กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
A กำลังเดินเล่นดูนี่นั่นตามปกติ บังเอิญมาเจอกลุ่มขาเมาท์
B1 : เอๆ มานี่
A: มีอะไรเหรอ
B1 : มาเมาท์มอยกัน
A : เรื่อง?
B2 : ก็เรื่องที่ยัย...ไปยุ่งกับผ.ของบ้านนี้ไง
B3 : ใช่ๆ น่ารังเกียจมาก ไม่มีปัญญาหาเองหรือไงถึงต้องมายุ่งกับ ผ.คนอื่น ประวัตินางก็ไม่ค่อยดี
B 1 : ใช่ๆ ชั้นรู้มาว่าเมื่อก่อนนะนางเคย...แล้วก็...แล้วก็...บลาๆๆ
B 1-3 กรี๊ดกร๊าด อย่างเมามัน / A พยักหน้างงๆ ยิ้มเจื่อนๆ
A : เหรอ เราไม่รู้หรอก ..แล้วพวกเธอเห็นกับตาเลยเหรอ
B 1 : แหม..เรื่องแค่นี้ใครๆเค้าก็รู้......
เค้าว่า กันมาแบบนี้ มันก็ต้องแบบนี้ล่ะ แล้วทีแรกนางจะยังมาโกหกอีกว่าไม่มีอะไร
A: ..............
B3 : เนี่ย ชั้นล่ะหมั่นไส้นางมาก พวกเราแบนนางไปเลยดีกว่าไม่ต้องไปทักไปอะไร รุมด่าอย่างเดียวพอ... ดีมั๊ย A
A : ไม่ดีกว่า เราไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นยังไง ..ถ้าจริงเราก็สงสารแฟนพี่คนนั้นนะ ลูกด้วย ..แต่
เราว่าแค่ให้กำลังใจก็พอ
B : ได้ไง แค่นั้นไม่พอ..เราต้องด่าอีผู้หญิงอีกคนด้วย..ในฐานะที่พวกเรา
เป็นคนดีมีศีลธรรม เราต้อง
ช่วยกันด่า ช่วยกันขุดออกมา คนชอบโกหก ชอบแย่งแบบนั้น สมควรๆ
B1-3พยักหน้ารับ จีบปากจีบคอ
A : เราขอบายนะ .. เราไม่รู้เรื่องจริงเป็นยังไง ..ส่วนเรื่องโกหก ก็เป็นกรรมที่เค้าจะต้องรับไป ต่อไปเราก็แค่ระวังกับคำพูดเค้าพอ
พูดจบเอเดินกลับเข้าบ้านไป /B1-3 หันมาเมาท์กันต่อ
B1 : หืม..นังA ..ชั้นว่านะมันต้องเป็นพวกเดียวกัน ชอบแย่งคนอื่นเหมือนกันเลยไม่มาร่วมด่าเพื่อความถูกต้องเหมือนเรา
ว่าแล้วทุกนางก็นั่งเมาท์ทั้งตัวต้นเรื่องและ A กันต่อไป (ในฐานะที่ไม่เข้าร่วม)
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ใครไม่เข้าพวกกับกรู..มันผิดหมด และ ตรงกับสุภาษิตที่ว่า มือถือสาก ปากถือ....
THE END
นิทานห้องเฉลิมไทย ณ ตอนนี้
A กำลังเดินเล่นดูนี่นั่นตามปกติ บังเอิญมาเจอกลุ่มขาเมาท์
B1 : เอๆ มานี่
A: มีอะไรเหรอ
B1 : มาเมาท์มอยกัน
A : เรื่อง?
B2 : ก็เรื่องที่ยัย...ไปยุ่งกับผ.ของบ้านนี้ไง
B3 : ใช่ๆ น่ารังเกียจมาก ไม่มีปัญญาหาเองหรือไงถึงต้องมายุ่งกับ ผ.คนอื่น ประวัตินางก็ไม่ค่อยดี
B 1 : ใช่ๆ ชั้นรู้มาว่าเมื่อก่อนนะนางเคย...แล้วก็...แล้วก็...บลาๆๆ
B 1-3 กรี๊ดกร๊าด อย่างเมามัน / A พยักหน้างงๆ ยิ้มเจื่อนๆ
A : เหรอ เราไม่รู้หรอก ..แล้วพวกเธอเห็นกับตาเลยเหรอ
B 1 : แหม..เรื่องแค่นี้ใครๆเค้าก็รู้......เค้าว่า กันมาแบบนี้ มันก็ต้องแบบนี้ล่ะ แล้วทีแรกนางจะยังมาโกหกอีกว่าไม่มีอะไร
A: ..............
B3 : เนี่ย ชั้นล่ะหมั่นไส้นางมาก พวกเราแบนนางไปเลยดีกว่าไม่ต้องไปทักไปอะไร รุมด่าอย่างเดียวพอ... ดีมั๊ย A
A : ไม่ดีกว่า เราไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นยังไง ..ถ้าจริงเราก็สงสารแฟนพี่คนนั้นนะ ลูกด้วย ..แต่เราว่าแค่ให้กำลังใจก็พอ
B : ได้ไง แค่นั้นไม่พอ..เราต้องด่าอีผู้หญิงอีกคนด้วย..ในฐานะที่พวกเราเป็นคนดีมีศีลธรรม เราต้องช่วยกันด่า ช่วยกันขุดออกมา คนชอบโกหก ชอบแย่งแบบนั้น สมควรๆ
B1-3พยักหน้ารับ จีบปากจีบคอ
A : เราขอบายนะ .. เราไม่รู้เรื่องจริงเป็นยังไง ..ส่วนเรื่องโกหก ก็เป็นกรรมที่เค้าจะต้องรับไป ต่อไปเราก็แค่ระวังกับคำพูดเค้าพอ
พูดจบเอเดินกลับเข้าบ้านไป /B1-3 หันมาเมาท์กันต่อ
B1 : หืม..นังA ..ชั้นว่านะมันต้องเป็นพวกเดียวกัน ชอบแย่งคนอื่นเหมือนกันเลยไม่มาร่วมด่าเพื่อความถูกต้องเหมือนเรา
ว่าแล้วทุกนางก็นั่งเมาท์ทั้งตัวต้นเรื่องและ A กันต่อไป (ในฐานะที่ไม่เข้าร่วม)
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ใครไม่เข้าพวกกับกรู..มันผิดหมด และ ตรงกับสุภาษิตที่ว่า มือถือสาก ปากถือ....
THE END