ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนไปโดยแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่าย พยายามมองแต่ความผิดของคนอื่น ฝั่งตรงข้ามลืมมอง ว่าสาเหตุของการถกเถียงหรือ ข้อกล่าวหาต่างๆนั้น มีเหตุและผล อย่างไร ไม่ได้มีการมองกัน มีแต่เพียงมองว่า หากสิ่งใดที่อีกฝ่ายโจมตี นั้นเป็นเรื่องไม่จริง เป็นเรื่องเท็จ เป็นเรื่องโกหก ฝั่งของเราเองไม่ผิด ไม่เคยมองไปที่สาเหตุของการโจมตี หรือ เหตุผลที่กล่าวอ้าง และมองในกลุ่มของตัวเอง หรือคนที่ตัวเองสนับสนุน ว่าจริงเท็จเพียงใด ทำให้รู้สึกว่าบางครั้งบางกลุ่มการตอบคำถามเป็นเพียงเพื่อปกป้อง ป้องกัน ไม่ให้ใครกล่าวหา โดยไม่มองเหตุและผล
แต่ความจริงแล้วในที่นี่ก็เป็นเพียงชุมชนเล็กๆหลังคีย์บอร์ด ในโลกแห่งความเป็นจริงัน้น ทุกอย่างก็แสดงให้เห็น จากผลชีวัดต่างๆแล้วว่า การตอบคำถามโดยการปกป้องฝ่ายเดียวกันเอง ไม่ลืมหูลืมตา มองข้ามความผิดพลาดฝั่งตัวเอง ผลจะเป็นเช่นไร ฝ่ายสนับสนุนจะลดลง ฝ่ายตรงข้ามจะเพิ่มขึ้น เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ได้มีเพียงแค่พวกพ้องหรอกลุ่มที่เห็ฯด้วย และบอกให้คนอื่นเห็นตาม แต่คนสวนใหญ่ ใช้เหตุและผล ดังนั้นผมว่าไม่ต้องกังวล เพราะอย่างไรเสีย เหตุผลและโลกแห่งความเป็นจริง ก็ต้องมีผลมากกว่าโลกเสมือน หรือ การเอาชนะกันหลังคีย์บอร์ด
ความผิดคนอื่นเท่าขุนเขา ความผิดพวกเราเท่าขนนก
แต่ความจริงแล้วในที่นี่ก็เป็นเพียงชุมชนเล็กๆหลังคีย์บอร์ด ในโลกแห่งความเป็นจริงัน้น ทุกอย่างก็แสดงให้เห็น จากผลชีวัดต่างๆแล้วว่า การตอบคำถามโดยการปกป้องฝ่ายเดียวกันเอง ไม่ลืมหูลืมตา มองข้ามความผิดพลาดฝั่งตัวเอง ผลจะเป็นเช่นไร ฝ่ายสนับสนุนจะลดลง ฝ่ายตรงข้ามจะเพิ่มขึ้น เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ได้มีเพียงแค่พวกพ้องหรอกลุ่มที่เห็ฯด้วย และบอกให้คนอื่นเห็นตาม แต่คนสวนใหญ่ ใช้เหตุและผล ดังนั้นผมว่าไม่ต้องกังวล เพราะอย่างไรเสีย เหตุผลและโลกแห่งความเป็นจริง ก็ต้องมีผลมากกว่าโลกเสมือน หรือ การเอาชนะกันหลังคีย์บอร์ด