เมื่อวาน ถ้าใครได้ติดตามดู การแถลงการ ของกลุ่มคนมีอาชีพ รับจ้างทำลายประเทศ (สลิ่มสาปกากขาวเสนาธิการ)
นักข่าวถามว่า "คิดว่าการทำลายประเทศชาติ(ชุมนุม)ครั้งนี้ จะใช้เวลานานเท่าไร"
นายสลิ่มสาปกากขาวเสนาธิการบอกนักข่าวว่า " เราต้องใจเย็นๆครับ ขนาด พม่า จะยึดกรุงศรีได้ ยังต้องใช้เวลา 3 ปี ถึงจะสำเร็จ ฝนตกน้ำท่วม เขาก็ยังไม่ท้อ ดังนั้น พวกเราต้องใจเย็น"
นักข่าว ." !!! เงิบ"
สรุป ที่ทำอยู่นี่ รู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไร แต่ก็ยังทำ เปรียบเทียบกลุ่มตัวเอง เป็นพม่า ขนาดนี้แล้ว
คนไทยหัวใจรักชาติทั้งหลาย คงไม่โง่แล้วนะ ปากบอกว่ารักชาติ แต่การกระทำ สิ้นคิดสิ้นดี
อย่าให้ใครมาจูงจมูก เพื่อไปทำลายบ้านตัวเอง
จาก คห.4 จะเล่าให้ฟัง
ปี 2548 เป็นปีที่ประเทศๆหนึ่งกำลังเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจเติบโต คนในชาติ ลืมหูลืมตา เด็กๆมีการศึกษาที่ดี
ในปีเดียวกัน กลุ่มศัตรูประเทศก็เกิดขึ้น มาล้อมประเทศ(ทำเนียบ อยู่นานหลายวัน)
ปี 2549 เป็นปีที่ประเทศๆหนึ่ง เข้าสู่จุดต่ำสุด เมื่อพวกอำมาตย์ ทหารนอกรีต ก่อขบฏ ขายชาติ ยอมยกอำนาจให้ศัตรู (เสียกรุงครั้งที่ 1)
ปี 2550 อำนาจในมือศัตรู ได้สร้างกฎหมายไว้ ทำลายประเทศนี้ ไม่ให้เติบโต ก้าวหน้า ไม่ให้คนในชาติ ฉลาดรู้ทัน ได้กำจัด กลุ่มการเมือง โดยกฎหมายในกะลา
แต่ในปีเดียวกัน เกิดกลุ่มการเมืองใหม่ขึ้นมา มากู้เอกราชคืน จนสำเร็จ แม้ฆ่าแม่ทัพไป 2-3คน แต่ก็ไม่รอดมืออำนาจอำมาตย์ แต่พวกเขาก็ยังสามารถหลบหนี เพื่อกลับมาท้วงแผ่นดินคืนได้อีกครั้ง
ปี2551-2552 แต่คราวนี้รอดไม่นาน เจอคนเนรคุณ ไปจับมือกับศัตรู เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หักหลังเพื่อน ยอมขี่คอศัตรู เพื่อได้ไปอำนาจ ไปแดรก... (เสียกรุงครั้งที่2)
ระหว่างปี 51-52 ประชาชน พยายามต่อสู้ แม้เสียเลือดเนื้อไหลเท บนแผ่นดิน ก็ไม่ย่อท้อ
ปี 2553 ศัตรูกำเหิ่มหนัก สั่งทหารภายในประเทศ มาเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง ใจกลางประเทศ แถมปัดความรับผิดชอบใดๆ แต่ออกไปบอกต่างประเทศว่า ตนสั่งใช้กระสุนจริง แต่จะไม่มีผู้นำคนไหน ที่ต้องมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น(ไม่ว่าจะฆ่าคน 1 คนหรือ แสน คน ผมก็ไม่ผิด เพราะผมยึดมั่นต่อระบบรัฐสภา)
ศัตรู คิดว่าสิ่งที่ทำลงไปตลอดเวลา 2 ปี คิดว่า ได้ใจคนทั้งประเทศ มั่นใจว่าตนทำดีพอแล้ว ที่พยายามขี่ช้าง ไล่จับ ราชสีห์ เขนฆ่าบริวารไปหลายคน จึงยอมเสี่ยงดวง(เมื่อกินอิ่ม) ยอมวางอำนาจ แต่มี ลับ ลวง พราง
ปี 2554 ประเทศชาติ พ้นวิกฤต เมื่อกลุ่มวีรชนได้กลับมาทวงคืนอำนาจของประชาชนได้สำเร็จ....แม้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมา แต่กลุ่มอำนาจเก่า ยังมิวาย สำนึกตน ว่าที่ทำมา ประเทศชาติเสียหาย เสียเวลาพัฒนา มามากแค่ไหน
และคิดว่าต่อไปนี้ ประวัติศาสตร์จะไม่ ซ้ำรอย มีใครมาแย่งอำนาจไป ลาภลอยอีกครั้ง สมัย พระเจ้า ตาก
พม่าใช้เวลา 3 ปี ในการยึดกรุงศรีฯ (กลุ่มสลิ่มสาปกากขาวเสนาธิการ บอกมา )
นักข่าวถามว่า "คิดว่าการทำลายประเทศชาติ(ชุมนุม)ครั้งนี้ จะใช้เวลานานเท่าไร"
นายสลิ่มสาปกากขาวเสนาธิการบอกนักข่าวว่า " เราต้องใจเย็นๆครับ ขนาด พม่า จะยึดกรุงศรีได้ ยังต้องใช้เวลา 3 ปี ถึงจะสำเร็จ ฝนตกน้ำท่วม เขาก็ยังไม่ท้อ ดังนั้น พวกเราต้องใจเย็น"
นักข่าว ." !!! เงิบ"
สรุป ที่ทำอยู่นี่ รู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไร แต่ก็ยังทำ เปรียบเทียบกลุ่มตัวเอง เป็นพม่า ขนาดนี้แล้ว
คนไทยหัวใจรักชาติทั้งหลาย คงไม่โง่แล้วนะ ปากบอกว่ารักชาติ แต่การกระทำ สิ้นคิดสิ้นดี
อย่าให้ใครมาจูงจมูก เพื่อไปทำลายบ้านตัวเอง
จาก คห.4 จะเล่าให้ฟัง
ปี 2548 เป็นปีที่ประเทศๆหนึ่งกำลังเจริญรุ่งเรือง เศรษฐกิจเติบโต คนในชาติ ลืมหูลืมตา เด็กๆมีการศึกษาที่ดี
ในปีเดียวกัน กลุ่มศัตรูประเทศก็เกิดขึ้น มาล้อมประเทศ(ทำเนียบ อยู่นานหลายวัน)
ปี 2549 เป็นปีที่ประเทศๆหนึ่ง เข้าสู่จุดต่ำสุด เมื่อพวกอำมาตย์ ทหารนอกรีต ก่อขบฏ ขายชาติ ยอมยกอำนาจให้ศัตรู (เสียกรุงครั้งที่ 1)
ปี 2550 อำนาจในมือศัตรู ได้สร้างกฎหมายไว้ ทำลายประเทศนี้ ไม่ให้เติบโต ก้าวหน้า ไม่ให้คนในชาติ ฉลาดรู้ทัน ได้กำจัด กลุ่มการเมือง โดยกฎหมายในกะลา
แต่ในปีเดียวกัน เกิดกลุ่มการเมืองใหม่ขึ้นมา มากู้เอกราชคืน จนสำเร็จ แม้ฆ่าแม่ทัพไป 2-3คน แต่ก็ไม่รอดมืออำนาจอำมาตย์ แต่พวกเขาก็ยังสามารถหลบหนี เพื่อกลับมาท้วงแผ่นดินคืนได้อีกครั้ง
ปี2551-2552 แต่คราวนี้รอดไม่นาน เจอคนเนรคุณ ไปจับมือกับศัตรู เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว หักหลังเพื่อน ยอมขี่คอศัตรู เพื่อได้ไปอำนาจ ไปแดรก... (เสียกรุงครั้งที่2)
ระหว่างปี 51-52 ประชาชน พยายามต่อสู้ แม้เสียเลือดเนื้อไหลเท บนแผ่นดิน ก็ไม่ย่อท้อ
ปี 2553 ศัตรูกำเหิ่มหนัก สั่งทหารภายในประเทศ มาเข่นฆ่าประชาชนของตนเอง ใจกลางประเทศ แถมปัดความรับผิดชอบใดๆ แต่ออกไปบอกต่างประเทศว่า ตนสั่งใช้กระสุนจริง แต่จะไม่มีผู้นำคนไหน ที่ต้องมารับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น(ไม่ว่าจะฆ่าคน 1 คนหรือ แสน คน ผมก็ไม่ผิด เพราะผมยึดมั่นต่อระบบรัฐสภา)
ศัตรู คิดว่าสิ่งที่ทำลงไปตลอดเวลา 2 ปี คิดว่า ได้ใจคนทั้งประเทศ มั่นใจว่าตนทำดีพอแล้ว ที่พยายามขี่ช้าง ไล่จับ ราชสีห์ เขนฆ่าบริวารไปหลายคน จึงยอมเสี่ยงดวง(เมื่อกินอิ่ม) ยอมวางอำนาจ แต่มี ลับ ลวง พราง
ปี 2554 ประเทศชาติ พ้นวิกฤต เมื่อกลุ่มวีรชนได้กลับมาทวงคืนอำนาจของประชาชนได้สำเร็จ....แม้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมา แต่กลุ่มอำนาจเก่า ยังมิวาย สำนึกตน ว่าที่ทำมา ประเทศชาติเสียหาย เสียเวลาพัฒนา มามากแค่ไหน
และคิดว่าต่อไปนี้ ประวัติศาสตร์จะไม่ ซ้ำรอย มีใครมาแย่งอำนาจไป ลาภลอยอีกครั้ง สมัย พระเจ้า ตาก