คิดได้ไง!แก้โกงจำนำ “ฝังชิพ”กระสอบข้าว ปชป.ดูดชื่อมาดามกง

คิดได้ไง!แก้โกงจำนำ

“ฝังชิพ”กระสอบข้าว

ปชป.ดูดชื่อมาดามกง

ตัวละครใหม่แก๊งงาบ

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบนโยบายให้ข้าราชการและผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) โดยเน้นย้ำเรื่องการทำงานโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยเฉพาะดูแลการจำนำสินค้าเกษตร

                นายนิวัฒน์ธำรงให้สัมภาษณ์หลังมอบนโยบายว่า ได้ย้ำข้าราชการดูแลการจำนำสินค้าเกษตรที่ประสบปัญหาทุจริตมาตลอด โดยเร่งพัฒนาระบบออนไลน์แบบเรียลไทม์ ในการตรวจสอบสต็อกข้าว และการติดตั้งชิพคอมพิวเตอร์ที่กระสอบข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำ หรือ ระบบ RFID  เพื่อตรวจสอบสถานะของข้าว   ซึ่งจะสามารถป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้งบประมาณในการลงทุน โดยมอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ศึกษาให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม

ประกาศประมูลข้าว3.5แสนตัน

                ส่วนความคืบหน้าการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลนั้น นายนิวัฒน์ธำรงเปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ได้ออกประกาศเชิญชวนให้ผู้สนใจเข้าร่วมเสนอราคาซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป 2 ฉบับคือ ให้ผู้สนใจเสนอราคาซื้อข้าวขาว 5% ประมาณ 1.5 แสนตันแบบยกคลังเพื่อการส่งออกต่างประเทศ และประกาศเสนอราคาซื้อปลายข้าวขาวเอวันเลิศประมาณ 2 แสนตันแบบยกคลัง เพื่อจำหน่ายในและต่างประเทศ โดยผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาวันที่ 26 กรกฎาคม  ซึ่งหลังรับซองเสนอราคาซื้อแล้ว ได้มอบให้คณะทำงานดำเนินการระบายข้าว ที่มีอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นประธาน และผู้แทนกรมการค้าภายใน องค์การคลังสินค้า (อคส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกันเปิดซองเสนอราคาและต่อรองราคาเพื่อคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาต่อไป

เปิดสายด่วน1569รับแจ้งข้าวเน่า

                ด้านนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า จากกรณีมีกระแสข่าวโจมตีข้าวไทยอย่างรุนแรง จึงสั่งการให้กรมการค้าภายในตั้งศูนย์ปฏิบัติการกำกับดูแลคุณภาพและมาตรฐานข้าว โดยให้บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในและภายนอก ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะรับแจ้งปัญหาคุณภาพข้าว และประสานหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยเชื่อมโยงกับห้องปฏิบัติการ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และยกระดับคุณภาพข้าวไทย เปิดให้ร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 นอกจากนี้ ยังส่งเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจข้าว 20 ยี่ห้อต่อเดือนหมุนเวียนไป เพื่อตรวจดีเอ็นเอว่าเป็นข้าวหอมมะลิแท้หรือไม่ และตรวจหาสารตกค้างในข้าวด้วย

โต้ข้าวฉาวที่กระบี่ของจ.นนท์จี้หยุดแฉ

                ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์กล่าวถึงกรณีมีการเปิดโปงข้าวเน่าที่จ.กระบี่ว่า ได้มอบหมายให้นายอรุณ ไม้ทิพย์ พาณิชย์จังหวัดตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมบันทึกแจ้งมาว่า ข้าวที่พบเป็นข้าวขาว 100% ของเอกชนยี่ห้อหนึ่ง ที่ผลิตในจ.นนทบุรี แต่ไม่ขอเปิดเผยยี่ห้อ ผลิตเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2554  ก่อนที่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ และข้าวยี่ห้อดังกล่าวไม่มีขายในร้านถูกใจทั้ง 11 ร้านในจ.กระบี่ พร้อมเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์หยุดกล่าวหารัฐบาลด้วยเรื่องข้าว เพราะส่งผลกระทบต่ออุตสากรรมข้าวไทย ข้าวคือวิถีชีวิตของคนไทยไม่ควรนำมาเป็นประเด็นการเมือง ส่วนกรณีสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ระบุมีสารตกค้างเมทิลโบไมด์ในข้าวถุงกว่า 34  ยี่ห้อนั้น จะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การตรวจสอบซ้ำ เพื่อความถูกต้อง แม่นยำ พร้อมขอให้สคบ.เปิดเผยว่ามีการตรวจสอบจากหน่วยงานใด

มูดี้ส์ห่วงจำนำเพิ่มหนี้เตือนอย่าใช้งบเกิน

                วันเดียวกัน  คณะผู้บริหารของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส  สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ  เข้าพบนายกิตติรัตน์  ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่ทำเนียบรัฐบาลภายหลังการหารือ นายกิตติรัตน์เปิดเผยว่า มูดี้ส์ได้สอบถามถึงแนวทางบริหารงบประมาณของรัฐบาล โดยยืนยันว่ารัฐบาลยังคงเป้าหมายการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบสมดุลภายในปี 2560 ขณะนี้พยายามลดการขาดดุลงบประมาณลงอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะดำเนินโครงการลงทุนด้านสาธารณูปโภค 2 ล้านล้านบาทก็ตาม และรักษาระดับหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ  (จีดีพี)  นอกจากนี้ มูดี้ส์ได้สอบถามเรื่องโครงการรับจำนำข้าว โดยขอให้รัฐบาลไทยดูแลงบประมาณรับจำนำให้เป็นไปตามแผนที่ประกาศไว้ และไม่ใช้งบจนเกินเลย  ซึ่งตนได้ยืนยันไปว่าการดำเนินนโยบายนี้ไม่สร้างภาระจนเกินไป เพราะมีการจัดสรรงบประมาณและมีเงินหมุนเวียนจากการระบายข้าว

กรมสรรพากรเล็งรีดภาษีโรงสีข้าว

                ด้านนายสาธิต  รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สรรพากรพื้นที่ไปตรวจสอบการทำธุรกรรมของธุรกิจที่คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้น อาทิ โรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว เต็นท์รถยนต์ ธุรกิจเช่าซื้อที่ได้ประโยชน์จากโครงการรถยนต์คันแรก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากโครงการบ้านหลังแรกว่า เสียภาษีถูกต้องตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะโรงสีข้าวในบางจังหวัดที่ตรวจพบว่าตัวเลขรายได้เพิ่มขึ้นถึง 3-4 เท่า จากการเป็นคนกลางในโครงการรับจำนำข้าว และมีรายได้จากการแปรรูปข้าวเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ภาคธุรกิจเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง ก่อนที่กรมสรรพากรจะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งอาจต้องเสียภาษีย้อนหลัง เพราะกรมมีข้อมูลชัดเจน  หากรายงานไม่ตรง จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทันที

กมธ.สิ่งแวดล้อมสอบสารรมข้าว

                ขณะที่ปัญหาคุณภาพข้าวไทย ที่มีกระแสข่าวระบุพบสารเคมีปนเปื้อนเกินมาตรฐาน ทำให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะข่าวดังกล่าวกระทบอุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งระบบ โดยนายนริศ  ขำนุรักษ์  ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันที่ 17 กรกฎาคม  กมธ.จะพิจารณาปัญหาผลกระทบการใช้สารเคมีในการรักษาคุณภาพเมล็ดข้าว โดยเชิญ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์   กรมวิทยาศาสตร์การบริการ กรมวิชาการเกษตร มาสอบถามข้อเท็จจริงกรณีการใช้สารเคมีในการรักษาคุณภาพเมล็ดข้าว ทั้งชนิดของสารเคมีที่ใช้ หลักเกณฑ์ขั้นตอนการนำเข้าสารเคมี ผลกระทบการใช้สารเคมีดังกล่าว ตลอดจนผลการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี  เพราะเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจในขณะนี้

“สารี”แถลงข้าวปลอดสารพิษ12ยี่ห้อ

                เวลา 13.00 น.วันเดียวกันที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคน.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แถลงผลทดสอบข้าวสารบรรจุถุงที่วางจำหน่ายในตลาดจำนวน 46 ตัวอย่าง พบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต และสารกันรา        ส่วนการปนเปื้อนของสารรมควันข้าว เมทิลโบรไมด์นั้นมีข้าวถุงเพียง 12 ยี่ห้อที่ไม่พบการปนเปื้อนของสารดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 26.1 เท่ากับว่ามี12ตัวอย่างที่ไม่พบการปนเปื้อนหรือการตกค้างใดๆ

34ยี่ห้อมีสารเมทิลโบรไมด์ตกค้าง

                น.ส.สารีกล่าวต่อว่า ส่วนอีก 34 ตัวอย่างหรือร้อยละ 73.9 พบสารเมทิลโบรไมด์ตกค้าง โดยมี 7 ยี่ห้อ ที่มีสารตกค้างน้อยมากคือตั้งแต่ 0.9-6.7 ppm     ส่วนที่ตกค้างน้อย คือระหว่าง 0.9-5 ppm พบจำนวน 14 ยี่ห้อ   นอกจากนี้ ยังพบข้าวถุงที่มีสารเมทิลโบรไมด์ตกค้างค่อนข้างสูง คือระหว่าง 5-25 ppm จำนวน 7 ตัวอย่าง   และข้าวที่มีสารตกค้างสูงคือระหว่าง 25-50 ppm จำนวน 5 ตัวอย่าง   นอกจากนี้ ยังพบว่ามีข้าวที่พบสารตกค้างเกินมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ที่ 50 ppm จำนวน 1 ตัวอย่าง โดยตกค้างอยู่ที่ 67.4 ppm  

ชงข้อเสนอรัฐตั้งองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค
                น.ส.สารีกล่าวด้วยว่า ผลการตรวจสอบข้าวถุงครั้งนี้ ทำให้มีข้อเสนอต่อรัฐบาล 3 ประเด็นคือ ต้องการให้รัฐเร่งผลักดันองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค  เพื่อให้สามารถระบุชื่อผู้ประกอบการได้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลเพื่อความปลอดภัย  ขอเรียกร้องกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้เปิดเผยการวิจัย เพื่อยกระดับข้าวถุงในประเทศไทยให้ได้มาตรฐาน และขอให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบอย่างโปร่งใสเป็นระบบและต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำตามกระแส

เปิดชื่อ“มาดามกง”เดินเกมโกงข้าว

                ขณะที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้นายกฯเข้ามาตรจวสอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ล่าสุดมีการเปลี่ยนตัวละครซื้อขายข้าว โดยมีผู้หญิงเซ็นชื่อภาษาจีน เป็นผู้ซื้อข้าวกับรัฐบาล และจากการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจีนตรวจสอบพบว่า เป็นชื่อ “มาดามกง” จึงอยากถามว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลประเทศไหน ทำไมจึงซื้อข้าวจากไทยแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี แต่นำมาวนเวียนขายในประเทศ โดยในวันที่ 17 ก.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะไปพบทีมโฆษกรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสาธิตวิธีการซุกข้าวเน่าหรือที่เรียกกันว่า หยอดข้าวลงหลุม ให้ทีมงานโฆษกรัฐบาลได้ดู พร้อมกันนี้จะนำลายเซ็นของ “มาดามกง” ไปมอบให้นายกฯผ่านโฆษกรัฐบาลเพื่อใช้ในการปราบปรามการทุจริตด้วย

ท้าปูฟ้องหวังศาลเรียกหลักฐาน

                ส่วนนายธีมะ กาญจนไพริน โฆษกผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร  แถลงว่า ถึงแม้นายกฯระบุจะดำเนินคดีคนที่นำปัญหาข้าวเสื่อมคุณภาพมาเปิดเผย  แต่ไม่สามารถหยุดปัญหาคุณภาพข้าวเสื่อมได้ ยืนยันว่า ข่าวที่รัฐบาลเชื่อว่าเป็นข่าวลือนั้นเป็นข่าวจริง   ซึ่งตนขอเรียกร้องนายกฯที่ขู่ว่าจะฟ้องก็ขอให้ดำเนินการทันทีอย่าได้รอช้า และประชาชนไม่ต้องกลัวการขู่ของรัฐบาล เพราะเมื่อใดที่มีการแจ้งความดำเนินคดี เรื่องจะต้องไปที่ศาล  ซึ่งเป็นเรื่องดี ที่ศาลจะเรียกพยานหลักฐานมายืนยัน ทำให้รัฐบาลไม่สามารถหลีกเลี่ยงการตรวจสอบได้อีกต่อไป

พท.ป้องนายกฯขู่ฟ้องกลบข่าวโกง

          มีท่าทีจากนายพร้อมพงศ์  นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่ยังไม่ยอมหยุดปล่อยข่าวเรื่องข้าวไทยมีสารปนเปื้อนว่า เป็นเรื่องดีที่นายกฯแสดงจุดยืนเรื่องนี้ เพราะการปล่อยข่าวจากฝั่งตรงข้ามรัฐบาลทำให้ประชาชนสับสน สร้างความเสียหายให้อุตสาหกรรมข้าวไทย ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ต้องการปิดปากหรือกลบเกลื่อนโครงการทุจริตจำนำข้าว  ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีหลักฐานการทุจริตจริง ให้นำมาเปิดเผยหรือยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ อย่ามาจินตนาการรายวัน เพื่อสร้างอุปทานหมู่ให้ประชาชน  



เน่าทั้งแผ่นดิน เจ๊งทั้งแผ่นดิน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่