แม่ลูกจันทร์ถาม..ทำไมทุกเรื่องที่รัฐบาลจะทำต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกที...ก้าวก่ายทุกเรื่อง ตลก.เป็นพ่อของทุกสถาบันเจงๆ

กระทู้สนทนา
เร่งไปเสียวไป


บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ประกาศ เดินหน้าโครงการรถไฟสายใหม่ 2 สาย ซึ่งติดค้างลำกล้องมาหลายสิบปี

สายที่ 1, รถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย ซึ่งได้สำรวจวางแผนเบื้องต้นเอาไว้กว่า 50 ปี

สายที่ 2, รถไฟสายบ้านไผ่–นครพนม ซึ่งชักตะพานแหงนเถ่อมาเกือบ 20 ปี

“แม่ลูกจันทร์” อ่านข่าวนี้แล้วอึ้งกิมกี่ในอารมณ์

แสดงว่ารถไฟไทยหยุดพัฒนาขยายเส้นทางมานานเหลือเกิน


ทั้งๆที่ไทยเป็นประเทศแรกที่มีรถไฟก่อนชาติอื่นๆในกลุ่มเดียวกัน  แต่วันนี้รถไฟไทยโดนคู่แข่งแซงไปหลายช่วงตัว

การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ให้ความสำคัญการขนส่งระบบรางด้วยการขยายเส้นทางรถไฟ 2 สายที่ถูกแช่เย็นมานานหลายสิบปีจึงเป็นเรื่องควรอนุโมทนา

ประธานบอร์ด ร.ฟ.ท. “สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์” แถลงว่าโครงการรถไฟสายเด่นชัย– เชียงราย กำลังอยู่ในขั้นการสำรวจผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตามกติกา

คาดว่าจะเริ่มเดินหน้าก่อสร้างได้ปลายปีหน้าเป็นอย่างเร็ว

ส่วนโครงการรถไฟสายบ้านไผ่– นครพนม ต้องใช้เวลาจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีก 15 เดือน

คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในอีก 2 ปีจากนี้ไป

โดยจะก่อสร้างเป็นรถไฟรางคู่ระยะทาง 347 กม. เริ่มจากอำเภอบ้านไผ่ ผ่านจังหวัดมหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหารไปสุดทางที่จังหวัดนครพนม

เชื่อมทะลุผ่านลาวไปถึงเวียดนามอย่างสะดวกโยธิน

รถไฟสายนี้จะทำให้จังหวัดภาคอีสานมีโครงข่ายขนส่งระบบรางเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้ประเทศไทยมีรถไฟเชื่อมทุกภาคครบวงจร

เป็นเหตุผลสำคัญในการออก พ.ร.บ.
กู้เงินลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล


“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่ารถไฟเป็นระบบขนส่งต้นทุนต่ำที่สุด สะดวกที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสร้างมลพิษน้อยที่สุดในปัจจุบัน

น่าเสียดาย รถไฟไทยมีรางสั้นแค่ 4,000 กม.

เป็นรถไฟรางเดี่ยว 3,685 กม. มีรถไฟรางคู่สั้นจู๋เพียง 358 กม. ทำให้รถไฟไทยวิ่งเร็วได้ไม่เกิน 60 กม.ต่อชั่วโมง

การลงทุนขยายรถไฟรางคู่ทั่วประเทศอีก 2,800 กม. จึงเป็นโครงการจำเป็นเร่งด่วนที่สุดของประเทศไทย
ซึ่งจะทำให้รถไฟไทยวิ่งเร็วขึ้นอีกเท่าตัว


สามารถเพิ่มปริมาณการขนส่งระบบรางขึ้นอีก 400 เปอร์เซ็นต์ จากวันละ 200 ขบวนเป็นวันละ 800 ขบวน

เพิ่มบริการขนส่งสินค้าจากปีละ 11 ล้านตันเป็นปีละ 50 ล้านตัน เพิ่มจำนวนผู้โดยสารรถไฟจากปีละ 40 ล้านคน เป็นปีละ 75 ล้านคน

สามารถลดต้นทุนการขนส่งของประเทศและประหยัดพลังงานได้อย่างมโหฬาร

อย่างไรก็ตาม “แม่ลูกจันทร์” เตือนรัฐบาลไม่ควรจับปลาสองมือ

ไม่ควรลงทุนโครงการรถไฟรางคู่ และโครงการรถไฟความเร็วสูงพร้อมกัน

เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูง ต้องใช้เงินลงทุนสูงกว่าโครงการรถไฟรางคู่หลายเท่าตัว

แถมมีความเสี่ยงสูงที่โครงการรถไฟความเร็วสูงจะขาดทุนสูงเรื้อรัง

ฉะนั้น เร่งเดินหน้าโครงการรถไฟรางคู่ซึ่งจำเป็นกว่าให้เสร็จก่อน  ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงยังไม่ต้องรีบทำ

แต่...แต่...ถ้า พ.ร.บ.กู้เงินพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศของรัฐบาลโดน ศาลรัฐธรรมนูญปิดปากซอย

ทุกโครงการต้องจบเห่ทันที


ทำไมทุกเรื่องที่รัฐบาลจะทำต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกที??


“แม่ลูกจันทร์”
ไทยรัฐออนไลน์ 12 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.
http://www.thairath.co.th/column/pol/greenhead/356481


                                     ๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋๋


".....ถ้า พ.ร.บ.กู้เงินพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศของรัฐบาลโดน ศาลรัฐธรรมนูญปิดปากซอย
ทุกโครงการต้องจบเห่ทันที

ทำไมทุกเรื่องที่รัฐบาลจะทำต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญทุกที??....."


เป็นอันว่าสวัสดี  ลาขาดประเทศไทย
ไม่ต้องก้าวเดินไปทางไหนกันอีกแล้ว  ไม่ต้องเผยอหน้าไปแข่งกับประเทศไหนอีกแล้ว
ขุดรูอยู่กับพวกไดโนเสาร์เต่าพันปีพวกนี้ให้ตายกันไปข้างเถอะพวกเรา....

ตั้งแต่ "ตุลากการวิบัติ" ลุแก่อำนาจเข้ามาก้าวก่ายสถาบันอีก 2 สถาบันในระบอบประชาธิปไตย
มีสิ่งดีใดๆเกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้างยกตัวอย่างมาให้ดูสักหน่อยซิ
ทุกเรื่องราวมีแต่เตี้ยลงสารวัน  ถดถอยลงข้างกองขยะทั้งนั้น...แต่มันก็ยังหน้าด้านที่จะก้าวก่ายอำนาจของสถาบันอื่น

ทำอย่างกับว่าประเทศนี้เป็นตุ๊กตาของเล่น  ที่จะบิดซ้ายบิดขวาไปทางใดก็ได้ตามใจฉัน
โดยไม่แคร์สายตาคนเต็มแผ่นดินที่จ้องมองอยู่อย่างขยะขแยง.....

พิษสงของ ตุลาการภิวัฒน์
พิษสงของการปฏิวัติรัฐประหาร
พิษสงของผลพวง รธน.2550.....

เป็นสารพิษที่เคลือบน้ำตาลต่อคนไทยทั้งแผ่นดิน....
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่