แม่ๆทั้งหลาย คงมีความรู้สึกไม่ต่างจากฉันในตอนนี้
หยุดขายของหลายวันแล้วค่ะ(ตั้งแต่วันอังคาร)ต้องไปเฝ้าลูกสาวที่นอนป่วยใน รพ ที่ กทม
ช่วงก่อนหน้านั้น(ต้นเดือน)ฉันกับลูกมีเรื่องผิดใจกันนิดหน่อยคือ เค้าได้งานที่ จ.ชลบุรี พ่อเค้าให้ฉันไปช่วยลูกดูหอพัก
ดูที่จอดรถ ว่าปลอดภัยมั้ย กลางค่ำกลางคืนจะเข้าจะออกเปลี่ยวหรือปล่าว เราเลยขัดแย้งกันทางความคิดนิดหนึง
จนฉันกลับลำปาง(10 กค)วันที่กลับฉันให้สามีไปรอรับที่สถานีขนส่ง พอเค้ารับฉันขึ้นรถแล้ว เค้าเอามือตบที่พวงมาลัยรถ
แล้วพูดขึ้นว่า ... อย่างอแงนะลูกน๊าาาาา เราเหลือกันแค่สามคนแล้ว(เค้าคงหมายถึง เค้า ฉัน และรถคันนี้
ช่วงก่อนมีรถอีกคันแต่นำไปส่งให้ลูกสาวแล้ว)
เมื่อได้ยินสามีพูดแบบนั้นรู้สึกเศร้าจังค่ะใจหาย เพราะลูกสองคนไปอยู่ไกลๆหมดเลย(ลูกชายอยู่อิสาน ลูกสาวอยู่ ตวอ พ่อแม่อยู่เหนือ)
ตอนที่เค้ายังเด็กยังเรียนอยู่เหมือนเค้ายังต้องการเรา
แต่พอเค้าโตขึ้นและสามารถดูแลตัวเองได้มีความรู้สึกว่าความสำคัญของเราลดลง
เมื่อถึงบ้านฉันเปิดร้านขายของตามปกติ ก็มีความสุขตามแบบที่ฉันเป็น ไปพบ ได้เจอลูกค้าที่รุ่นราวคราวเดียวกับลูก ฉันก็มีความสุข
ฉันขายของได้ 4-5 วัน ลูกสาวก็โทรหาว่าเป็นไข้เลือดออก หมอสั่งแอทมิท
ซึ่งมันตรงกับที่พ่อเค้าต้องเข้าไปสัมมนาที่ กทม พอดี คืนแรกพ่อเค้ามานอนด้วย
พอรุ่งขึ้นสามีโทรหาฉันว่า แม่ไม่เข้าไปดูลูกหรือ ฉันตอบไม่ไป ไม่อยากปิดร้าน แต่ในใจยังโกรธลูกอยู่
สามีบอกว่า ไปเหอะ ไปเป็นกำลังใจให้ลูก แม่จะได้อะไรเยอะกว่าอยู่ตรงนั้นอีก
ฉันจึงเล่าให้สามีฟังว่า หนูยังโกรธลูกอยู่ สามีบอก อืมม ถ้ายังโกรธอยู่ก็ไม่ต้องมา...
เค้ารู้อารมณ์ฉัน .....ฉันเป็นคนใจแข็ง(เพราะสามีเองเคยโดนฉันทิ้งเกือบๆปี)
จริงๆแล้วฉันห่วงลูกนะ สักพักฉันโทรกลับไปหาสามีว่า เดี๋ยวหนูจะเข้า กทม ไปหาลูก
เค้าดีใจมาก บอกฉันว่า เดี๋ยว ค่ารถมาเบิกตรงพ่อ....
ฉันนั่งรถจากลำปางถึง กทม ตอน ห้าทุ่ม ตรงไปหาลูกที่ รพ ทันที พอเปิดประตูเข้าไปลูกตกใจค่ะ
ไม่คิดว่าฉันจะมา(เพราะตั้งแต่ที่เค้าโทรบอกว่าป่วย ฉันโทรถามอาการเค้าครั้งสองครั้งและไม่บอกว่าฉันจะไปหา)
ลูกมีเพื่อนชายมาจาก ตจว มานอนเฝ้าด้วย ทั้งสองคนสวัสดีฉัน....
เรื่องเพื่อนคนนี้ฉันรู้แล้วว่าเค้าคบหาศึกษาดูใจกัน
ลูกบอกฉันด้วยความเกรงใจว่า เดี๋ยวแม่นอนนี่ แล้วให้เพื่อนหนูไปนอนที่คอนโด...
ฉันบอกลูกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่ไปนอนที่คอนโดเอง เด็กๆนอนกันที่นี่แหละ
(ที่ฉันไม่ตำหนิลูกที่มีเพื่อนมานอนเฝ้าเพราะเห็นว่าลูกโตและเรียนจบแล้ว)
ฉันรู้เองโดยธรรมชาติว่าลูกคงไม่ต้องการฉันสักเท่าไหร่หรอก(ก็ฉันเองก็เคยผ่านวัยนี้มาเหมือนกัน)
มีต่อค่ะ ขอกดส่งก่อน....
มาฟังความรู้สึกของว่าที่แม่สามี(ลูกชายลูกสะใภ้)และว่าที่แม่ยาย(ลูกสาวกับลูกเขย)กันค่ะ
หยุดขายของหลายวันแล้วค่ะ(ตั้งแต่วันอังคาร)ต้องไปเฝ้าลูกสาวที่นอนป่วยใน รพ ที่ กทม
ช่วงก่อนหน้านั้น(ต้นเดือน)ฉันกับลูกมีเรื่องผิดใจกันนิดหน่อยคือ เค้าได้งานที่ จ.ชลบุรี พ่อเค้าให้ฉันไปช่วยลูกดูหอพัก
ดูที่จอดรถ ว่าปลอดภัยมั้ย กลางค่ำกลางคืนจะเข้าจะออกเปลี่ยวหรือปล่าว เราเลยขัดแย้งกันทางความคิดนิดหนึง
จนฉันกลับลำปาง(10 กค)วันที่กลับฉันให้สามีไปรอรับที่สถานีขนส่ง พอเค้ารับฉันขึ้นรถแล้ว เค้าเอามือตบที่พวงมาลัยรถ
แล้วพูดขึ้นว่า ... อย่างอแงนะลูกน๊าาาาา เราเหลือกันแค่สามคนแล้ว(เค้าคงหมายถึง เค้า ฉัน และรถคันนี้
ช่วงก่อนมีรถอีกคันแต่นำไปส่งให้ลูกสาวแล้ว)
เมื่อได้ยินสามีพูดแบบนั้นรู้สึกเศร้าจังค่ะใจหาย เพราะลูกสองคนไปอยู่ไกลๆหมดเลย(ลูกชายอยู่อิสาน ลูกสาวอยู่ ตวอ พ่อแม่อยู่เหนือ)
ตอนที่เค้ายังเด็กยังเรียนอยู่เหมือนเค้ายังต้องการเรา
แต่พอเค้าโตขึ้นและสามารถดูแลตัวเองได้มีความรู้สึกว่าความสำคัญของเราลดลง
เมื่อถึงบ้านฉันเปิดร้านขายของตามปกติ ก็มีความสุขตามแบบที่ฉันเป็น ไปพบ ได้เจอลูกค้าที่รุ่นราวคราวเดียวกับลูก ฉันก็มีความสุข
ฉันขายของได้ 4-5 วัน ลูกสาวก็โทรหาว่าเป็นไข้เลือดออก หมอสั่งแอทมิท
ซึ่งมันตรงกับที่พ่อเค้าต้องเข้าไปสัมมนาที่ กทม พอดี คืนแรกพ่อเค้ามานอนด้วย
พอรุ่งขึ้นสามีโทรหาฉันว่า แม่ไม่เข้าไปดูลูกหรือ ฉันตอบไม่ไป ไม่อยากปิดร้าน แต่ในใจยังโกรธลูกอยู่
สามีบอกว่า ไปเหอะ ไปเป็นกำลังใจให้ลูก แม่จะได้อะไรเยอะกว่าอยู่ตรงนั้นอีก
ฉันจึงเล่าให้สามีฟังว่า หนูยังโกรธลูกอยู่ สามีบอก อืมม ถ้ายังโกรธอยู่ก็ไม่ต้องมา...
เค้ารู้อารมณ์ฉัน .....ฉันเป็นคนใจแข็ง(เพราะสามีเองเคยโดนฉันทิ้งเกือบๆปี)
จริงๆแล้วฉันห่วงลูกนะ สักพักฉันโทรกลับไปหาสามีว่า เดี๋ยวหนูจะเข้า กทม ไปหาลูก
เค้าดีใจมาก บอกฉันว่า เดี๋ยว ค่ารถมาเบิกตรงพ่อ....
ฉันนั่งรถจากลำปางถึง กทม ตอน ห้าทุ่ม ตรงไปหาลูกที่ รพ ทันที พอเปิดประตูเข้าไปลูกตกใจค่ะ
ไม่คิดว่าฉันจะมา(เพราะตั้งแต่ที่เค้าโทรบอกว่าป่วย ฉันโทรถามอาการเค้าครั้งสองครั้งและไม่บอกว่าฉันจะไปหา)
ลูกมีเพื่อนชายมาจาก ตจว มานอนเฝ้าด้วย ทั้งสองคนสวัสดีฉัน....
เรื่องเพื่อนคนนี้ฉันรู้แล้วว่าเค้าคบหาศึกษาดูใจกัน
ลูกบอกฉันด้วยความเกรงใจว่า เดี๋ยวแม่นอนนี่ แล้วให้เพื่อนหนูไปนอนที่คอนโด...
ฉันบอกลูกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่ไปนอนที่คอนโดเอง เด็กๆนอนกันที่นี่แหละ
(ที่ฉันไม่ตำหนิลูกที่มีเพื่อนมานอนเฝ้าเพราะเห็นว่าลูกโตและเรียนจบแล้ว)
ฉันรู้เองโดยธรรมชาติว่าลูกคงไม่ต้องการฉันสักเท่าไหร่หรอก(ก็ฉันเองก็เคยผ่านวัยนี้มาเหมือนกัน)
มีต่อค่ะ ขอกดส่งก่อน....