทีงวดนี้เท่ากับเอฟทีงวดใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเอฟทีงวดแรก คือ เดือนมกราคม-พฤษภาคม

รมว.พลังงาน กล่าวอีกว่า ต้นทุนค่าเอฟทีที่ปรับขึ้นครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยทั้งจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจากระดับ 30 บาท และขณะนี้ 32.08 บาทต่อดอลลาร์ รวมถึงต้นทุนราคาที่เพิ่มขึ้นผันแปรตามสถานการณ์โลกหลายประการ เช่น กรณีปัญหารุนแรงในอียิปต์

นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้าของประเทศก็ลดต่ำลงกว่าประมาณการเดิม จึงทำให้ต้นทุนขยับเพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว โดยการใช้ไฟที่ลดลงแสดงถึงเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหรือไม่ ไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้งค่าไฟฟ้าเอฟทีเดือนกันยายนและค่าแอลพีจี จะขยับขึ้น 50 สตางค์ต่อเดือน เป็นเรื่องภาวะจำเป็นก็จะเป็นการลดภาระของประเทศในอนาคต

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่