บทก่อนหน้า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้บทที่ ๑ http://pantip.com/topic/30777946
บทที่ ๒ http://pantip.com/topic/30780186
บทที่ ๓ http://pantip.com/topic/30782939
บทที่ ๔ http://pantip.com/topic/30786752
บทที่ ๕ http://pantip.com/topic/30789891
บทที่ ๖ http://pantip.com/topic/30792906
บทที่ ๗-๘ http://pantip.com/topic/30794493
บทที่ ๙
ลิลลดาสะดุ้งตื่นเมื่อนาฬิกาปลุกที่หัวเตียงดังขึ้น หญิงสาวสะลึมสะลือคว้านาฬิกากดปิดเสียงทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ เมื่อนาฬิกาเงียบเสียงลง ก็ดึงหมอนขึ้นมาปิดหน้าและนอนต่อ แต่นาฬิกาปลุกเจ้ากรรมก็ทำหน้าที่อย่างซื่อตรง เพราะเมื่อถึงเวลาที่หญิงสาวตั้งไว้ให้ปลุกซ้ำ เสียงแสบแก้วหูก็ก้องกังวานขึ้นมาอีก
"ตื่นแล้วๆ" หญิงสาวพึมพำ และยื่นมือมากดปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่โต๊ะหัวเตียงอีกครั้ง ก่อนที่จะพยายามบังคับตัวเองให้ลืมตาตื่น แม้ว่าร่างกายจะอยากกลับไปนอนต่อแค่ไหนก็ตาม เธอยังมีงานต้องทำอีกมาก
หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น จนมาได้กาแฟถ้วยใหญ่จากบาร์บาร่าในครัวนั่นล่ะ ถึงรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาบ้าง
"เมื่อคืนกลับมาดึกหรือจ๊ะลิลลี่"
แม่บ้านสูงวัยถามหลังจากเห็นอาการเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่นของหญิงสาว
คำถามของหญิงแม่บ้านทำให้ลิลลดาหน้าร้อนวูบ เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ในห้องทำงานเมื่อคืนนี้ และนึกสงสัยว่า มันจะมีผลต่อชายหนุ่มอย่างเดียวกับที่มีผลต่อเธอหรือเปล่านะ
"เปล่าค่ะบาร์บ แต่กลับมานอนอ่านหนังสือ กว่าจะรู้ตัวก็ดึกโขเลยค่ะ" หญิงสาวโกหกแม่บ้านผู้อารี เพราะไม่อยากจะตอบคำถามว่า ถ้ากลับไม่ดึกแล้วทำไมหน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอน ก็เลยให้คำตอบไปซะเลย ซึ่งก็ได้ผล เพราะแม่บ้านไม่ถามอะไรต่อ หากแต่หันไปจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้าต่อ
"อรุณสวัสดิ์ครับลิลลี่ เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาเหมือนไม่ค่อยสบาย" มาร์โคเดินเข้ามาในห้องครัวพอดี และทักทายหญิงสาว พร้อมทั้งถามน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่สดชื่นของเธอ
"สวัสดีค่ะมาร์โค สบายดีค่ะ แค่นอนดึกนิดหน่อย" หญิงสาวตอบอ้อมแอ้มพร้อมทั้งหลบตา ในใจก็ภาวนาว่าช่วยกรุณาพูดเรื่องอะไรที่มันไกลกว่าเรื่องนอนไม่นอนนี่ได้ไหม เธอไม่อยากจะคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ จนหน้าตาเป็นซอมบี้ให้คนอื่นมาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอยู่แบบนี้
"กาแฟหน่อยไหมคะ" หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง
"ขอบคุณครับลิลลี่"
"ใส่นม ไม่ใส่น้ำตาลนะคะ" หญิงสาวถามอย่างจำได้ และได้รับรอยยิ้มจากมาร์โคเป็นคำตอบ
"วันนี้คุณราฟไม่อยู่ แต่ฝากงานลิลลี่ไว้กับผม" มาร์โคบอกหญิงสาว ลิลลดารู้สึกแปลกใจ เมื่อคืนไม่เห็นคุณราฟจะมีแผนการจะไปไหน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่อยู่ แต่ก็ช่างเถอะ เขาเป็นเจ้านาย จะไปหรือจะอยู่ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอนี่นะ
“เอ่อ เหรอคะ แล้วมาร์โคได้รายงานระบบน้ำมาจากคนงานหรือยังคะ"
"งานเช็คระบบน้ำเสร็จแล้ว ทอมจะเอารายงานมาให้เช้านี้ แล้วเดี๋ยวผมจะเอาไปให้ที่ออฟฟิศนะครับ ลิลลี่จะอยู่ที่นั่นใช่ไหมวันนี้"
"ใช่ค่ะ ฉันยังต้องทำความเข้าใจรายงานอีกหลายตัว" หญิงสาวตอบ และรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าอีกครั้ง เมื่อในใจหวนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงานเมื่อคืนนี้
เขาจะหน้าร้อนทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างเธอหรือเปล่านะ
"คุณราฟสั่งไว้ให้เอาโต๊ะทำงานไปตั้งในห้องให้ลิลลี่ด้วย เดี๋ยวผมจะให้คนงานยกเข้าไปให้ และก็สั่งให้ผมคุยกับลิลลี่เรื่องเตรียมลงปุ๋ยให้องุ่นต่อได้เลยหลังจากที่ทำรายงานการสั่งซื้อเสร็จแล้ว คิดว่าจะเสร็จสักวันไหนครับลิลลี่"
"วันนี้ฉันจะติดต่อขอราคากับซัพพลายเออร์ จากนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ จนกว่าจะได้ราคาทั้งหมดถึงจะทำการสั่งซื้อและทำรายงานให้คุณราฟได้ ช่วงที่รอนี่ก็เตรียมเรื่องปุ๋ยได้ทันทีค่ะ ช่วงเช้าฉันน่าจะติดต่อเสร็จ เราเริ่มกันช่วงบ่ายเลยก็ได้ ยังไงคงต้องให้มาร์โคสอนหลายอย่างเลย รบกวนด้วยนะคะ" หญิงสาวบอกกับชายหนุ่มผู้จัดการไร่อย่างฝากเนื้อฝากตัว
"อย่าห่วงเลยครับ คุณเป็นคนฉลาด เข้าใจอะไรๆได้เร็ว เรียนรู้แป๊บเดียวก็คล่องแล้วล่ะครับ" หญิงสาวยิ้มให้ผู้จัดการไร่ ก่อนจะก้มลงสนใจอาหารตรงหน้า หรือจริงๆแล้วคือ สนใจความคิดที่อลวนในหัวมากกว่า
คุณราฟไม่อยู่ และยังสั่งงานเธอผ่านทางมาร์โคเสียด้วย แล้วเขาไปไหนเสียล่ะ ทำไมอยู่ๆก็เกิดไม่อยู่ขึ้นมากระทันหัน เมื่อคืนก็ไม่เห็นจะมีทีท่าว่าจะต้องไปไหนเลย เพิ่งจะนึกได้ว่าต้องไม่อยู่ตอนดึกเมื่อคืนนี้เลยหรืออย่างไร เฮอะ คงจะไม่อยากเห็นหน้าเธอมากกว่า ถึงได้หาเรื่องไม่อยู่แบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ต้องลงทุนขนาดนี้หรอก แค่นี้เธอก็เข้าใจแล้ว ต่อไปเธอจะไม่ไปเสนอหน้าให้เขารำคาญอีกเลย หญิงสาวคิดอย่างน้อยใจ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิอะไรจะไปน้อยใจชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายแม้แต่น้อย แต่เธอก็รู้สึกเสียใจอย่างช่วยไม่ได้ ที่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เขาเลือกที่จะทำไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งอกเหมือนกัน เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงหากว่าวันนี้ต้องเจอเขาอีกครั้ง หรือต้องนั่งทำงานในห้องทำงานที่เกิดเหตุด้วยกัน
แต่ถึงยังไงก็อยากรู้ว่าเขาไปไหนอยู่ดี
หลังอาหารเช้า มาร์โคเอารายงานระบบน้ำมาให้อย่างที่รับปากไว้ รวมทั้งโต๊ะทำงานตัวใหม่ของเธอด้วย หญิงสาวจัดวางโต๊ะทำงานไว้อีกฝั่งของห้อง ที่โต๊ะทำงานตัวใหม่หญิงสาวจะนั่งทำงานโดยหันด้านข้างให้กับชายหนุ่มเจ้าของห้อง เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องประจัญหน้ากันตรงๆ แต่แล้วก็นึกได้อย่างเศร้าๆว่า อาจจะไม่มีโอกาสประจัญหน้ากันเลยก็ได้ เพราะชายหนุ่มคงไม่เข้ามาในห้องนี้ในเวลาเดียวกับที่เธออยู่แล้วกระมัง
หญิงสาวใช้เวลาช่วงเช้าโทรศัพท์ขอราคาของที่ต้องการสำหรับงานซ่อมแซมและเตรียมพร้อมระบบน้ำ ซึ่งบางแห่งก็แฟกซ์ใบเสนอราคามาให้อย่างทันใจ แต่ก็มีหลายแห่งเหมือนกันที่บอกให้เธอรออย่างน้อยสองวัน ซึ่งเธอก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ ระหว่างนี้ก็เตรียมเรื่องปุ๋ยกับมาร์โคไปก่อนอย่างที่วางแผนกันไว้
ลิลลดาโทรศัพท์ รับแฟกซ์ เปรียบเทียบราคา ต่อรองราคา จัดเรียงเอกสารเข้าแฟ้ม จนได้งานในปริมาณที่น่าพอใจ ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็ต้องถอนหายใจ เวลาที่เธอทำงานยุ่งๆนี่มักจะลืมเวลาเสมอเลย เที่ยงกว่าแล้วเธอยังไม่ได้กินกลางวัน มิน่าท้องไส้ถึงได้โอดครวญใหญ่เชียว
"ลิลลี่!"
เสียงทักอย่างตื่นเต้นดีใจที่หน้าประตูห้องทำงานทำให้เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างสูงของชายหนุ่มผิวขาวที่ก้าวขาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว
"ผมตามหาซะทั่ว นึกว่าจะอยู่ในไร่ก็ไม่เห็น แต่นึกได้ว่าเมื่อคืนราฟบอกใช้งานลิลลี่ในออฟฟิศ ก็เลยเดินเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะเจอ นึกว่าไปกินกลางวันเสียแล้ว" ชายหนุ่มอธิบายยืดยาว ขณะเดียวกันก็ยื่นแขนข้ามโต๊ะมาโอบเธอและจุ๊บที่แก้มเบาๆ
หญิงสาวหัวเราะให้กับท่าทางดีอกดีใจเต็มที่อย่างเด็กๆของเขา ที่หาเธอจนเจอ
ไม่เห็นจะเหมือนนายสัตวแพทย์ที่อายุตั้งสามสิบแล้วเลย หญิงสาวคิดอย่างเอ็นดู
"ทำงานเพลินน่ะค่ะเดวิด กำลังจะไปหาอะไรกินอยู่พอดี" หญิงสาวตอบ
"ให้ผมพาไปหาอะไรในเมืองทานไหมครับลิลลี่" ชายหนุ่มเสนอ
"คงไม่ดีมังคะ ฉันเป็นคนงานในไร่นะคะ เจ้านายไม่อยู่จะให้ถือโอกาสออกไปกินกลางวันข้างนอกเลยเหรอ" หญิงสาวตอบกลั้วหัวเราะ
"อ้าว นายราฟไม่อยู่เหรอครับ ถึงว่า เข้ามาก็ไม่เห็น นึกว่ายุ่งอยู่ในออฟฟิศเสียอีก" นายสัตวแพทย์หนุ่มตอบ สีหน้าแสดงความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
อ้าว แล้วเดวิดไม่รู้เหรอว่าเพื่อนเขาไม่อยู่
"ฉันนึกว่าคุณรู้ว่าเขาไม่อยู่เสียอีกค่ะ" หญิงสาวพูดเสียงเบา
"เมื่อคืนก็ไม่เห็นว่าจะไปไหนนี่ครับ"
"นั่นสิคะ คงจะมีเรื่องด่วนกระมัง"
"ช่างนายราฟเถอะครับลิลลี่ มาที่เรื่องของเราดีกว่า" นายสัตวแพทย์หนุ่มเปลี่ยนเรื่องจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
"คะ?" หญิงสาวเลิกคิ้ว ระหว่างเธอและเพื่อนของเจ้านายนี่มี
"เรื่องของเรา" ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"เย็นนี้ลิลลี่ไปทานข้าวกับผมแล้วดื่มอะไรกันต่อที่ผับได้ไหมครับ" นายสัตวแพทย์หนุ่มถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง และออกจะประหม่าอยู่นิดๆ ไม่มีเค้าชายหนุ่มขี้เล่นและเป็นกันเองอย่างเมื่อกี้อยู่เลย
หญิงสาวนิ่งคิดสักพัก นี่เขากำลังชวนเธอไปเดทใช่ไหม แล้วถ้าเธอจะเดทเพื่อนเจ้านายนี่จะผิดกฎอะไรหรือเปล่า ไม่น่านะ เขาไม่ใช่เจ้านายของเธอนี่ แล้วอีกอย่างเธอก็กำลังพยายามตัดใจจากชายหนุ่มคนที่ทำให้เธออดหลับอดนอนเมื่อคืนนี้อยู่ด้วย บางทีการได้ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก และใช้เวลากับคนอื่นบ้าง ก็อาจจะทำให้เธอเลิกฟุ้งซ่านเกี่ยวกับเจ้านายของตัวเองก็ได้กระมัง และใครจะรู้ หากเธอหันความสนใจไปที่คนอื่นบ้าง บางทีสถานการณ์ระหว่างเธอกับชายหนุ่มเจ้าของคอร์เนลลี่อาจจะคลี่คลายลง จนสามารถมีความสัมพันธ์แบบนายจ้างลูกจ้างได้โดยที่ใจไม่เต้นเป็นตีกลองทุกครั้งที่เข้าใกล้อย่างที่เป็นมาตลอดก็ได้
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะพยักหน้าตกลง
นายสัตวแพทย์หนุ่มยิ้มกว้างยินดี ก่อนจะเดินเข้ามารวบตัวเธอเข้าไปกอดแน่นอย่างดีใจ
"งั้นให้ผมมารับกี่โมงดีครับ" ชายหนุ่มถาม
"สักหกโมงก็ได้ค่ะ"
"งั้นเจอกันเย็นนี้ครับ" นายสัตวแพทย์หนุ่มกล่าวลา เขาต้องกลับไปที่โรงพยาบาลสัตว์ในเมืองที่ทำงานอยู่ก่อน ถึงจะกลับมารับเธอที่ไร่อีกครั้งหลังเลิกงาน
"เจอกันค่ะ"
เดวิดสวมกอดหญิงสาวและจุ๊บแก้มสองข้างเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงาน ลิลลดาถอนหายใจเบาๆ เธอไม่แน่ใจว่าตัดสินใจถูกแล้วหรือเปล่า
ไม่ลองก็ไม่รู้ หญิงสาวคิด
ราฟาเอล คอร์เนลลี่ กลับเข้ามาที่คอร์เนลลี่เอสเตทหลังพระอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้ว ระหว่างเดินทางเขาโทรเข้ามาหามาร์โคเพื่อนัดให้มารายงานเรื่องงานที่เขาสั่งไว้วันนี้ โดยที่เขาจะเข้าไปคุยที่ลิตเติลฮัทเอง เพราะเป็นทางผ่านก่อนที่จะเข้าไปที่บ้านหลังเล็กที่เขาอยู่คนเดียว ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่าจริงๆแล้วเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เหตุผลจริงๆคือเขาเพียงอยากเห็นหน้าแม่คนงานคนใหม่ของเขาแม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี เขาคิดว่าเมื่อไม่เห็นหรือเข้าใกล้เธอจะทำให้เขาสงบขึ้น แต่หลังจากที่ไม่ได้เห็นเธอวันนี้ทั้งวันเต็มๆ ทำให้เขารู้ว่าเขาคิดผิด เพราะยิ่งไม่เห็นเธอ เขายิ่งทุรนทุรายด้วยความคิดถึง และปรารถนาที่จะได้เห็นใบหน้างาม ดวงตาโตภายใต้กรอบขนตายาวงอนคู่นั้น และชายหนุ่มก็ตัดสินใจยอมแพ้ต่อหัวใจตัวเอง หากเขาต้องการเธอมากขนาดนั้น เขาจะมาห้ามความรู้สึกให้ทุรนทุรายทำไม สู้ยอมทำตามความต้องการอของหัวใจ แล้วผลจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันอีกที
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะอยากเห็นหน้าหวานของคนที่อยู่ในความคิดคำนึงของเขาทั้งวันเต็มที
"ลิลลี่ไปไหน"
ในที่สุดชายหนุ่มก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เมื่อเข้าไปในบ้านพักพนักงานที่ผู้ช่วยของเขา แม่บ้าน และหญิงสาวผู้กำกับจังหวะหัวใจเขาอาศัยอยู่ด้วยกันแล้วไม่เห็นเธอ เพิ่งจะทุ่มกว่าๆ บาร์บาร่าก็ยังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น หญิงสาวไม่น่าจะเข้านอนเร็วขนาดนั้น
"ไปทานข้าวกับหมอเดวิดครับ" มาร์โคตอบ โดยไม่ได้รู้สึกถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นเจ้านายแม้แต่น้อย
"เดทเหรอ" ชายหนุ่มถามเสียงแห้ง
"คงงั้นมั้งครับ สองคนเหมาะสมกันดีนะครับ" มาร์โคตอบ และคราวนี้เพิ่งจะสังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเจ้านายหนุ่ม
"คุณราฟเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ถามอย่างเป็นห่วง
"เหนื่อยนิดหน่อย เมื่อคืนไม่ได้นอน งั้นวันนี้พอแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปต่อที่ออฟฟิศละกัน" ชายหนุ่มเจ้าของคอร์เนลลี่ตอบ ก่อนจะลุกขึ้นและกล่าวลากับผู้ช่วยคนสนิท โบกมือให้แม่บ้าน และเดินกลับตรงไปยังบ้านหลังเล็กที่ตนอาศัยอยู่คนเดียว
ฉันช้ากว่าไอ้เดวิดเหรอลิลลี่
ชายหนุ่มคิดและรู้สึกปวดหนึบๆตรงหน้าอกด้านซ้าย โดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะจัดการกับความเจ็บปวดนี้ได้อย่างไร
บ่มไวน์ใส่รัก บทที่ ๙-๑๐
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
บทที่ ๙
ลิลลดาสะดุ้งตื่นเมื่อนาฬิกาปลุกที่หัวเตียงดังขึ้น หญิงสาวสะลึมสะลือคว้านาฬิกากดปิดเสียงทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ เมื่อนาฬิกาเงียบเสียงลง ก็ดึงหมอนขึ้นมาปิดหน้าและนอนต่อ แต่นาฬิกาปลุกเจ้ากรรมก็ทำหน้าที่อย่างซื่อตรง เพราะเมื่อถึงเวลาที่หญิงสาวตั้งไว้ให้ปลุกซ้ำ เสียงแสบแก้วหูก็ก้องกังวานขึ้นมาอีก
"ตื่นแล้วๆ" หญิงสาวพึมพำ และยื่นมือมากดปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่โต๊ะหัวเตียงอีกครั้ง ก่อนที่จะพยายามบังคับตัวเองให้ลืมตาตื่น แม้ว่าร่างกายจะอยากกลับไปนอนต่อแค่ไหนก็ตาม เธอยังมีงานต้องทำอีกมาก
หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น จนมาได้กาแฟถ้วยใหญ่จากบาร์บาร่าในครัวนั่นล่ะ ถึงรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาบ้าง
"เมื่อคืนกลับมาดึกหรือจ๊ะลิลลี่"
แม่บ้านสูงวัยถามหลังจากเห็นอาการเหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่นของหญิงสาว
คำถามของหญิงแม่บ้านทำให้ลิลลดาหน้าร้อนวูบ เมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์ในห้องทำงานเมื่อคืนนี้ และนึกสงสัยว่า มันจะมีผลต่อชายหนุ่มอย่างเดียวกับที่มีผลต่อเธอหรือเปล่านะ
"เปล่าค่ะบาร์บ แต่กลับมานอนอ่านหนังสือ กว่าจะรู้ตัวก็ดึกโขเลยค่ะ" หญิงสาวโกหกแม่บ้านผู้อารี เพราะไม่อยากจะตอบคำถามว่า ถ้ากลับไม่ดึกแล้วทำไมหน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอน ก็เลยให้คำตอบไปซะเลย ซึ่งก็ได้ผล เพราะแม่บ้านไม่ถามอะไรต่อ หากแต่หันไปจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้าต่อ
"อรุณสวัสดิ์ครับลิลลี่ เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาเหมือนไม่ค่อยสบาย" มาร์โคเดินเข้ามาในห้องครัวพอดี และทักทายหญิงสาว พร้อมทั้งถามน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่สดชื่นของเธอ
"สวัสดีค่ะมาร์โค สบายดีค่ะ แค่นอนดึกนิดหน่อย" หญิงสาวตอบอ้อมแอ้มพร้อมทั้งหลบตา ในใจก็ภาวนาว่าช่วยกรุณาพูดเรื่องอะไรที่มันไกลกว่าเรื่องนอนไม่นอนนี่ได้ไหม เธอไม่อยากจะคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอนอนไม่หลับ จนหน้าตาเป็นซอมบี้ให้คนอื่นมาถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยอยู่แบบนี้
"กาแฟหน่อยไหมคะ" หญิงสาวเปลี่ยนเรื่อง
"ขอบคุณครับลิลลี่"
"ใส่นม ไม่ใส่น้ำตาลนะคะ" หญิงสาวถามอย่างจำได้ และได้รับรอยยิ้มจากมาร์โคเป็นคำตอบ
"วันนี้คุณราฟไม่อยู่ แต่ฝากงานลิลลี่ไว้กับผม" มาร์โคบอกหญิงสาว ลิลลดารู้สึกแปลกใจ เมื่อคืนไม่เห็นคุณราฟจะมีแผนการจะไปไหน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่อยู่ แต่ก็ช่างเถอะ เขาเป็นเจ้านาย จะไปหรือจะอยู่ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอนี่นะ
“เอ่อ เหรอคะ แล้วมาร์โคได้รายงานระบบน้ำมาจากคนงานหรือยังคะ"
"งานเช็คระบบน้ำเสร็จแล้ว ทอมจะเอารายงานมาให้เช้านี้ แล้วเดี๋ยวผมจะเอาไปให้ที่ออฟฟิศนะครับ ลิลลี่จะอยู่ที่นั่นใช่ไหมวันนี้"
"ใช่ค่ะ ฉันยังต้องทำความเข้าใจรายงานอีกหลายตัว" หญิงสาวตอบ และรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าอีกครั้ง เมื่อในใจหวนคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องทำงานเมื่อคืนนี้
เขาจะหน้าร้อนทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างเธอหรือเปล่านะ
"คุณราฟสั่งไว้ให้เอาโต๊ะทำงานไปตั้งในห้องให้ลิลลี่ด้วย เดี๋ยวผมจะให้คนงานยกเข้าไปให้ และก็สั่งให้ผมคุยกับลิลลี่เรื่องเตรียมลงปุ๋ยให้องุ่นต่อได้เลยหลังจากที่ทำรายงานการสั่งซื้อเสร็จแล้ว คิดว่าจะเสร็จสักวันไหนครับลิลลี่"
"วันนี้ฉันจะติดต่อขอราคากับซัพพลายเออร์ จากนั้นก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ จนกว่าจะได้ราคาทั้งหมดถึงจะทำการสั่งซื้อและทำรายงานให้คุณราฟได้ ช่วงที่รอนี่ก็เตรียมเรื่องปุ๋ยได้ทันทีค่ะ ช่วงเช้าฉันน่าจะติดต่อเสร็จ เราเริ่มกันช่วงบ่ายเลยก็ได้ ยังไงคงต้องให้มาร์โคสอนหลายอย่างเลย รบกวนด้วยนะคะ" หญิงสาวบอกกับชายหนุ่มผู้จัดการไร่อย่างฝากเนื้อฝากตัว
"อย่าห่วงเลยครับ คุณเป็นคนฉลาด เข้าใจอะไรๆได้เร็ว เรียนรู้แป๊บเดียวก็คล่องแล้วล่ะครับ" หญิงสาวยิ้มให้ผู้จัดการไร่ ก่อนจะก้มลงสนใจอาหารตรงหน้า หรือจริงๆแล้วคือ สนใจความคิดที่อลวนในหัวมากกว่า
คุณราฟไม่อยู่ และยังสั่งงานเธอผ่านทางมาร์โคเสียด้วย แล้วเขาไปไหนเสียล่ะ ทำไมอยู่ๆก็เกิดไม่อยู่ขึ้นมากระทันหัน เมื่อคืนก็ไม่เห็นจะมีทีท่าว่าจะต้องไปไหนเลย เพิ่งจะนึกได้ว่าต้องไม่อยู่ตอนดึกเมื่อคืนนี้เลยหรืออย่างไร เฮอะ คงจะไม่อยากเห็นหน้าเธอมากกว่า ถึงได้หาเรื่องไม่อยู่แบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ต้องลงทุนขนาดนี้หรอก แค่นี้เธอก็เข้าใจแล้ว ต่อไปเธอจะไม่ไปเสนอหน้าให้เขารำคาญอีกเลย หญิงสาวคิดอย่างน้อยใจ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิอะไรจะไปน้อยใจชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายแม้แต่น้อย แต่เธอก็รู้สึกเสียใจอย่างช่วยไม่ได้ ที่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เขาเลือกที่จะทำไม่รู้ไม่ชี้แบบนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกโล่งอกเหมือนกัน เพราะเธอก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไงหากว่าวันนี้ต้องเจอเขาอีกครั้ง หรือต้องนั่งทำงานในห้องทำงานที่เกิดเหตุด้วยกัน
แต่ถึงยังไงก็อยากรู้ว่าเขาไปไหนอยู่ดี
หลังอาหารเช้า มาร์โคเอารายงานระบบน้ำมาให้อย่างที่รับปากไว้ รวมทั้งโต๊ะทำงานตัวใหม่ของเธอด้วย หญิงสาวจัดวางโต๊ะทำงานไว้อีกฝั่งของห้อง ที่โต๊ะทำงานตัวใหม่หญิงสาวจะนั่งทำงานโดยหันด้านข้างให้กับชายหนุ่มเจ้าของห้อง เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็จะได้ไม่ต้องประจัญหน้ากันตรงๆ แต่แล้วก็นึกได้อย่างเศร้าๆว่า อาจจะไม่มีโอกาสประจัญหน้ากันเลยก็ได้ เพราะชายหนุ่มคงไม่เข้ามาในห้องนี้ในเวลาเดียวกับที่เธออยู่แล้วกระมัง
หญิงสาวใช้เวลาช่วงเช้าโทรศัพท์ขอราคาของที่ต้องการสำหรับงานซ่อมแซมและเตรียมพร้อมระบบน้ำ ซึ่งบางแห่งก็แฟกซ์ใบเสนอราคามาให้อย่างทันใจ แต่ก็มีหลายแห่งเหมือนกันที่บอกให้เธอรออย่างน้อยสองวัน ซึ่งเธอก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ ระหว่างนี้ก็เตรียมเรื่องปุ๋ยกับมาร์โคไปก่อนอย่างที่วางแผนกันไว้
ลิลลดาโทรศัพท์ รับแฟกซ์ เปรียบเทียบราคา ต่อรองราคา จัดเรียงเอกสารเข้าแฟ้ม จนได้งานในปริมาณที่น่าพอใจ ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็ต้องถอนหายใจ เวลาที่เธอทำงานยุ่งๆนี่มักจะลืมเวลาเสมอเลย เที่ยงกว่าแล้วเธอยังไม่ได้กินกลางวัน มิน่าท้องไส้ถึงได้โอดครวญใหญ่เชียว
"ลิลลี่!"
เสียงทักอย่างตื่นเต้นดีใจที่หน้าประตูห้องทำงานทำให้เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างสูงของชายหนุ่มผิวขาวที่ก้าวขาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว
"ผมตามหาซะทั่ว นึกว่าจะอยู่ในไร่ก็ไม่เห็น แต่นึกได้ว่าเมื่อคืนราฟบอกใช้งานลิลลี่ในออฟฟิศ ก็เลยเดินเข้ามาดู ไม่คิดว่าจะเจอ นึกว่าไปกินกลางวันเสียแล้ว" ชายหนุ่มอธิบายยืดยาว ขณะเดียวกันก็ยื่นแขนข้ามโต๊ะมาโอบเธอและจุ๊บที่แก้มเบาๆ
หญิงสาวหัวเราะให้กับท่าทางดีอกดีใจเต็มที่อย่างเด็กๆของเขา ที่หาเธอจนเจอ
ไม่เห็นจะเหมือนนายสัตวแพทย์ที่อายุตั้งสามสิบแล้วเลย หญิงสาวคิดอย่างเอ็นดู
"ทำงานเพลินน่ะค่ะเดวิด กำลังจะไปหาอะไรกินอยู่พอดี" หญิงสาวตอบ
"ให้ผมพาไปหาอะไรในเมืองทานไหมครับลิลลี่" ชายหนุ่มเสนอ
"คงไม่ดีมังคะ ฉันเป็นคนงานในไร่นะคะ เจ้านายไม่อยู่จะให้ถือโอกาสออกไปกินกลางวันข้างนอกเลยเหรอ" หญิงสาวตอบกลั้วหัวเราะ
"อ้าว นายราฟไม่อยู่เหรอครับ ถึงว่า เข้ามาก็ไม่เห็น นึกว่ายุ่งอยู่ในออฟฟิศเสียอีก" นายสัตวแพทย์หนุ่มตอบ สีหน้าแสดงความแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
อ้าว แล้วเดวิดไม่รู้เหรอว่าเพื่อนเขาไม่อยู่
"ฉันนึกว่าคุณรู้ว่าเขาไม่อยู่เสียอีกค่ะ" หญิงสาวพูดเสียงเบา
"เมื่อคืนก็ไม่เห็นว่าจะไปไหนนี่ครับ"
"นั่นสิคะ คงจะมีเรื่องด่วนกระมัง"
"ช่างนายราฟเถอะครับลิลลี่ มาที่เรื่องของเราดีกว่า" นายสัตวแพทย์หนุ่มเปลี่ยนเรื่องจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
"คะ?" หญิงสาวเลิกคิ้ว ระหว่างเธอและเพื่อนของเจ้านายนี่มี "เรื่องของเรา" ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"เย็นนี้ลิลลี่ไปทานข้าวกับผมแล้วดื่มอะไรกันต่อที่ผับได้ไหมครับ" นายสัตวแพทย์หนุ่มถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง และออกจะประหม่าอยู่นิดๆ ไม่มีเค้าชายหนุ่มขี้เล่นและเป็นกันเองอย่างเมื่อกี้อยู่เลย
หญิงสาวนิ่งคิดสักพัก นี่เขากำลังชวนเธอไปเดทใช่ไหม แล้วถ้าเธอจะเดทเพื่อนเจ้านายนี่จะผิดกฎอะไรหรือเปล่า ไม่น่านะ เขาไม่ใช่เจ้านายของเธอนี่ แล้วอีกอย่างเธอก็กำลังพยายามตัดใจจากชายหนุ่มคนที่ทำให้เธออดหลับอดนอนเมื่อคืนนี้อยู่ด้วย บางทีการได้ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอก และใช้เวลากับคนอื่นบ้าง ก็อาจจะทำให้เธอเลิกฟุ้งซ่านเกี่ยวกับเจ้านายของตัวเองก็ได้กระมัง และใครจะรู้ หากเธอหันความสนใจไปที่คนอื่นบ้าง บางทีสถานการณ์ระหว่างเธอกับชายหนุ่มเจ้าของคอร์เนลลี่อาจจะคลี่คลายลง จนสามารถมีความสัมพันธ์แบบนายจ้างลูกจ้างได้โดยที่ใจไม่เต้นเป็นตีกลองทุกครั้งที่เข้าใกล้อย่างที่เป็นมาตลอดก็ได้
คิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มให้ชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะพยักหน้าตกลง
นายสัตวแพทย์หนุ่มยิ้มกว้างยินดี ก่อนจะเดินเข้ามารวบตัวเธอเข้าไปกอดแน่นอย่างดีใจ
"งั้นให้ผมมารับกี่โมงดีครับ" ชายหนุ่มถาม
"สักหกโมงก็ได้ค่ะ"
"งั้นเจอกันเย็นนี้ครับ" นายสัตวแพทย์หนุ่มกล่าวลา เขาต้องกลับไปที่โรงพยาบาลสัตว์ในเมืองที่ทำงานอยู่ก่อน ถึงจะกลับมารับเธอที่ไร่อีกครั้งหลังเลิกงาน
"เจอกันค่ะ"
เดวิดสวมกอดหญิงสาวและจุ๊บแก้มสองข้างเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงาน ลิลลดาถอนหายใจเบาๆ เธอไม่แน่ใจว่าตัดสินใจถูกแล้วหรือเปล่า
ไม่ลองก็ไม่รู้ หญิงสาวคิด
ราฟาเอล คอร์เนลลี่ กลับเข้ามาที่คอร์เนลลี่เอสเตทหลังพระอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้ว ระหว่างเดินทางเขาโทรเข้ามาหามาร์โคเพื่อนัดให้มารายงานเรื่องงานที่เขาสั่งไว้วันนี้ โดยที่เขาจะเข้าไปคุยที่ลิตเติลฮัทเอง เพราะเป็นทางผ่านก่อนที่จะเข้าไปที่บ้านหลังเล็กที่เขาอยู่คนเดียว ซึ่งชายหนุ่มรู้ดีว่าจริงๆแล้วเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เหตุผลจริงๆคือเขาเพียงอยากเห็นหน้าแม่คนงานคนใหม่ของเขาแม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี เขาคิดว่าเมื่อไม่เห็นหรือเข้าใกล้เธอจะทำให้เขาสงบขึ้น แต่หลังจากที่ไม่ได้เห็นเธอวันนี้ทั้งวันเต็มๆ ทำให้เขารู้ว่าเขาคิดผิด เพราะยิ่งไม่เห็นเธอ เขายิ่งทุรนทุรายด้วยความคิดถึง และปรารถนาที่จะได้เห็นใบหน้างาม ดวงตาโตภายใต้กรอบขนตายาวงอนคู่นั้น และชายหนุ่มก็ตัดสินใจยอมแพ้ต่อหัวใจตัวเอง หากเขาต้องการเธอมากขนาดนั้น เขาจะมาห้ามความรู้สึกให้ทุรนทุรายทำไม สู้ยอมทำตามความต้องการอของหัวใจ แล้วผลจะเป็นอย่างไรค่อยว่ากันอีกที
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพราะอยากเห็นหน้าหวานของคนที่อยู่ในความคิดคำนึงของเขาทั้งวันเต็มที
"ลิลลี่ไปไหน"
ในที่สุดชายหนุ่มก็ทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เมื่อเข้าไปในบ้านพักพนักงานที่ผู้ช่วยของเขา แม่บ้าน และหญิงสาวผู้กำกับจังหวะหัวใจเขาอาศัยอยู่ด้วยกันแล้วไม่เห็นเธอ เพิ่งจะทุ่มกว่าๆ บาร์บาร่าก็ยังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น หญิงสาวไม่น่าจะเข้านอนเร็วขนาดนั้น
"ไปทานข้าวกับหมอเดวิดครับ" มาร์โคตอบ โดยไม่ได้รู้สึกถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นเจ้านายแม้แต่น้อย
"เดทเหรอ" ชายหนุ่มถามเสียงแห้ง
"คงงั้นมั้งครับ สองคนเหมาะสมกันดีนะครับ" มาร์โคตอบ และคราวนี้เพิ่งจะสังเกตเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของเจ้านายหนุ่ม
"คุณราฟเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ถามอย่างเป็นห่วง
"เหนื่อยนิดหน่อย เมื่อคืนไม่ได้นอน งั้นวันนี้พอแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปต่อที่ออฟฟิศละกัน" ชายหนุ่มเจ้าของคอร์เนลลี่ตอบ ก่อนจะลุกขึ้นและกล่าวลากับผู้ช่วยคนสนิท โบกมือให้แม่บ้าน และเดินกลับตรงไปยังบ้านหลังเล็กที่ตนอาศัยอยู่คนเดียว
ฉันช้ากว่าไอ้เดวิดเหรอลิลลี่
ชายหนุ่มคิดและรู้สึกปวดหนึบๆตรงหน้าอกด้านซ้าย โดยที่ไม่รู้ว่าเขาจะจัดการกับความเจ็บปวดนี้ได้อย่างไร