ต้องไปเสริชหาเอาจนได้เช่นนี้ครับ
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหาร กทม. ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมผู้บริหาร กทม. ครั้งแรกในวาระที่ 2 ในที่ประชุมรายงานความคืบหน้าของ 10 มาตรการเร่งด่วนตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ โดยนโยบายทุกข้อมีความคืบหน้าทั้งหมด ได้แก่
1.การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) จำนวน 27,000 ตัว ซึ่งภายในปีนี้จะติดตั้งให้ครบ และได้สั่งการให้มีการสำรวจจุดเสี่ยงตามชุมชนต่างๆ เพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2557 ส่วนไฟฟ้าส่องสว่างนั้นจะติดตั้งให้ครบ 20,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยได้ประสานไปยังการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่ง กฟน.สามารถติดตั้งได้ปีละ 7,000 จุด ต้องใช้เวลา 3 ปีจึงจะติดตั้งแล้วเสร็จ กทม. จะหารือกับ กฟน.เพื่อเร่งรัดติดตั้งให้ได้ปีละ 10,000 ตัว
2.การรับสมัครอาสาสมัครชุมชน ซึ่งภายในปี 2557 จะเพิ่มจำนวนอาสาสมัครให้ครบ 760 ชุมชน และในปี 58 จะมีให้ครบทุกชุมชนทั่วกรุงเทพฯ
3. การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย จาก 15 บาท เป็น 10 บาท จะต้องมีการปรับระบบซอฟต์แวร์ โดยส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท สถานีอ่อนนุช-แบริ่ง จะแล้วเสร็จทันเปิดภาคเรียนนี้ คือวันที่ 17 พ.ค. นี้แน่นอน สำหรับส่วนต่อขยายสายสีลม สถานีสะพานตากสิน- ตลาดพลู ทางสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จะต้องใช้เวลาในการปรับซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนกว่าสายสุขุมวิท ซึ่งตนขอให้เสร็จภายใน 3 เดือน หรือไม่เกิน 6 เดือน ส่วนการลดค่าโดยสารรถเมล์บีอาร์ที จาก 10 บาท เหลือ 5 บาทตลอดสาย ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง กระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 4 เม.ย.นี้
4. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสถานธนานุบาลของ กทม. โดยคิดอัตราดอกเบี้ยจาก 50 สตางค์ เป็น 25 สตางค์ จำนวนเงินไม่เกิน 5,000 บาทแรก นอกจากนี้ ยังมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ปกครองที่มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของบุตรหลาน วงเงิน 70,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 50 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 31 พ.ค.นี้ โดยให้นำหลักฐานการเข้าเรียนของบุตรหลานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
5.การสอนภาษามลายูฟรี ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มสอนที่โรงเรียนฝึกอาชีพ ทั้ง 10 แห่งของ กทม.ก่อน โดยเริ่มเปิดสอนรุ่นละ 25 คน ทั้งหมด 20 รุ่น
6.การปรับสถานะของอาสาสมัครดูแลเด็กเล็กให้เป็นลูกจ้าง กทม. ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขระเบียบในเรื่องของค่าตอบแทนและสถานภาพ
7.การเปิดจุดบริการพิเศษงานทะเบียนราษฎรในห้างสรรพสินค้า จะเปิดเป็นแห่งแรกที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เขตประเวศ ในเดือน มิ.ย.นี้ และจะเปิดอีก 7 แห่งทั่วทุกมุมเมืองภายในปีนี้
8.การติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวไฟ) 5,000 จุด กำลังดำเนินการอยู่
9.การเพิ่มบริการเก็บขยะ ขณะนี้ให้สำนักสิ่งแวดล้อมมอบหมายงานให้ทุกสำนักงานเขตเข้าหารือกับชุมชนในพื้นที่เพื่อกำหนดจุดในการจัดเก็บขยะเพิ่มเติม
10.การเพิ่มรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการ ให้กรุงเทพธนาคม (เคที) ดำเนินการอยู่ ขณะนี้มีอยู่แล้ว 10 คัน ส่วนอีก 90 คันที่เหลือจะต้องรอการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเฉลี่ยคันละ 1.4 ล้านบาท และค่าบริหารอีกประมาณ 200 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการกำหนดกรอบวงเงินและกำหนดอัตราค่าโดยสาร ซึ่งภายใน 4 ปี จะดำเนินการให้ครบ 100 คัน
แปดข้อที่ว่ามานี้ ข้อ 3 4 5 6 7 10 มีใครได้รับประโยชน์นั้นหรือยังครับ หรือทราบว่ามีการดำเนินการจริงแล้ว ถึงแม้บางข้อจะเป็นนโยบายประชานิยมห่วยๆก็ตามที
ส่วนข้ออื่น วัดยากครับ
ตามผลงานสุขุมพันธ์
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหาร กทม. ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมผู้บริหาร กทม. ครั้งแรกในวาระที่ 2 ในที่ประชุมรายงานความคืบหน้าของ 10 มาตรการเร่งด่วนตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ โดยนโยบายทุกข้อมีความคืบหน้าทั้งหมด ได้แก่
1.การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) จำนวน 27,000 ตัว ซึ่งภายในปีนี้จะติดตั้งให้ครบ และได้สั่งการให้มีการสำรวจจุดเสี่ยงตามชุมชนต่างๆ เพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2557 ส่วนไฟฟ้าส่องสว่างนั้นจะติดตั้งให้ครบ 20,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยได้ประสานไปยังการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่ง กฟน.สามารถติดตั้งได้ปีละ 7,000 จุด ต้องใช้เวลา 3 ปีจึงจะติดตั้งแล้วเสร็จ กทม. จะหารือกับ กฟน.เพื่อเร่งรัดติดตั้งให้ได้ปีละ 10,000 ตัว
2.การรับสมัครอาสาสมัครชุมชน ซึ่งภายในปี 2557 จะเพิ่มจำนวนอาสาสมัครให้ครบ 760 ชุมชน และในปี 58 จะมีให้ครบทุกชุมชนทั่วกรุงเทพฯ
3. การปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย จาก 15 บาท เป็น 10 บาท จะต้องมีการปรับระบบซอฟต์แวร์ โดยส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท สถานีอ่อนนุช-แบริ่ง จะแล้วเสร็จทันเปิดภาคเรียนนี้ คือวันที่ 17 พ.ค. นี้แน่นอน สำหรับส่วนต่อขยายสายสีลม สถานีสะพานตากสิน- ตลาดพลู ทางสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จะต้องใช้เวลาในการปรับซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนกว่าสายสุขุมวิท ซึ่งตนขอให้เสร็จภายใน 3 เดือน หรือไม่เกิน 6 เดือน ส่วนการลดค่าโดยสารรถเมล์บีอาร์ที จาก 10 บาท เหลือ 5 บาทตลอดสาย ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง กระทรวงคมนาคม ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 4 เม.ย.นี้
4. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสถานธนานุบาลของ กทม. โดยคิดอัตราดอกเบี้ยจาก 50 สตางค์ เป็น 25 สตางค์ จำนวนเงินไม่เกิน 5,000 บาทแรก นอกจากนี้ ยังมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ปกครองที่มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของบุตรหลาน วงเงิน 70,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 50 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 31 พ.ค.นี้ โดยให้นำหลักฐานการเข้าเรียนของบุตรหลานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
5.การสอนภาษามลายูฟรี ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มสอนที่โรงเรียนฝึกอาชีพ ทั้ง 10 แห่งของ กทม.ก่อน โดยเริ่มเปิดสอนรุ่นละ 25 คน ทั้งหมด 20 รุ่น
6.การปรับสถานะของอาสาสมัครดูแลเด็กเล็กให้เป็นลูกจ้าง กทม. ซึ่งขณะนี้กำลังแก้ไขระเบียบในเรื่องของค่าตอบแทนและสถานภาพ
7.การเปิดจุดบริการพิเศษงานทะเบียนราษฎรในห้างสรรพสินค้า จะเปิดเป็นแห่งแรกที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เขตประเวศ ในเดือน มิ.ย.นี้ และจะเปิดอีก 7 แห่งทั่วทุกมุมเมืองภายในปีนี้
8.การติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (ไวไฟ) 5,000 จุด กำลังดำเนินการอยู่
9.การเพิ่มบริการเก็บขยะ ขณะนี้ให้สำนักสิ่งแวดล้อมมอบหมายงานให้ทุกสำนักงานเขตเข้าหารือกับชุมชนในพื้นที่เพื่อกำหนดจุดในการจัดเก็บขยะเพิ่มเติม
10.การเพิ่มรถแท็กซี่สำหรับผู้พิการ ให้กรุงเทพธนาคม (เคที) ดำเนินการอยู่ ขณะนี้มีอยู่แล้ว 10 คัน ส่วนอีก 90 คันที่เหลือจะต้องรอการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งเฉลี่ยคันละ 1.4 ล้านบาท และค่าบริหารอีกประมาณ 200 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการกำหนดกรอบวงเงินและกำหนดอัตราค่าโดยสาร ซึ่งภายใน 4 ปี จะดำเนินการให้ครบ 100 คัน
แปดข้อที่ว่ามานี้ ข้อ 3 4 5 6 7 10 มีใครได้รับประโยชน์นั้นหรือยังครับ หรือทราบว่ามีการดำเนินการจริงแล้ว ถึงแม้บางข้อจะเป็นนโยบายประชานิยมห่วยๆก็ตามที
ส่วนข้ออื่น วัดยากครับ