ความเชื่อคนไทยกับความคิดเห็นที่แตกต่าง

กระทู้คำถาม
ออกตัวก่อนว่าเมื่อสองปีก่อนผมเป็นคนกลัวผีมาก กลัวเพราะคนอื่นเล่ามา เชื่อเพราะคนอื่นเชื่อ แต่สุดท้ายแล้ววันหนึ่งผมได้รู้จักวิทยาศาสตร์
จากนั้นก็ตามหาแหล่งรวมคนที่ชอบวิทยาศาสตร์และให้ความรู้เราจนได้มาเจอ หว้อก้อ หลังจาก
รู้จักวิทยาศาตร์ผมไม่มีความกลัวเรื่องเหนือธรรมชาติอีกเลยทุกอย่างต้องพิสูนจ์ได้เท่านั้นถึงเชื่อ จากนับถือศาสนา ตอนนี้ผมไม่มีศาสนา
นับถือหลักความจริงเท่านั้น ไม่รู้ว่าผมแปลกหรือเปล่าไม่ทราบว่าคนอื่นเป็นเหมือนกันบ้างไหม

เรื่องมีอยู่ว่าวันนี้ผมได้ทานอาหารกับครอบครัวแล้วได้ดูละครหลังข่าว เกี่ยวกับผีในเรื่องผีชื่อเฟื่อง เมื่อนางเอกโดนทำร้ายนางเอกได้สวดมนต์
สัตว์เภสัตว์ตา.......... ผมเอ๊ะใจขึ้นเลยว่าบนสวดนี้มีบทที่เป็นภาษาบาลีมาก่อนแน่นอน ผมจึงคิดต่อไปว่าบาลีก็แปลเป็นไทยได้บาลีก็ต้องแปลเป็น ภาษาอังกฤษ เยอรมัน  เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ฯ ได้ด้วยสิ ผมเลยถามพ่อว่าถ้าบทสวดนี้เป็นภาษาอื่นผีจะกลัวไหมพ่อ ผมโดนย้อนกลับมาทันทีว่า ไม่เชื่ออย่าไปหลบหลู่สิลูก(จำคำจากหว้าก้อมาว่าไม่เชื่อต้องพิสูนจ์)  ผมก็ตอบกลับไปว่าแค่สงสัยอะพ่อไม่เชื่อต้องพิสูจน์สิ แล้วแม่ผมก็พูดขึ้นว่าเห็นไหมคนในหมู่บ้านไม่เชื่อเรื่องผี ไม่ไหว้เจ้าที่โดนหักคอตาย คอนี้หมุนรอบเลย จังหวะนี้ผมขำแล้วพ่อ ก็บอกว่าไม่เชื่อเดี๋ยวจะพาไปดูหมอกะลาหมุน(ประมานว่านักบนกะลาแล้วกะลาหมุนได้)อะไรสักอย่างแล้วผมก็พูดว่าเรื่องกะลาหมุนมันพิสูจน์ได้พ่อมันต้องมีทริคอะไรสักอย่างล่ะ (ใครรู้ช่วยบอกผมหน่อยครับเรื่องหมอกะลา)

ผมแปลกไหมที่เป็นคนแบบนี้เชื่อหลักความจริงไม่เชื่อเรื่องบาปบุญและโลกหลังความตายแต่เชื่อในการทำดี เชื่อในคุณธรรม
ทำไมละครหลังข่าวไม่มีแบบละครแทรกความรู้วิทยาศาสตร์บ้าง เห็นมีแต่แทรกความเชื่อ เครื่องรางของขลัง ภูตผีปีศาจ
เวลาผมพูดถึงเรื่องว่าผมไม่เชื่อเรื่องแบบนี้กับคนรอบข้างเช่นเพื่อน ครอบครัว รู้สึกเค้าไม่เปิดกว้างเรื่องแบบนี้ แต่กลับกันผมโดนหาว่าหลบหลู่

ปล.ขอแท็กห้องศาสนาอยากรู้เรื่องบทสวดครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
จริงๆถ้าลองนึกๆมองย้อนไป คุณจะพบว่ามีหลายเรื่องมากที่เป็น propaganda ฝังหัวเรามาตั้งแต่เด็กๆ ตอนเด็กๆพ่อแม่ครู คนรอบข้างเรากรอกข้อมูลอะไรใส่หัวเราก็เชื่อไปหมดนั่นแหละครับ


เด็กเป็นเหมือนผ้าขาวที่ไม่มีข้อมูลอะไรอยู่เลย ถ้าคุณใส่อะไรลงไปมันก็จะเป็นแบบนั้น


จริงๆที่บ้านเรานับถือศาสนาพุทธ เป็นเมืองพุทธ ไม่ใช่เพราะว่าพุทธมันดีกว่าศาสนาอื่นหรอกนะครับ (ถ้าคุณไปถามฝรั่ง เค้าก็จะบอกว่าคริสต์ดีกว่าศาสนาอื่น) แต่เป็นเพราะคุณได้สถานะ นับถือพุทธตั้งแต่เกิดมาแล้วต่างหาก เกิดมาพ่อแม่ก็พาไปวัด ในชั้นเรียนก็เรียนพุทธศาสนา ข้อมูล แนวคิด ต่างๆนานาถูกโปรแกรมเข้าไปในหัวคุณตั้งแต่เด็ก คุณเลยนับถือพุทธ


แต่เรื่องบางเรื่องพูดไป บางทีก็ทำให้คนรอบข้างเค้าไม่พอใจ ไม่ถูกใจเค้า บางทีเงียบๆไว้ก็อาจจะดีกว่าครับ


จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมว่าเราถูก brain wash มาตลอดเวลา อย่างเรื่องรักแท้ ที่หนังฮอลลีวู้ด รวมทั้งละครน้ำเน่าหลายๆเรื่อง พยายามกรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า รักแท้มีอยู่จริง รักแท้จะชนะทุกอย่างได้ ถ้ามองลึกลงไปความรักมันก็อยู่ในลักษณะของเซ็ตของสารเคมีในสมองเราเท่านั้น ถ้ามองในมุมกว้าง มันก็อยู่ในลักษณะของความพึงพอใจระหว่างทั้งสองฝ่าย ถ้าคนที่คุณรักมาก วันนึงเกิดรถชน หน้าตาเละเทะยับเยิน สมองโดนกระทบกระเทือน นิสัยเปลี่ยน กลายมาเป็นคนที่ชอบทำร้ายคุณ คุณจะยังรักเค้าอยู่มั๊ย?
ความคิดเห็นที่ 13
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่...อาจหมายถึง...หากยังไม่รู้ก็อย่าเพิ่งไปด่วนตัดสิน

ละคร..ภาพยนตร์..เขาสร้างเพื่อความบันเทิง..ดูเอาสนุกอย่างเดียว
ถ้าคิดจะดูเอาสาระความจริงคงต้องเปลี่ยนไปดูสารคดี...ผมนั่งดูไอ้แมงมุมก็ดูเอาสนุกอย่างเดียว...เรื่องเหตุผลเก็บใส่ลิ้นชักเอาไว้ก่อน

กลุ่มเป้าหมายของละครไทยเขาก็มีอยู่แล้ว...สร้างเรื่องความจริงเดี๋ยวก็จอดำมืด..ขาดทุนป่นปี้
เราก็เลยต้องดูเรื่องของพระเอกสุดหล่อพ่อรวย...นางเอกกับนางอิจฉาที่ทำสงครามแย่งชิงพระเอก
เรื่องความเชื่อแบบผิดๆ...ผีไล่หักคอชาวบ้าน...เพราะทีมสร้างไม่มีความรู้....และไม่เคยสนใจเรื่องของข้อมูลความจริง
ผมเป็นทหาร...นั่งดูละครบู๊เห็นพระเอกใช้ปืนพกยิงสู้กับอาวุธสงคราม...แถมหลบกระสุนความเร็วสูงอยู่หลังต้นกล้วย
ก็ขำสนุกดี....

คนที่ตาบอดมาตั้งแต่เกิดหากเขาจะไม่เชื่อว่าก้อนเมฆบนท้องฟ้ามีอยู่จริง...มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เพราะบางสิ่งมันอยู่เหนือความสามารถประสาทสัมผัสที่เขามี...ใครก็คงจะไปเปลี่ยนความเชื่อของเขาก็คงไม่ได้
จนกว่าประสาทสัมผัสของเขาจะมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น....เขาก็จะได้พบความจริงด้วยตัวของเขาเอง

ผมว่าคุณไม่ใช่คนที่เชื่อความจริง...
แต่คุณเชื่อในสิ่งที่ตามองเห็น..วัตถุที่สามารถเอามือจับต้องลูบคลำได้เท่านั้น
และคุณก็คงเชื่อว่าบนท้องฟ้ายามค่ำคืน..มีเฉพาะดวงดาวเท่านั้น
ส่วนไอ้ที่อยู่ท่ามกลางความมืดกินพื้นที่มหาศาลมากกว่าหมู่ดาวหลายเท่า...ที่ไม่สะท้อนแสงให้เรามองเห็น
เป็นเพียงความมืดอันว่างเปล่า....ไม่มีอะไรอยู่เลย

คุณไม่ผิด...ไม่แปลก
เราทุกคนทีสิทธิ์คิด...มีสิทธิ์เชื่อ...และใช้ชีวิตไปตามความเชื่อของแต่ละคน
อนาคตข้างหน้าเราต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะแยะ...ข้อมูลความรู้ใหม่ๆ มันจะเปลี่ยนความเชื่อของเราเอง
ยกเว้นแต่เราจะไม่ยอมเปิดใจให้กว้างศึกษาเรียนรู้โลก..เอาแต่นั่งห่มผ้าคลุมโปงหมกตัวอยู่แต่ในห้องกลางป่าลึกตลอดชีวิต
แต่ก็ยังดื้อดึงเชื่อว่าโลกภายนอกไม่เคยเปลี่ยนแปลง....เราเคยเชื่ออย่างไรมันก็ต้องเป็นจริงตามที่เราเชื่ออยู่อย่างนั้น...แบบนี้สิแปลก
ความคิดเห็นที่ 24
ผมเป็นคนไม่กลัวผีครับ

อ่านดีๆนะครับ ไม่ใช่ว่าผมเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ผม "ไม่กลัว"
เรื่องผีเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้ว่ามันมีรึหรือไม่มี ผมไม่เคยฟันธง ไม่เคยบอกใครว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
ผมไม่เคยคิดว่าคนที่เชื่อเรื่องผีปัญญาอ่อน ผมไม่เคยคิดว่าคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีจะเหนือกว่าคนทั่วไป

แต่ผมคิดจริงๆว่าคนที่กลัวผีมันปัญญาอ่อนมาก

ลองแทนค่าผีเป็นคุณลุงสมพรดูครับ
คุณลุงสมพรคนนี้ไม่เคยมีใครเห็นจริงๆ ไม่เคยมีใครระบุตัวตนได้ ไม่รู้ว่าคุณลุงสมพรเกิดมาได้ยังไง ไม่รู้ว่าคุณลุงสมพรทำอะไรได้บ้าง
ที่แน่ๆคือไม่มีหลักฐานใดๆว่าคุณลุงสมพรทำร้ายอะไรใครได้ แต่พอเกิดเหตุการณ์แปลกๆที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ มีคนฟันธงว่าเป็นเพราะลุงสมพรทำ
เวลามีเรื่องร้ายๆโดยยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนจะมีคนบอกว่าคุณลุงสมพรทำ
มีคนบอกว่าห้ามลบหลู่ลุงสมพรเพราะลุงสมพรโหดมาก จับหักคอใครก็ตามที่พูดไม่ดีเกี่ยวกับลุงสมพร

ผมว่าความคิดแบบนี้เป็นการให้ร้ายคุณลุงสมพรไปหน่อยนะครับ เห็นก็ยังไม่เห็น รู้จักก็ยังไม่รู้จัก ไปใส่ร้ายเขาซะละ

นี่หล่ะ ที่ผมคิดว่ามันปัญญาอ่อน
ความคิดเห็นที่ 7
ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ ...
แล้วชีวิตนี้เคยพิสูจน์อะไรบ้างหรือยังครับ
เช่น เรื่องผี รู้มั้ยว่ามันมีวิธีพิสูจน์ยังไง

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
หมายถึง ถ้าเรามีความเชื่ออะไรไม่เหมือนกัน
เราก็อย่าพูดจาดูถูกคนที่เชื่อต่างจากเรา
เพราะเอาจริงๆ เราก็มีความเชื่อแบบหนึ่งเหมือนกัน
คือเชื่อว่าเรื่องๆนั้นมันไม่จริง

เคยรู้บ้างมั้ยว่าความไม่เชื่อ ก็คือความเชื่อแบบหนึ่ง

คนฉลาดย่อมไม่พูดจาให้ต้องถกเถียงกัน
มันไม่มีประโยชน์
ความคิดเห็นที่ 6
สัพเพสัตว์ตา เป็นบทแผ่เมตตา คุณจะสวดเป็นภาษาอะไรก็ได้  แต่เวลาที่คุณรู้สึกปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข  คนทุกชาติจะเข้าใจได้ตรงกัน ธรรมะเป็นภาษาสากล  การที่เขาต้องสวดเป็นบาลีเพื่อเอาไว้ตรวจสอบกับประเทศที่เป็นพุทธด้วยกันให้ตรงกัน

คนไทยบางคน เวลาตอบคำถามไม่ได้  ก็ใช้คำว่าลบหลู่  เราเป็นพุทธ  เราขอเชิญคุณมาปฎิบัติให้เห็นด้วยตัวเอง ไม่ต้องเชื่อคนอื่น ไม่ต้องเชื่อพระพุทธเจ้า  ให้คุณรู้ว่า สิ่งที่คุณคลางแคลงว่ามีจริงไหม ด้วยตาและใจของคุณเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่