:แม้จะก้าวเข้าวงการบันเทิงมาได้เพียง 5 ปี แต่ละครรวมถึงผลงานต่างๆ ของพระเอกหนุ่มลูกครึ่ง ณเดชน์ คูกิมิยะ ก็เป็นที่รู้จักและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ ทุกเพศทุกวัยมาโดยตลอด ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ไม่มีทีท่าว่ากระแสความฮอตของหนุ่มคนนี้จะตกลงแม้แต่น้อย เพราะขนาดมีคลื่นลูกใหม่แจ้งเกิดเป็นทิวแถว แต่ปีนี้ ''ณเดชน์'' ก็ยังคว้ารางวัลใหญ่จากเวที ''SIAMDARA STARS AWARDS 2013 (สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013)'' มาได้ถึง 2 รางวัลซ้อน คือนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและป็อปปูลาร์โหวตฝ่ายชาย ซึ่งงานนี้ ''สยามดารา'' จึงไม่พลาดที่จะไปซักถามความรู้สึกรวมถึงอัพเดตผลงานใหม่ๆ และแพลนในอนาคตของหนุ่มคนนี้มาอัพเดตให้แฟนๆ ได้ทราบกัน ซึ่งเจ้าตัวจะว่าอย่างไรบ้างนั้นต้องไปติดตามได้เลย
ความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 จาก ''สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013''
ณเดชน์ : เป็นรางวัลป็อบปูลาร์ชาย-หญิงของผมก็มีนักแสดงนำชายใน ''แรงปรารถนา'' ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่โหวตมานะครับ
ถามถึงผลงานล่าสุดเร็วๆ นี้ที่แฟนๆ จะมีโอกาสได้ชมกันคือเรื่องอะไรบ้าง
ณเดชน์ : ตอนนี้กำลังถ่ายทำละครอยู่ 2 เรื่องคือ ''รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน'' และเรื่อง ''รอยฝันตะวันเดือด''
''รอยฝันตะวันเดือด'' ถือเป็นละครฟอร์มยักษ์อีกครั้งของช่องกดดันหรือเปล่า
ณเดชน์ : กดดันเพราะว่าเรื่องนี้ผมต้องมาคิดแคแรกเตอร์ด้วยตัวเองว่าบทละครที่เล่นเป็นคนญี่ปุ่นแล้วต้องมาเล่นเป็นคนไทย จะทำยังไงหรือจะเล่นออกมาแบบไหนให้คนดูเชื่ออย่างนั้นได้ สำหรับในเรื่อง
''รอยฝันตะวันเดือด'' ต้องรับบทเป็นหนุ่มญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้แสดงบท ''โกโบริ'' ในเรื่องคู่กรรม ''ซึ่งหลายคนมองว่าการแสดงอาจจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่''
ณเดชน์ : ไม่คล้ายครับ เพราะ ''ริว'' เป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นคนที่มีมาด มีการวางท่า แต่ในส่วนของ ''โกโบริ'' จะเป็นผู้ชายอีกแบบที่ค่อนข้างจะจริงจังกับความรักและการดำเนินชีวิตของตัวเอง
นอกจากรางวัลนักแสดงนำแล้ว ยังมีรางวัลป็อปปูลาร์โหวตที่ได้คู่กับ ''น้องญาญ่า'' อีกด้วย ตอกย้ำกระแสคู่จิ้นที่ยังแรงไม่หยุดเลยทีเดียว
ณเดชน์ : ก็ดีใจนะครับ จริงๆ เราก็ได้รับรางวัลคู่กันมาโดยตลอด และถือว่าแฟนคลับคู่จิ้นก็ยังคงเหนียวแน่นอยู่ ก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ได้ร่วมกันโหวตร่วมกันเชียร์
คิดว่ากลับมาคู่กันครั้งนี้แฟนๆ จะยังจิ้นเหมือนเดิมหรือเปล่า
ณเดชน์ : ''ก็ต้องไปดูที่เนื้อเรื่อง อยากให้ลองติดตามกันดูว่าจะเป็นยังไง รับรองว่าทั้งสองเรื่องสนุกครับ''
ช่วงนี้มีคู่จิ้นเยอะมากกลัวถูกกลบกระแสหรือเปล่า ณเดชน์ : ''ก็ดีนะครับ ถือว่าเป็นการขยายฐานแฟนคลับด้วย'' บางคู่ที่เกิดใหม่เหมือนจะมาแทนที่เรา
ณเดชน์ : ''ก็ดีใจด้วยครับ''
คิดว่ามีเสน่ห์อะไรทำให้แฟนคลับรักยาวนานขนาดนี้
ณเดชน์ : ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ อาจจะเป็นความเป็นตัวของตัวเองมั้งครับ
เห็นว่า 1 ปีหลังจากนี้ก็จะเรียนปริญญาตรีจบแล้ว มีแพลนวางอนาคตต่อไปอย่างไร
ณเดชน์ : ''ผมคิดว่าน่าจะจบแล้วทำงานนอกเหนือจากการเป็นนักแสดงดู อาจจะไปทำเกี่ยวกับงานเบื้องหลัง หรือว่าจะเรียนต่อหรือเปล่านั้นก็เดี๋ยวว่ากันอีกที เพราะเมื่อเราจบแล้วเราก็อยากจะให้เวลากับตัวเองมากขึ้นในเรื่องของเวลาที่ทดแทนหลังจากที่เรามุ่งมั่นกับการทำงานมาค่อนข้างหนักตลอด ผมอยากจะไปใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ เยอะกว่านี้ อยากไปเล่นกีฬา อยากไปเที่ยวต่างประเทศ และสำคัญที่สุดก็คืออยากมีเวลาให้กับครอบครัว''
มองเรื่องการทำธุรกิจอย่างนักแสดงคนอื่นไว้บ้างหรือเปล่า
ณเดชน์ : ''อันนี้ก็น่าคิดครับ แต่ ณ ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาทำธุรกิจส่วนตัว เพราะหนึ่งเราประสบการณ์น้อย และเรายังไม่มีความเข้าใจกับการทำธุรกิจแบบลึกๆ นอกจากนี้การที่เราจะทำธุรกิจเราก็ต้องมีที่ปรึกษาที่ดีด้วย ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมกับตรงนั้นครับ
ทั้งเรียนทั้งทำงานไปด้วยขนาดนี้เสียดายโอกาสที่จะใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ ไหม
ณเดชน์ : ไม่เสียดายครับ เพราะเราก็มีชีวิตที่ได้ออกไปแฮงก์เอาต์กับเพื่อนบ้าง แต่เราก็อาจจะมีหน้าที่หรือภาระที่ต้องรับผิดชอบในวันรุ่งขึ้น เรียกว่าเวลาว่างน้อยกว่าคนอื่น เราก็ต้องพยายามคอนโทรลตรงนี้ให้ได้ เราก็มีความสุข ซึ่งถ้าพูดจริงๆ ผมก็ยังมีความเป็นเด็ก มีความซน ความขี้เล่น ความทะลึ่งตึงตังก็ยังมีอยู่เหมือนกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันอยู่นะ เพียงแต่ว่าเรามีโอกาสที่ดีตรงที่คุณแม่ของเราได้ดึงเราไปเราเข้าไปในธรรมะด้วย เพราะด้วยโลกที่เรากำลังเผชิญอยู่มันต้องเจอความมายา มีทั้งคนดีและคนไม่ดีที่เข้ามา ซึ่งเราก็ได้นำมาปรับใช้ในชีวิตของเราด้วย อย่างบางครั้งที่เรารู้สึกเครียดหรือเป็นกังวลเราก็ได้คำสอนนี้มีใช้มาปฏิบัติ ก็ทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นนั่นเอง''
สุดท้ายอยากขอบคุณอะไรแฟนคลับบ้างที่ผลักดันให้ ''ณเดชน์'' ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้
ณเดชน์ : ''ก็ขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ยังอยู่เคียงข้างมาจนทุกวันนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม และขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนด้วยครับผม'
http://www.siamdara.com/Variety/130630_1042.html
การันตีฝีมือ! ''ณเดชน์'' คว้านำชาย2ปีซ้อนแพลนเรียนจบอยากสร้างผลงานเบื้องหลัง
ความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 2 จาก ''สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013''
ณเดชน์ : เป็นรางวัลป็อบปูลาร์ชาย-หญิงของผมก็มีนักแสดงนำชายใน ''แรงปรารถนา'' ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่โหวตมานะครับ
ถามถึงผลงานล่าสุดเร็วๆ นี้ที่แฟนๆ จะมีโอกาสได้ชมกันคือเรื่องอะไรบ้าง
ณเดชน์ : ตอนนี้กำลังถ่ายทำละครอยู่ 2 เรื่องคือ ''รอยรักหักเหลี่ยมตะวัน'' และเรื่อง ''รอยฝันตะวันเดือด''
''รอยฝันตะวันเดือด'' ถือเป็นละครฟอร์มยักษ์อีกครั้งของช่องกดดันหรือเปล่า
ณเดชน์ : กดดันเพราะว่าเรื่องนี้ผมต้องมาคิดแคแรกเตอร์ด้วยตัวเองว่าบทละครที่เล่นเป็นคนญี่ปุ่นแล้วต้องมาเล่นเป็นคนไทย จะทำยังไงหรือจะเล่นออกมาแบบไหนให้คนดูเชื่ออย่างนั้นได้ สำหรับในเรื่อง
''รอยฝันตะวันเดือด'' ต้องรับบทเป็นหนุ่มญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้แสดงบท ''โกโบริ'' ในเรื่องคู่กรรม ''ซึ่งหลายคนมองว่าการแสดงอาจจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่''
ณเดชน์ : ไม่คล้ายครับ เพราะ ''ริว'' เป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นคนที่มีมาด มีการวางท่า แต่ในส่วนของ ''โกโบริ'' จะเป็นผู้ชายอีกแบบที่ค่อนข้างจะจริงจังกับความรักและการดำเนินชีวิตของตัวเอง
นอกจากรางวัลนักแสดงนำแล้ว ยังมีรางวัลป็อปปูลาร์โหวตที่ได้คู่กับ ''น้องญาญ่า'' อีกด้วย ตอกย้ำกระแสคู่จิ้นที่ยังแรงไม่หยุดเลยทีเดียว
ณเดชน์ : ก็ดีใจนะครับ จริงๆ เราก็ได้รับรางวัลคู่กันมาโดยตลอด และถือว่าแฟนคลับคู่จิ้นก็ยังคงเหนียวแน่นอยู่ ก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ได้ร่วมกันโหวตร่วมกันเชียร์
คิดว่ากลับมาคู่กันครั้งนี้แฟนๆ จะยังจิ้นเหมือนเดิมหรือเปล่า
ณเดชน์ : ''ก็ต้องไปดูที่เนื้อเรื่อง อยากให้ลองติดตามกันดูว่าจะเป็นยังไง รับรองว่าทั้งสองเรื่องสนุกครับ''
ช่วงนี้มีคู่จิ้นเยอะมากกลัวถูกกลบกระแสหรือเปล่า ณเดชน์ : ''ก็ดีนะครับ ถือว่าเป็นการขยายฐานแฟนคลับด้วย'' บางคู่ที่เกิดใหม่เหมือนจะมาแทนที่เรา
ณเดชน์ : ''ก็ดีใจด้วยครับ''
คิดว่ามีเสน่ห์อะไรทำให้แฟนคลับรักยาวนานขนาดนี้
ณเดชน์ : ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ อาจจะเป็นความเป็นตัวของตัวเองมั้งครับ
เห็นว่า 1 ปีหลังจากนี้ก็จะเรียนปริญญาตรีจบแล้ว มีแพลนวางอนาคตต่อไปอย่างไร
ณเดชน์ : ''ผมคิดว่าน่าจะจบแล้วทำงานนอกเหนือจากการเป็นนักแสดงดู อาจจะไปทำเกี่ยวกับงานเบื้องหลัง หรือว่าจะเรียนต่อหรือเปล่านั้นก็เดี๋ยวว่ากันอีกที เพราะเมื่อเราจบแล้วเราก็อยากจะให้เวลากับตัวเองมากขึ้นในเรื่องของเวลาที่ทดแทนหลังจากที่เรามุ่งมั่นกับการทำงานมาค่อนข้างหนักตลอด ผมอยากจะไปใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ เยอะกว่านี้ อยากไปเล่นกีฬา อยากไปเที่ยวต่างประเทศ และสำคัญที่สุดก็คืออยากมีเวลาให้กับครอบครัว''
มองเรื่องการทำธุรกิจอย่างนักแสดงคนอื่นไว้บ้างหรือเปล่า
ณเดชน์ : ''อันนี้ก็น่าคิดครับ แต่ ณ ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาทำธุรกิจส่วนตัว เพราะหนึ่งเราประสบการณ์น้อย และเรายังไม่มีความเข้าใจกับการทำธุรกิจแบบลึกๆ นอกจากนี้การที่เราจะทำธุรกิจเราก็ต้องมีที่ปรึกษาที่ดีด้วย ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมกับตรงนั้นครับ
ทั้งเรียนทั้งทำงานไปด้วยขนาดนี้เสียดายโอกาสที่จะใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ ไหม
ณเดชน์ : ไม่เสียดายครับ เพราะเราก็มีชีวิตที่ได้ออกไปแฮงก์เอาต์กับเพื่อนบ้าง แต่เราก็อาจจะมีหน้าที่หรือภาระที่ต้องรับผิดชอบในวันรุ่งขึ้น เรียกว่าเวลาว่างน้อยกว่าคนอื่น เราก็ต้องพยายามคอนโทรลตรงนี้ให้ได้ เราก็มีความสุข ซึ่งถ้าพูดจริงๆ ผมก็ยังมีความเป็นเด็ก มีความซน ความขี้เล่น ความทะลึ่งตึงตังก็ยังมีอยู่เหมือนกับเพื่อนๆ วัยเดียวกันอยู่นะ เพียงแต่ว่าเรามีโอกาสที่ดีตรงที่คุณแม่ของเราได้ดึงเราไปเราเข้าไปในธรรมะด้วย เพราะด้วยโลกที่เรากำลังเผชิญอยู่มันต้องเจอความมายา มีทั้งคนดีและคนไม่ดีที่เข้ามา ซึ่งเราก็ได้นำมาปรับใช้ในชีวิตของเราด้วย อย่างบางครั้งที่เรารู้สึกเครียดหรือเป็นกังวลเราก็ได้คำสอนนี้มีใช้มาปฏิบัติ ก็ทำให้เรารู้สึกสบายใจขึ้นนั่นเอง''
สุดท้ายอยากขอบคุณอะไรแฟนคลับบ้างที่ผลักดันให้ ''ณเดชน์'' ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้
ณเดชน์ : ''ก็ขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ยังอยู่เคียงข้างมาจนทุกวันนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม และขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนด้วยครับผม'
http://www.siamdara.com/Variety/130630_1042.html