ที่มา
http://www.dailynews.co.th/businesss/212023
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และตัวแทนคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตร ถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าว สรุปว่า ตามรายงานของคณะอนุฯ ในปีแรกของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล คือ จำนำข้าวนาปี และนาปรัง 54/55 มีผลขาดทุนจริง 130,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีการแก้ไขตัวเลข ส่วนปี 56 จากข้อมูลเดิมที่คณะอนุฯ ระบุว่า อาจขาดทุน 80,000 ล้านบาท ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะโครงการยังดำเนินอยู่ คาดว่าตัวเลขทั้งหมด คงชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้หารือจนได้ข้อสรุปในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ จากนั้นจึงนำรายละเอียดเสนอที่ประชุมครม.พิจารณา
ทั้งนี้ตามเอกสารของคณะอนุฯ ได้แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ จำนำข้าวนาปี 54/55 มีผลขาดทุน 42,000 ล้านบาท สูงกว่าพาณิชย์ที่คำนวณขาดทุน 31,000 ล้านบาท ,ข้าวนาปรัง 54/55 ขาดทุน 93,000 ล้านบาท พาณิชย์คำนวณขาดทุน 18,000 ล้านบาท รวมทั้งปีขาดทุนเพียง 130,000 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ได้สูงถึง 260,000 ล้านบาทภายใน 1 ปี ตามที่หลายคนนำตัวเลขดังกล่าวมากล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งคณะอนุฯประจำจังหวัด ผู้ว่าราชการ และเกษตรกร เพื่อให้ได้ข้อมูลการดำเนินโครงการทั้งหมด ก่อนรวบรวมเสนอครม.พิจารณาด้วย
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า กรณีที่มีข้อมูลของโครงการดังกล่าวที่รั่วไหลออกมาว่า โครงการมีผลขาดทุนจำนวนมาก และไปอยู่ในมือของอดีตรมว.คลังคนก่อน ไม่ทราบว่าหลุดออกมาได้อย่างไร ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถือเป็นความลับทางราชการ ใครนำข้อมูลไปเปิดเผยถือว่ามีความผิด เพราะตามขั้นตอนเมื่อออกมาจากคณะอนุฯแล้ว ก็ต้องส่งไปที่กขช. จากนั้นจึงเสนอไปครม.พิจารรา เพราะกรณีที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อการเจรจาต่อรองการซื้อขายข้าวได้
ปล. ถ้าทำแบบเดิมๆ ปี 55/56 จะเจ๊งอีกเท่าไหร่ มาลองเดากันครับ
ยอมรับจำนำข้าวขาดทุนจริง คุณว่ารัฐบาลคิดค่าดำเนินการไปรึยัง?
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และตัวแทนคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตร ถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าว สรุปว่า ตามรายงานของคณะอนุฯ ในปีแรกของโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล คือ จำนำข้าวนาปี และนาปรัง 54/55 มีผลขาดทุนจริง 130,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีการแก้ไขตัวเลข ส่วนปี 56 จากข้อมูลเดิมที่คณะอนุฯ ระบุว่า อาจขาดทุน 80,000 ล้านบาท ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะโครงการยังดำเนินอยู่ คาดว่าตัวเลขทั้งหมด คงชัดเจนมากขึ้นหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้หารือจนได้ข้อสรุปในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ จากนั้นจึงนำรายละเอียดเสนอที่ประชุมครม.พิจารณา
ทั้งนี้ตามเอกสารของคณะอนุฯ ได้แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาล คือ จำนำข้าวนาปี 54/55 มีผลขาดทุน 42,000 ล้านบาท สูงกว่าพาณิชย์ที่คำนวณขาดทุน 31,000 ล้านบาท ,ข้าวนาปรัง 54/55 ขาดทุน 93,000 ล้านบาท พาณิชย์คำนวณขาดทุน 18,000 ล้านบาท รวมทั้งปีขาดทุนเพียง 130,000 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ได้สูงถึง 260,000 ล้านบาทภายใน 1 ปี ตามที่หลายคนนำตัวเลขดังกล่าวมากล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตามในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ จะเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งคณะอนุฯประจำจังหวัด ผู้ว่าราชการ และเกษตรกร เพื่อให้ได้ข้อมูลการดำเนินโครงการทั้งหมด ก่อนรวบรวมเสนอครม.พิจารณาด้วย
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง กล่าวว่า กรณีที่มีข้อมูลของโครงการดังกล่าวที่รั่วไหลออกมาว่า โครงการมีผลขาดทุนจำนวนมาก และไปอยู่ในมือของอดีตรมว.คลังคนก่อน ไม่ทราบว่าหลุดออกมาได้อย่างไร ทั้งที่เรื่องดังกล่าวถือเป็นความลับทางราชการ ใครนำข้อมูลไปเปิดเผยถือว่ามีความผิด เพราะตามขั้นตอนเมื่อออกมาจากคณะอนุฯแล้ว ก็ต้องส่งไปที่กขช. จากนั้นจึงเสนอไปครม.พิจารรา เพราะกรณีที่เกิดขึ้นได้ส่งผลต่อการเจรจาต่อรองการซื้อขายข้าวได้
ปล. ถ้าทำแบบเดิมๆ ปี 55/56 จะเจ๊งอีกเท่าไหร่ มาลองเดากันครับ