แม้เราจะรักกัน
มาถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าผมจะบอกกับคนที่ผมรักมากคนที่ผมและเขาต่างวาดฝันกันเอาไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า ถึงแม้จะมีบางวันที่เราสองคนจะทะเลาะ โต้เถียง หรือมีความคิดที่ไม่ลงรอยกันบ้าง แต่เราจะต้องหาทางเคลียร์เพื่อปรับความเข้าใจกันจนได้ ทำให้เราสามารถที่จะครองรักกันมาได้ปีแล้วปีเล่า แต่มาถึงวันนี้ วันที่แม่ของผมขอร้องผมให้ผมแต่งงาน เพราะท่านอยากได้หลานไว้สักคนสองคนเพื่อสืบสกุล ผมจะทำยังไง ผมไม่สามารถที่จะปฏิเสธแม่ของผมได้ ในขณะเดียวกันผมรักคนของผมที่เราแอบอยู่ด้วยกันอย่างที่ต้องปกปิดมานานคนนี้มาก มากจนเรียกว่าสามารถที่จะตายแทนกันได้
ผมพบกับศรตอนที่ไปออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชนด้วยกันแถวทางภาคใต้ ตอนนั้นผมและศรกำลังเรียนอยู่ปี 3 เหมือนกัน เพียงแต่เราเรียนกันคนละคณะ เราเลยไม่เคยได้พบปะ พูดคุยกันมาก่อน ค่ายอาสาพัฒนาชุมชนในครั้งนั้นจึงเป็นบ่อเกิดแห่งความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคน ครั้งแรกที่ผมได้เห็นศร ตอนที่รุ่นพี่ปี 4 เรียกสมาชิกทุกคนที่จะไปออกค่ายเข้าประชุมด้วยกัน ศรดูโดดเด่นในกลุ่มคนเหล่านั้นมาก ศรไม่ได้เป็นคนที่หน้าตาดีมากมายอะไร แต่ด้วยบุคลิก ลักษณะท่าทางของศรที่ดูนุ่มนวล สุขุม เยือกเย็นและเป็นมิตรกับคนรอบข้างถึงแม้เขาจะยังไม่ได้ผูกมิตรกับผมในตอนนั้น แต่ผมรู้ใจตัวเองดีว่า ผมได้ตกหลุมรักหนุ่มน้อยคนนั้นเข้าให้แล้ว ดังนั้นในการออกค่ายอาสาพัฒนาภายในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ผมจึงพยายามเต็มที่ที่จะให้ผมได้เข้าไปอยู่ในการทำกิจกรรมเดียวกันกับศร พยายามที่จะให้ตัวเองได้มีหน้าที่รับผิดชอบเดียวกันกับศร หัวหน้ากลุ่มจะให้ผมทำอะไรผมยอมหมดทุกอย่างขอเพียงให้ผมได้ผ่านเข้าไปในสายตาของศรสักครั้ง และแล้วก็เหมือนฟ้าประทานเมื่อรุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นได้มอบหมายให้ศรทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน โดยให้ผมเป็นลูกมือของศร ผมดีใจจนอยากจะกระโดดโลดเต้นออกมาด้วยความดีใจในตอนนั้น แต่ผมสังเกตเห็นศรเพียงแค่หันซ้ายทีขวาทีเพื่อดูว่าไอ้คนที่ชื่อวิทย์ หรือว่าผมนั้นที่เป็นผู้ช่วยเขาคือคนคนไหน ผมจึงได้โอกาสส่งยิ้มกว้างให้กับศรเมื่อเขาหันมาสบตาเข้ากับผม พร้อมกับรอยยิ้มแรกแห่งมิตรภาพจากศรที่มีให้มา หลังจากวันที่เราได้พูดคุยกัน ทำงานในค่ายร่วมกัน ผมพอจะคาดเดาได้ว่าศรเองก็พึงพอใจในตัวผมอยู่ด้วยเหมือนกัน ดังนั้น ความสัมพันธ์ของเราจึงเริ่มต้นขึ้นที่ค่ายอาสาแห่งนั้นแบบที่ต้องคอยปกปิดคนอื่น ๆ ไม่ให้ล่วงรู้ความลับแห่งความรักของเราทั้งสองคน เราทั้งสองคนจะพยายามที่จะทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ยามใดที่เรามีโอกาสส่วนตัว เราใช้เวลานั้นสานความสัมพันธ์ของเราอย่างคุ้มค่ากับเวลาที่มี เรายังไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งกันเพราะสถานที่ เวลา มันไม่เอื้ออำนวย แต่การกอด จูบ สัมผัสกันและกันนั้นอย่าให้ได้มีโอกาสที่เป็นส่วนตัว รับประกันว่าเราจะไม่มีพลาด ยามเวลานอนผมจะเป็นคนคอยจัดที่นอนและกันที่นอนไว้ให้ศรได้นอนติดกับผมทุกคืน เพื่อที่ยามคนอื่นหลับเราสองคนจะได้แอบจูบลากันก่อนหลับ และจะหลับกันไปภายใต้วงแขนของใครคนใดคนหนึ่งเสมอ
แม้เราจะรักกัน (แนว Y)
มาถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าผมจะบอกกับคนที่ผมรักมากคนที่ผมและเขาต่างวาดฝันกันเอาไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า ถึงแม้จะมีบางวันที่เราสองคนจะทะเลาะ โต้เถียง หรือมีความคิดที่ไม่ลงรอยกันบ้าง แต่เราจะต้องหาทางเคลียร์เพื่อปรับความเข้าใจกันจนได้ ทำให้เราสามารถที่จะครองรักกันมาได้ปีแล้วปีเล่า แต่มาถึงวันนี้ วันที่แม่ของผมขอร้องผมให้ผมแต่งงาน เพราะท่านอยากได้หลานไว้สักคนสองคนเพื่อสืบสกุล ผมจะทำยังไง ผมไม่สามารถที่จะปฏิเสธแม่ของผมได้ ในขณะเดียวกันผมรักคนของผมที่เราแอบอยู่ด้วยกันอย่างที่ต้องปกปิดมานานคนนี้มาก มากจนเรียกว่าสามารถที่จะตายแทนกันได้
ผมพบกับศรตอนที่ไปออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชนด้วยกันแถวทางภาคใต้ ตอนนั้นผมและศรกำลังเรียนอยู่ปี 3 เหมือนกัน เพียงแต่เราเรียนกันคนละคณะ เราเลยไม่เคยได้พบปะ พูดคุยกันมาก่อน ค่ายอาสาพัฒนาชุมชนในครั้งนั้นจึงเป็นบ่อเกิดแห่งความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคน ครั้งแรกที่ผมได้เห็นศร ตอนที่รุ่นพี่ปี 4 เรียกสมาชิกทุกคนที่จะไปออกค่ายเข้าประชุมด้วยกัน ศรดูโดดเด่นในกลุ่มคนเหล่านั้นมาก ศรไม่ได้เป็นคนที่หน้าตาดีมากมายอะไร แต่ด้วยบุคลิก ลักษณะท่าทางของศรที่ดูนุ่มนวล สุขุม เยือกเย็นและเป็นมิตรกับคนรอบข้างถึงแม้เขาจะยังไม่ได้ผูกมิตรกับผมในตอนนั้น แต่ผมรู้ใจตัวเองดีว่า ผมได้ตกหลุมรักหนุ่มน้อยคนนั้นเข้าให้แล้ว ดังนั้นในการออกค่ายอาสาพัฒนาภายในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ ผมจึงพยายามเต็มที่ที่จะให้ผมได้เข้าไปอยู่ในการทำกิจกรรมเดียวกันกับศร พยายามที่จะให้ตัวเองได้มีหน้าที่รับผิดชอบเดียวกันกับศร หัวหน้ากลุ่มจะให้ผมทำอะไรผมยอมหมดทุกอย่างขอเพียงให้ผมได้ผ่านเข้าไปในสายตาของศรสักครั้ง และแล้วก็เหมือนฟ้าประทานเมื่อรุ่นพี่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นได้มอบหมายให้ศรทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน โดยให้ผมเป็นลูกมือของศร ผมดีใจจนอยากจะกระโดดโลดเต้นออกมาด้วยความดีใจในตอนนั้น แต่ผมสังเกตเห็นศรเพียงแค่หันซ้ายทีขวาทีเพื่อดูว่าไอ้คนที่ชื่อวิทย์ หรือว่าผมนั้นที่เป็นผู้ช่วยเขาคือคนคนไหน ผมจึงได้โอกาสส่งยิ้มกว้างให้กับศรเมื่อเขาหันมาสบตาเข้ากับผม พร้อมกับรอยยิ้มแรกแห่งมิตรภาพจากศรที่มีให้มา หลังจากวันที่เราได้พูดคุยกัน ทำงานในค่ายร่วมกัน ผมพอจะคาดเดาได้ว่าศรเองก็พึงพอใจในตัวผมอยู่ด้วยเหมือนกัน ดังนั้น ความสัมพันธ์ของเราจึงเริ่มต้นขึ้นที่ค่ายอาสาแห่งนั้นแบบที่ต้องคอยปกปิดคนอื่น ๆ ไม่ให้ล่วงรู้ความลับแห่งความรักของเราทั้งสองคน เราทั้งสองคนจะพยายามที่จะทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ยามใดที่เรามีโอกาสส่วนตัว เราใช้เวลานั้นสานความสัมพันธ์ของเราอย่างคุ้มค่ากับเวลาที่มี เรายังไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งกันเพราะสถานที่ เวลา มันไม่เอื้ออำนวย แต่การกอด จูบ สัมผัสกันและกันนั้นอย่าให้ได้มีโอกาสที่เป็นส่วนตัว รับประกันว่าเราจะไม่มีพลาด ยามเวลานอนผมจะเป็นคนคอยจัดที่นอนและกันที่นอนไว้ให้ศรได้นอนติดกับผมทุกคืน เพื่อที่ยามคนอื่นหลับเราสองคนจะได้แอบจูบลากันก่อนหลับ และจะหลับกันไปภายใต้วงแขนของใครคนใดคนหนึ่งเสมอ