โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาท ตั้งแต่แรก
แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลจะลดราคาจำนำข้าว 12,000 บาท แบบหักดิบ
เหตุผลเพราะจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง ให้มองว่าการที่รัฐบาลได้เปิดรับจำนำมาถึง 2 รอบ
ทำให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หลายครอบครัวก็เริ่มสร้างหนี้ ปลูกบ้าน ซื้อรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ตามที่รัฐบาลอยากให้เป็น ดังนั้นหากรัฐบาลปรับลดโดยฉับพลัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
รายได้ชาวนาจะลดลงไป 20% บางครอบครัวรายได้ต่อปีอาจจะหายไปเป็นแสน
ในขณะที่ต้นทุนกลับสูงขึ้นมาแล้ว ชาวนาที่ปรับตัวไม่ทันก็จะเกิดรายได้ไม่พอกับรายจ่าย
เป็น NPL หรือต้องกู้เงินนอกระบบ เศรษฐกิจก็จะกระทบ
ผมอยากเสนอให้รัฐบาลใช้วิธีปรับลดแบบขั้นบันได โดยลดลงปีละ 1,000-1,500 บาท จนลงมาที่ 12,000 บาท หรือใกล้เคียงกับตลาดโลก
และควรเริ่มทำโครงการวิจัยอย่างเป็นระบบเพื่อลดต้นทุนในการทำการเกษตร อย่างประเทศเวียดนามที่รัฐบาลเขาสนับสนุน
ส่วนเรื่องการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต ทั้งเรื่องโกงความชื่น จำนำลม สวมสิทธิ์ ข้าวเสื่อม
ผมว่ารัฐบาลรู้ปัญหา อย่าหนีปัญหา อย่าปกป้องคนผิด ก่อนที่เศรษฐกิจประเทศไทยจะล้ม และจะหนักกว่าวิกฤตปี 40
ฝากถึงรัฐบาลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาท
แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับที่รัฐบาลจะลดราคาจำนำข้าว 12,000 บาท แบบหักดิบ
เหตุผลเพราะจะเกิดผลกระทบในวงกว้าง ให้มองว่าการที่รัฐบาลได้เปิดรับจำนำมาถึง 2 รอบ
ทำให้ชาวนามีรายได้มากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ หลายครอบครัวก็เริ่มสร้างหนี้ ปลูกบ้าน ซื้อรถ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ตามที่รัฐบาลอยากให้เป็น ดังนั้นหากรัฐบาลปรับลดโดยฉับพลัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
รายได้ชาวนาจะลดลงไป 20% บางครอบครัวรายได้ต่อปีอาจจะหายไปเป็นแสน
ในขณะที่ต้นทุนกลับสูงขึ้นมาแล้ว ชาวนาที่ปรับตัวไม่ทันก็จะเกิดรายได้ไม่พอกับรายจ่าย
เป็น NPL หรือต้องกู้เงินนอกระบบ เศรษฐกิจก็จะกระทบ
ผมอยากเสนอให้รัฐบาลใช้วิธีปรับลดแบบขั้นบันได โดยลดลงปีละ 1,000-1,500 บาท จนลงมาที่ 12,000 บาท หรือใกล้เคียงกับตลาดโลก
และควรเริ่มทำโครงการวิจัยอย่างเป็นระบบเพื่อลดต้นทุนในการทำการเกษตร อย่างประเทศเวียดนามที่รัฐบาลเขาสนับสนุน
ส่วนเรื่องการตรวจสอบและป้องกันการทุจริต ทั้งเรื่องโกงความชื่น จำนำลม สวมสิทธิ์ ข้าวเสื่อม
ผมว่ารัฐบาลรู้ปัญหา อย่าหนีปัญหา อย่าปกป้องคนผิด ก่อนที่เศรษฐกิจประเทศไทยจะล้ม และจะหนักกว่าวิกฤตปี 40