อ่านข่าวแล้วไม่น่าเชื่อว่าคนแหลลงตับยังลอยหน้าลอยตาในสังคมได้อีก
ที่มา
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1375693506
หัวข้อข่าว
"ชำนิ" กาง 4 ข้อ ต้องห้าม ! จับผิดแผนนิรโทษ ฉบับแดง
บางส่วนของคำบอกเล่า
แหล๋ที่ 1
-
ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย แตกต่างจากเงื่อนไขนิรโทษกรรมในอดีตอย่างไร
แม้ประเทศจะเคยผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมมาแล้ว 22 ฉบับ แต่เหตุการณ์วันนี้มันไม่ใช่การเผชิญหน้าต่อสู้กันระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับเผด็จการเหมือนในอดีต แต่มันเป็นปมความขัดแย้งระหว่างระบบการเมือง 2 ชุด ชุดแรกเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับอีกกลุ่มถูกนำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าระบอบทักษิณ ที่ต่อสู้ยืดเยื้อกันมากว่า 7-8 ปีที่ผ่านมา
คำถามคือทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ?
การเมือง 2 ชุดน่าจะเรียกชุดแรกว่า แพ้แล้วพาล ชื่นชอบการฉกชิงด้วยกำลังด้วยอาวุธ กับชุดหลังที่มาจากการเลือกตั้ง
แหล๋ที่ 2
-
ความผิดประเภทไหนที่ไม่เคยได้รับการนิรโทษกรรม
ขอเริ่มต้นที่ประเภทความผิดที่เคยได้รับการนิรโทษที่เรียกว่าความผิดทางการเมืองมีผลพวงมาจากการชุมนุมการต่อต้านรัฐยึดกุมสถานที่ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน หรือฝ่าฝืนกฎหมายในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน
แต่ในยุครัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมีการรวบเอาความผิด 5 ประเภท เพื่อมาขอรับการนิรโทษกรรม ประกอบด้วย 1.การฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.การเผาทำลายทรัพย์สิน 3.การฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่น 4.การกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 5.คดีที่เกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งผมยืนยันตรงนี้ว่า 4 จาก 5 ฐานความผิด ไม่เคยได้รับการนิรโทษกรรมให้มาก่อน
ยกเว้นข้อแรก ข้ออื่นอีก 4 ข้อ ร่างพรบ.นิรโทษชุดไหนที่นิรโทษกรรมโดยระบุประเภทที่ว่าไว้? เนื้อหาอะไรที่บ่งชี้ว่ากำหนดเป็นประเภทนั้นๆ ไว้ ประเด็นนี้สำคัญเพราะเป็นหัวข้อของข่าวนี้
แหล๋ที่ 3
-
จะอธิบายความผิดบางประเภทที่ควรได้รับนิรโทษกรรมอย่างไร เมื่อเหตุการณ์ในอดีตของคนเดือนตุลาฯ และพฤษภาทมิฬ ต่างก็มีความวุ่นวายประเภทเผาทำลายเกิดขึ้นเช่นกัน
นี่คือสิ่งหนึ่งที่มีคนพยายามลากมาเป็นเคสตัวอย่างในยุคนี้
ในอดีตที่มีความรุนแรงหรือการเผาทำลายเกิดขึ้นมันเป็นความต่อเนื่องมาจากการชุมนุม ผมยกตัวอย่างเหตุการณ์ 14 ต.ค.นักศึกษาเดินขบวนที่อนุสาวรีย์ฯ ขณะเดียวก็เกิดเหตุไฟไหม้ที่สำนักงานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ (ก.ต.ป.) แบบนี้มันเป็นผลพวงต่อเนื่องกัน ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มีการปลุกระดมให้เผา หรือสั่งให้ขนน้ำมันกันเข้าไปเผาเหมือนในยุคนี้ ที่ผมมองว่านั่นคือความตั้งใจและจงใจทำลายทรัพย์สิน
อธิบายด้วยตัวมันเองคงไม่ต้องขยายความเพิ่มนะ
แหล๋ที่ 4 เอาขำขำ
-
หลักการแบบนี้อาจถูกขยายผลไปถึงคนเสื้อแดงว่าเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ยอมยุติความขัดแย้งเสียเอง
ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่เป็นไปตามกฎหมายเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปชป.ไม่เคยปฏิเสธ หรือคัดค้าน จะเห็นว่าการชุมนุมในสมัยที่เราเป็นรัฐบาล ไม่เคยมุ่งร้ายต่อประชาชน เพียงแต่เมื่อสถานการณ์มันต่อเนื่อง กระทั่งพื้นที่
ราชประสงค์ถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางสงคราม เหตุการณ์จึงบานปลายจนถึงวันนี้
ผมเป็นหนึ่งใน 3 ของตัวแทนรัฐบาล ที่เปิดโต๊ะเจรจาออกทีวีวันนั้น
ผมยืนยันได้เลยว่า ทางเราได้คุยกับแกนนำคนเสื้อแดงทั้ง 3 คน และตกลงยุติปัญหาตั้งแต่การเจรจานอกรอบแล้ว เงื่อนไขคือยุบสภาทันที แต่มีประเด็นนิดเดียวครับ ถ้าจบแบบนั้น บางคนที่อยู่ต่างประเทศจะไม่ได้อะไรเลย และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้ทุกอย่างไม่จบ ที่สุดก็บานปลายอย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว
ยุบสภาทันทีในอีก 9 เดือนข้างหน้า จะให้ ขรรมหรือขำ ดี
เมื่อไดโนเสา ชำนิ "แหล๋" ด้วยความคิดแบบโบกกระดาษแผ่นเดียวไปมาในสภา
ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1375693506
หัวข้อข่าว
"ชำนิ" กาง 4 ข้อ ต้องห้าม ! จับผิดแผนนิรโทษ ฉบับแดง
บางส่วนของคำบอกเล่า
แหล๋ที่ 1
- ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย แตกต่างจากเงื่อนไขนิรโทษกรรมในอดีตอย่างไร
แม้ประเทศจะเคยผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมมาแล้ว 22 ฉบับ แต่เหตุการณ์วันนี้มันไม่ใช่การเผชิญหน้าต่อสู้กันระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับเผด็จการเหมือนในอดีต แต่มันเป็นปมความขัดแย้งระหว่างระบบการเมือง 2 ชุด ชุดแรกเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับอีกกลุ่มถูกนำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าระบอบทักษิณ ที่ต่อสู้ยืดเยื้อกันมากว่า 7-8 ปีที่ผ่านมา
คำถามคือทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ?
การเมือง 2 ชุดน่าจะเรียกชุดแรกว่า แพ้แล้วพาล ชื่นชอบการฉกชิงด้วยกำลังด้วยอาวุธ กับชุดหลังที่มาจากการเลือกตั้ง
แหล๋ที่ 2
- ความผิดประเภทไหนที่ไม่เคยได้รับการนิรโทษกรรม
ขอเริ่มต้นที่ประเภทความผิดที่เคยได้รับการนิรโทษที่เรียกว่าความผิดทางการเมืองมีผลพวงมาจากการชุมนุมการต่อต้านรัฐยึดกุมสถานที่ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน หรือฝ่าฝืนกฎหมายในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน
แต่ในยุครัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมีการรวบเอาความผิด 5 ประเภท เพื่อมาขอรับการนิรโทษกรรม ประกอบด้วย 1.การฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.การเผาทำลายทรัพย์สิน 3.การฆ่าหรือทำร้ายผู้อื่น 4.การกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 5.คดีที่เกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งผมยืนยันตรงนี้ว่า 4 จาก 5 ฐานความผิด ไม่เคยได้รับการนิรโทษกรรมให้มาก่อน
ยกเว้นข้อแรก ข้ออื่นอีก 4 ข้อ ร่างพรบ.นิรโทษชุดไหนที่นิรโทษกรรมโดยระบุประเภทที่ว่าไว้? เนื้อหาอะไรที่บ่งชี้ว่ากำหนดเป็นประเภทนั้นๆ ไว้ ประเด็นนี้สำคัญเพราะเป็นหัวข้อของข่าวนี้
แหล๋ที่ 3
- จะอธิบายความผิดบางประเภทที่ควรได้รับนิรโทษกรรมอย่างไร เมื่อเหตุการณ์ในอดีตของคนเดือนตุลาฯ และพฤษภาทมิฬ ต่างก็มีความวุ่นวายประเภทเผาทำลายเกิดขึ้นเช่นกัน
นี่คือสิ่งหนึ่งที่มีคนพยายามลากมาเป็นเคสตัวอย่างในยุคนี้ในอดีตที่มีความรุนแรงหรือการเผาทำลายเกิดขึ้นมันเป็นความต่อเนื่องมาจากการชุมนุม ผมยกตัวอย่างเหตุการณ์ 14 ต.ค.นักศึกษาเดินขบวนที่อนุสาวรีย์ฯ ขณะเดียวก็เกิดเหตุไฟไหม้ที่สำนักงานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติราชการ (ก.ต.ป.) แบบนี้มันเป็นผลพวงต่อเนื่องกัน ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ มีการปลุกระดมให้เผา หรือสั่งให้ขนน้ำมันกันเข้าไปเผาเหมือนในยุคนี้ ที่ผมมองว่านั่นคือความตั้งใจและจงใจทำลายทรัพย์สิน
อธิบายด้วยตัวมันเองคงไม่ต้องขยายความเพิ่มนะ
แหล๋ที่ 4 เอาขำขำ
- หลักการแบบนี้อาจถูกขยายผลไปถึงคนเสื้อแดงว่าเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ยอมยุติความขัดแย้งเสียเอง
ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่เป็นไปตามกฎหมายเป็นไปตามรัฐธรรมนูญปชป.ไม่เคยปฏิเสธ หรือคัดค้าน จะเห็นว่าการชุมนุมในสมัยที่เราเป็นรัฐบาล ไม่เคยมุ่งร้ายต่อประชาชน เพียงแต่เมื่อสถานการณ์มันต่อเนื่อง กระทั่งพื้นที่
ราชประสงค์ถูกยกระดับเป็นศูนย์กลางสงคราม เหตุการณ์จึงบานปลายจนถึงวันนี้
ผมเป็นหนึ่งใน 3 ของตัวแทนรัฐบาล ที่เปิดโต๊ะเจรจาออกทีวีวันนั้น ผมยืนยันได้เลยว่า ทางเราได้คุยกับแกนนำคนเสื้อแดงทั้ง 3 คน และตกลงยุติปัญหาตั้งแต่การเจรจานอกรอบแล้ว เงื่อนไขคือยุบสภาทันที แต่มีประเด็นนิดเดียวครับ ถ้าจบแบบนั้น บางคนที่อยู่ต่างประเทศจะไม่ได้อะไรเลย และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้ทุกอย่างไม่จบ ที่สุดก็บานปลายอย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว
ยุบสภาทันทีในอีก 9 เดือนข้างหน้า จะให้ ขรรมหรือขำ ดี