เรื่องเล่า: เมื่อเราไปเรียนภาษาอังกฤษกับครูฝรั่ง

เรื่องเกิดเมื่อเดือนที่เเล้วค่ะ
เราเเละเพื่อนๆคุยกันเรื่องหาที่เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เน้นเรียนกับอาจารย์ต่างชาติ
เพื่อที่จะได้สำเนียงเเละสนทนา เป็นการตรวจเช็คว่า เราพูดผิดไหม เเละเขาพูดกันอย่างไร
เลยตัดสินใจลงคอร์ส 20 ชม. ราคา 14000 บาท หารกันคนละครึ่งค่ะ เรียนกับเพื่อนสาวอีกคน

ทีนี้ก่อนเรียนเราก็ถามทางสถาบันว่า ต้องสอบวันระดับความรู้ก่อนไหม สถาบันบอกไม่ต้องค่ะ
เดี๋ยวอาจารย์เขาจะวัดเราเอง เราก็ถามต่อค่ะ เเล้วทดลองเรียนก่อนได้ไหมคะ คืออยากรู้ว่าเขาสอนดีไหม
ใช่เเบบที่เราต้องการหรือเปล่า สถาบันก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้ค่ะ

เราก็เริ่มลังเล จะลงดีไหม เงินจำนวนนี้ไม่น้อยเลยสำหรับเราค่ะ อีกอย่างเป็นเงินคุณเเม่
เราก็อยากให้ได้ผลเท่าที่จะได้ คือถ้าสอนดีก็จะลงเรียนต่ออีกคอร์ส
สุดท้ายด้วยความที่ทางสถาบันการันตีว่าเปิดมา 10 กว่าปี เเละราคานี้เรียนกับเจ้าของภาษา
บวกกับสถาบันนี้เราเดินทางค่อนข้างสะดวก เรากับเพื่อนเลยลงไปคอร์สนึงค่ะ
เสียเงินเสร็จสรรพ ก็ถึงวันเข้าเรียน
เรื่องมันเกิดนับจากนี้ค่ะ...

เรากับเพื่อนก่อนเข้าห้องก็เคาะประตูค่ะ เเต่ลองส่องผ่านกระจกดูเเล้วมีชาวต่างชาติคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านใน
ก๊อกๆๆ (ตามมารยาท) เเต่ไม่มีเสียงตอบค่ะ คิดว่าคนที่นั่งอยู่น่าจะได้ยิน เเต่ก็ไม่ตอบ ไม่หันมา
เคาะอยู่ 2 หน เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจเดินเข้าไป เเล้วถามว่า " ขอโทษค่ะ คุณใช่ Mr.x (นามสมมุติ) ไหมคะ? "
เเต่ถามเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เเละบทสนทนาต่อไปนี้ก็เป็นภาษาอังกฤษล้วนนะคะ เเต่ขอพิมพ์เป็นไทยเพื่อความสะดวกนะคะ

คือทางสถาบันบอกว่า Mr.x จะเป็นครูของเราค่ะ เรากับเพื่อนก็เลยถามให้เเน่ใจว่าเข้าห้องถูกไหม
เเต่หลังจากถามไป Mr.x ก็ไม่ตอบค่ะ ซึ่งที่จริงเขาก็คือ Mr.x นั่นเเหล่ะค่ะ
เเต่นอกจากไม่ตอบเเล้ว ยังหันมาถามว่า " How do you do? " ถามเเบบไวมาก
เรากับเพื่อนก็หน้าเหวอ ฟังไม่ออกค่ะ! ไม่ใช่ไม่เคยได้ยินประโยคนี้มาก่อนนะคะ จากในหนัง ในเพลง
เราก็เคยได้ยินมาก่อน เเต่คนนี้เขาพูดไวมากค่ะ ไวเหมือนจะเเกล้ง เหมือนจะทดสอบกันว่าฟังออกไหม
เราก็ ขอโทษนะคะ ช่วยพูดช้าลงได้ไหม เขาก็ยังคงถามซ้ำ  " How do you do? " ด้วยสเต็ปไวขั้นเทพเหมือนเดิม
ใช้เวลาอยู่สามสี่ครั้งกว่าเราจะฟังออกค่ะ เราก็ โอเค ไม่เป็นไร (เเต่ในตอนนั้นก็ยังนึกในใจ ว่าสรุปพี่เเกใช่ Mr.x ป่ะเนี่ย ที่มารู้ว่าใช่เพราะตอนเรียนเสร็จเดินออกมาดูหน้าบอร์ดค่ะ กว่าจะเเน่ใจ หมดไปคลาสนึงละ - -'')

เเล้วการเรียนการสอนก็เริ่มขึ้นค่ะ คือ เรียนนี่ก็ไม่มีอะไรเหมือนเรียนเลยค่ะ
เเถมเราก็รู้สึกว่าพี่เเกเป็นคนเเปลกๆเสียด้วย วิธีการเรียนคือคุยกันไปเฉยๆ เรื่อยๆ ค่ะ...
เเล้วพี่เเกก็ถามคำถาม เรากับเพื่อนก็ผลัดกันตอบ พอตอบผิดพี่เเกจะหัวเราะเยาะใส่หน้าค่ะ
คือหัวเราะเยาะเลยนะคะ เเถมหัวเราะใส่หน้าเลยค่ะ เป็นสิบรอบ  (หัวเราะขนาดนั้นไม่เหนื่อยหรือไงก็ไม่รู้ - -")
ต้องขอบอกก่อนนะคะว่า Mr.x เนี่ย อายุมากเเล้ว คืออายุ 70 ขึ้นเลยค่ะ เเต่ไม่ได้หง่อมขนาดพูดจาหย่อนยานนะคะ
ยังคุยกันได้รู้เรื่องปกติดี วิธีสอนของเเกก็คือ ให้เราฟังไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็รู้เรื่องเอง (งงไหมคะ ขอบอกว่าตอนนั้นเรางงมากค่ะ -__-)
เราก็ถาม ว่าเเต่เราไม่รู้คำศัพท์นะ ต่อให้ฟังออกก็ไม่เข้าใจหรอก พี่เเกก็ยังยืนยันค่ะ (เเล้วก็หัวเราะเยาะด้วยค่ะ) เเถมยกตัวอย่างว่าเนี่ย
เด็กเบบี้น่ะ ยังพูดคล่องเลย เพราะอาศัยเรียนรู้จากคนรอบข้างยังไงล่ะ เราก็บอกว่า เเต่รอบข้างเราไม่พูดภาษาอังกฤษกันไงคะ
เราถึงต้องมาเรียนกะคุณเนี่ย พี่เเกก็บอกอีกค่ะ เเล้วทำไมไม่คุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษล่ะ เเล้วก็ทำตาโต ทำหน้าเหมือนท้าทาย
เเล้วก็พูดต่อว่า " เห็นไหมล่ะ นักเรียนไทยถึงโง่อังกฤษกันหมด " คือในที่นี้เขาใช้คำว่า Whole กับ Stupid เลยค่ะ
เเละในเมื่อดูถูกกันทั้งประเทศขนาดนี้ เราก็ของขึ้นสิคะ! 5555 เราก็สวน ไม่ทั้งประเทศหรอกค่ะ นักเรียนอินเตอร์ นักเรียนเอกชน
รวมถึงนักเรียนเเละคนไทยอีกหลายๆคนก็พูดได้ นักเรียนมัธยม นักเรียนอายุน้อยหลายคนก็พูดได้ พี่เเกก็เงียบไปค่ะ

จากนั้นพี่เเกก็ถามว่า " ทายสิ เนี่ย ฉันมาอยู่ไทย 30 กว่าปีล้ะ (ประมาณนี้อ่ะค่ะ เราจำเลขเเม่นๆไม่ได้)
ฉันใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะพูดไทยคล่อง เเบบคล่องเลยนะ นับจากวันที่มาถึงไทยวันเเรกเลย "
ทีนี้ทุกคนลองเดานะคะ สำหรับเรา เราคิดว่า คล่องเลยเนี่ย น่าจะไม่ต่ำกว่า 2 ปีค่ะ
เราก็ทายไปค่ะ ผลคืออะไรรู้ไหมคะ...
เหมือนเดิมค่ะ หัวเราะใส่หน้า...
เพื่อนเราลองมั่งค่ะ 1 ปี ก็ยังไม่ถูกค่ะ ผลัดกันเดา ผลัดกันตอบ ผลัดกันโดนหัวเราะเยาะ
จนเรารำคาญเราเลยกวน ตอบไปว่า 1 วัน 2 วัน 3 วัน 4 วัน 5 วันฯ
พี่เเกก็บอก โนๆๆ เอาเเบบจริงๆสิไม่เล่นสิ เราเลยเงียบ เเล้วก็พูดว่า "ไม่รู้ค่ะ เฉลยสิ"
ก็ยังมีการกวนอีกค่ะ ยอมเเพ้เเล้วเหรอ เเล้วทำหน้ากวนๆ เราก็เเบบ หน้านิ่งค่ะ รำคาณมากเวลานั้น
คิดในใจเลยว่า นี่เราเสียเงินมาทำไรเนี่ย มาเล่นสงครามประสาทเหรอ? เงินพ่อเเม่ชั้นหามายากนะ
สุดท้ายพี่เเกก็เฉลยค่ะ
ว่ากว่าจะพูดคล่องเนี่ย พี่เเกใช้เวลา 2 อาทิตย์เท่านั้นนน เเบบคล่องเหมือนเจ้าของภาษาเลยน้าาา
มีใครตอบถูกไหมคะ...

เเน่นอนค่ะว่าเราก็นึกในใจ อีนี่ขี้โม้ชัดๆ.... (เพราะหลังจากนั้นเราได้ทำการทดสอบด้วยการคุยภาษาไทยกับเขาค่ะ
บางคำยังไม่เข้าใจ ยังมีฟังไม่ทัน สำเนียงยังด้อยกว่าเพื่อนชาวต่างชาติของเราอีก) เห้อ...ขี้โม้ชัดๆ...

ยังค่ะ ความขี้โม้โอ้อวดไม่จบลงเเค่นั้นค่ะ
Mr. x โม้ต่อไปว่า เขาเนี่ย เป็นนักบินนะ อ้อ เเล้วก็เป็นครูสอนนักบินด้วย เเถมยังเป็นที่ปรึกษา (ของอะไรไม่รู้ค่ะเราฟังไม่ทัน)
เเล้วก็มีอีกนาๆอาชีพเลยค่ะ สิริรวมเเล้วพี่เเกทำประมาณ 10 อาชีพค่ะ!! เเถมเป็นอาชีพที่ทำปัจจุบันด้วยนะคะ! ซึ่งเรางงมาก ว่าคนบ้าอะไร
ทำอาชีพหลักๆพร้อมกันเยอะเเยะขนาดนี้ เราเลยถามค่ะ ว่าอาชีพหลักจริงๆของยูอ่ะ หลักเเบบหลักๆที่สำคัญเลยอ่ะคืออะไร
เลยได้คำตอบมาว่า เป็นครูสอนพิเศษนี่เเหล่ะค่ะ เเถมมีสถาบันของตัวเองด้วยนะ ซึ่งไม่ใช่สถาบันเดียวกับที่เราเรียนอยู่เลยค่ะ
(พร้อมกับยื่นนามบัตรมาให้เรา) เราก็คิด เเหม...ถ้าสถาบันดีจริงทำไมต้องมารับจ๊อบสถาบันอื่นล่ะ
ยัง...ยังไม่พอ พี่เเกยังบอกอีกว่าเนี่ย ผอ.สถาบันรีเสิร์ชในไทยอ่ะ จ้างพี่เเกไปสอนวิธีการทำรีเสิร์ช
เราก็ ห้ะ? เขาเป็นถึง ผอ.สถาบันรีเสิร์ช ทำไมเขาจะไม่รู้วิธีทำรีเสิร์ช
พี่เเกก็บอก เนี่ยจริงๆๆๆนะ เเล้วก็หัวเราะคิกคัก

เเล้ว Mr.x ค่ะ นอกจากจะเป็นมนุษย์ชาวต่างชาติที่ชอบหัวเราะเยาะ ดูถูกคนอื่นเเถมขี้โม้เป็นชีวิตจิตใจเเล้ว
เขายังเป็นมนุษย์ประหลาดด้วยค่ะ

เขาบอกเราว่า เขาทานข้าว 2 วัน มื้อค่ะ
คือในระยะเวลา 2  วันเนี่ย เขาจะทานเเค่ 1 มื้อเท่านั้นค่ะ ( เเต่เท่าที่ดูก็ไม่ได้ผอมหรืออ้วนนะคะ )
เขาบอกว่า ให้ร่างกายทำงานมากไปมันไม่ดีค่ะ
นอกจากนั้นเขายังเป็นชายผู้รักสุขภาพเเบบฝุ่ดๆ ทานผักผลไม้อย่างมีหลักการ
ไม่ทานส้มตำเพราะมะละกอไม่สุกเป็นพิษกับร่างกาย !! ของทอดก็เลี่ยง
เเล้วนอกจากนั้น เขายังอาบน้ำแบบไม่ใช้สบู่ค่ะ!!
เราก็อ้าว เเล้วใช้อะไรอ่ะ ไม่ใช่สบู่ ใช้ครีมอาบน้ำ?
เขาก็เเบบ โนวๆๆ Just water ค่ะ...

ทุกครั้ง พี่เเกบอกว่าพี่เเกอาบน้ำกับน้ำเปล่าเท่านั้น เพราะสบู่เนี่ย
จากที่ฟังจะทำให้เราไม่มีภูมิต้านทานค่ะ จะตายง่าย (พี่เเกว่างั้น)
เราก็ อ้าว สิวก็ขึ้นสิ เขาก็บอก ก็ดีสิ สิวขึ้นเเสดงว่าร่างกายขับสิ่งสกปรกออกมา
( เราก็นึก ก็เพราะมันสะสมเยอะไม่ใช่รึไงถึงต้องออกมาเป็นสิวอ่ะ)
เราก็ย้อนอีกค่ะ เเล้วกลิ่นตัวล่ะ เขาก็บอกไม่มีหรอก เนี่ยดมดิๆ (เราก็ยื่นจมูกไปดมเเขนเขาค่ะ เออ ไม่มีเเฮะ)
เขาก็บอกว่า ครั้งนึกไปล่องเรือกลางทะเลย 2 เดือน เนี่ยไม่ได้ใช้สบู่เลย ตัวไม่เหม็น
เราก็ถาม รู้ได้งาย ชินกลิ่นอ้ะป่าว พี่เเกก็ โน้วๆๆ มีคนอื่นอยู่ด้วยๆ
เราก็กวนต่อไปค่ะ อ๋ออ งั้นคนอื่นก็คงชินกลิ่นเหมือนกันสิน้าาาา  (ถึงตรงนี้เพื่อนเราก็หลุดก๊ากออกมา...)

ไอ้เรื่องอาบเเค่น้ำเปล่าเนี่ย จริงเท็จอย่างไรเราก็ไม่รู้หรอกค่ะ
เราเรียนกับเขาประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ ยอมรับว่าหลังจากนาทีที่เขาดูถูกว่า
นักเรียนไทยโง่หมด เราก็ไม่เหลือมารยาทให้กับฝรั่งคนนี้อีกต่อไป
ทั้งคลาสเราจะทำหน้ามึนๆ หัวเราะบ้าง ตอบกลับเเบบกวนโอ้ยไปก็เยอะค่ะ
จนพี่เเกเหน็บว่า นี่ยูรู้จักวิธีการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีมารยาทมั้ย ?
เราก็เลยยิ้มค่ะ เเล้วตอบกลับไปว่า รู้สิ เเต่จะใช้กับคนที่อยากใช้หน่ะ
คือ...เราอดทนกับเสียงหัวเราะเยาะอันชวนหงุดหงิดของพี่เเกมาเยอะมากค่ะ เราก็เลยหลุดไปซะเยอะ
เเต่ก็ไม่หยาบคายนะคะ เเค่เหน็บๆเล็กๆ(?) เเซวๆด้วยความหมั่นไส้
จากที่เรียนกับ Mr.x เราสังเกตุเวลาเราเหน็บหรือเถียงอะไรไปเขาจะไม่ค่อยยอมอ่ะค่ะ
เหมือนเป็นคนไม่ยอมใคร เราก็เลยเงียบฟังมากกว่าช่วงหลัง เพราะเราไม่ได้เสียเงินเพื่อมานั่งเถียงกับใคร

เเละสุดท้าย เรากับเพื่อนก็ตัดสินใจบอกทางสถาบันขอเปลี่ยนครูค่ะ ฮ่าๆ (เนื่องจากขอเงินคืนไม่ได้)

ปล. เพื่อนเราบอกเราว่า เห็นพี่เเกสูบบุหรี่ด้วย...แหม...ช่างเป็นชายที่รักสุขภาพจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่