@ เปิดใจ"ภรรยาเลขาฯบุญทรง" "ร่ำไห้ ถูกการเมืองทำลาย"

กระทู้ข่าว
@ เปิดใจ"ภรรยาเลขาฯบุญทรง" "ร่ำไห้ ถูกการเมืองทำลาย"

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน น.ส.ชุฏิมา วัชรพุกกะ อดีตภรรยา พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายบุญทรง เตริยาภิรมย์) ได้ชี้แจงกับ "มติชน" กรณีถูกพาดพิงอยู่เบื้องหลังการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในการอภิปรายงบประมาณปี 2557 ว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องและรับรู้อะไรตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ พาดพิง แต่ยอมรับว่าได้มีการหย่าร้างกับ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 หลังจากนั้นได้เปลี่ยนนามสกุลใหม่จากวัจนะพุกกะ เป็นวัชรพุกกะ นามสกุลใหม่ใกล้เคียงกับนามสกุลเดิม เพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวและบุตรสาวคนเดียวได้รับรู้ กลัวทำให้ลูกสาวและครอบครัวเสียใจ สำหรับเหตุผลการหย่าร้างไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกัน เพียงแต่ไม่อาจรับได้กับการเข้าทำงานทางการเมืองของอดีตสามี

"ยืนยันว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิ เป็นคนดี แต่เพราะดิฉันได้ร้องขอมาตั้งแต่เริ่มใช้ชีวิตคู่มากว่า 15 ปี หลังจากครบกันมา 10 ปีตั้งแต่ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ เป็นนักศึกษาแพทย์ รพ.พระมงกุฎฯว่าไม่อยากให้ทำการเมือง เนื่องจากเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรกและครอบครัวอาจถูกทำลายได้ อย่างที่กำลังเจอขณะนี้" น.ส.ชุฏิมากล่าว

ประเด็นการเกี่ยวข้องกับรถตู้โฟล์กสวาเกน ทะเบียน ฮธ 20 ที่ถูกกล่าวหาบริษัทค้าข้าวซื้อให้เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์นั้น น.ส.ชุฏิมากล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นรถยนต์ที่ตน และพ.ต.นพ.วีระวุฒิเคยใช้เมื่อครั้งยังไม่ได้หย่ากัน โดยเอารถตู้โฟล์กสวาเกนคันเดิมที่เครื่องเป็นดีเซล แลกกับรถตู้โฟล์กสวาเกนของคนที่เพื่อนแนะนำมา ซึ่งเป็นเครื่องเบนซินที่อยากได้อยู่แล้ว โดยไม่ได้ดูว่าเป็นการรับโอนจากบริษัทหรือตัวบุคคล เพราะเห็นว่าเพื่อนแนะนำมา ต่อมาเมื่อมีการหย่าจึงได้ขายรถคันให้กับเต็นท์ย่านบางบัวทอง และไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวไปอยู่ที่ใครแล้ว

น.ส.ชุฏิมากล่าวว่า การลงข่าวว่าบ้านที่พักอาศัยเป็นคฤหาสน์นั้น เป็นข้อมูลผิด เป็นเพียงบ้านจัดสรรพื้นที่ 70 ตารางวา ไม่ได้ใหญ่โต และยังมีภาระผ่อนชำระค่าบ้านมาตลอด

"ดิฉันยืนยันว่าไม่เคยเข้าไปข้องเกี่ยวกับการทำงานทางการเมืองของคุณหมอ (วีระวุฒิ) ไม่เคยเข้ากระทรวงพาณิชย์ หรือ รู้จักกับบริษัทหรือคนที่เป็นข่าว ทั้งเสี่ยเปี๊ยก หรือเสี่ยเปี๋ยง โรงสีหรือบริษัทค้าข้าวใดๆ ดิฉันเห็นว่าเป็นการพยายามเชื่อมโยงมาถึงดิฉัน หรือดึงไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง ดิฉันไม่เคยทำงานเกี่ยวข้องกับบริษัทด้านเกษตร เคยทำงานหลังจากจบมาเพียงปีเศษ เป็นเออีในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง หลังแต่งงานได้ลาออกมาเป็นแม่บ้าน เลี้ยงลูก ปัจจุบันยังเป็นแม่บ้านแต่มีลงทุนกับเพื่อนเปิดร้านเล็กๆ ขายสินค้าเกาหลีในห้างแห่งหนึ่ง" น.ส.ชุฏิมากล่าว

น.ส.ชุฏิมากล่าวว่า ที่ต้องออกมาให้สัมภาษณ์สื่อครั้งนี้ เพื่อต้องการชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะการอภิปรายโดยมีการกล่าวหา ได้กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะความรู้สึกของลูกสาวที่ต้องรับรู้เรื่องการหย่าของพ่อแม่ เรื่องกล่าวหาเรื่องทุจริต การถูกมองและตอบคำถามกับเพื่อนหรือคนในโรงเรียน เจออะไรอีกมากมาย

"ที่แย่กว่านั้นคือการถูกบุกรุกถึงที่บ้าน จนไม่มีความเป็นส่วนตัวและสร้างความหวาดกลัวของดิฉัน ลูกสาว และคนในบ้าน เป็นเรื่องที่อยากขอความเป็นธรรมต่อสังคม ที่ตอนนี้ใครก็มองดิฉันในแง่เสียหาย มีการแชร์ผ่านเฟซบุ๊กด่า จนใช้ชีวิตปกติไม่ได้แล้ว อยากออกมาปกป้องลูกไม่อยากให้ใครเข้ามาวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเมือง หรือกับคุณหมอ" น.ส.ชุฏิมากล่าว

น.ส.ชุฏิมากล่าวด้วยว่า อยากชี้แจงเพื่อให้สังคมได้รับรู้ เรื่องการเมืองไม่ขอข้องเกี่ยว อีกอย่างไม่รู้ว่าจะตอบโต้ นพ.วรงค์อย่างไรด้วย เพราะไม่รู้มาก่อนว่า นพ.วรงค์เป็นใคร แต่ได้สร้างความวุ่นวายด้วยการนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกมาใช้ทางการเมือง ควรตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงก่อน การที่นำข้อมูลโดยไม่มีข้อเท็จจริงมากล่าวหาจนทำให้สังคมเชื่อ นพ.วรงค์จะรับผิดชอบอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในบางช่วงที่กล่าวถึงลูกสาว น.ส.ชุฏิมาถึงกลับร้องไห้เป็นระยะๆ และขอร้องไม่ให้เปิดเผยใบหน้าของตนเองและคนในครอบครัว เพื่อขออยู่อย่างสงบ

(ที่มา:ข่าวหน้า 1 มติชนรายวัน 5 มิ.ย.2556)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1370403585&grpid=00&catid=&subcatid=

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในอีกมุมนึงของคนที่ถูกกล่าวหา   ถ้าถูกกล่าวหาจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเศร้า เพราะว่า คนถูกกล่าวหาไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย  ไม่ได้เลยจริงๆ มีเพียงแค่พื้นที่สื่อเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการแก้ข้อกล่าวหา  รู้สึกแย่และเศร้าจริงๆกับการกระทำที่เพียงแค่การสมมุติ ร่างชาร์ตโยงเส้นไปมา บวกกับคำพูดลอยๆ ไม่มีหลักฐาน มีแต่การเชื่อมโยงตามจินตนาการ   ไม่เคยได้ใส่ใจกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าจะถูกสังคมตีตราว่าอย่างไร ไม่เคยสนใจว่าคนนั้นจะทุกข์ร้อนเท่าไหร่ แต่ทำเพื่อหวังเพียงแค่ก็กระแส จุดไฟให้ติดไปเรื่อยๆ  หลักฐานไม่เคยมีอยู่จริง   สักวันกรรมจะตามสนอพวกมัน คิดเพียงแต่จะเอาชนะ คนแบบนี้สักวันจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสมกับที่มันทำไว้   แม้แต่ข้าวเน่าที่เอามาจากน้ำท่วม ยังเอาอ้างว่าเป็นข้าวที่อยู่ในโครงการจำนำ  พอความจริงเผยออกมาว่าเป็นข้าวจากน้ำท่วม....... จบ  ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกสำนึก  ..........

อยากเสนอให้มีการลงโทษฝ่ายค้านที่เอาข้อมูลที่ไม่จริงมาเปิดเผย  โดยการให้ได้รับโทษที่สมควรโดน  เพราะนี่ไม่ใช่การหมิ่นประมาทเพียงเท่านี้ แต่มันคือการใส่ร้ายป้ายสี มันคือการทำลายฝ่ายตรงด้วยความเลวทรามต่ำช้า  ทุกวันนี้เวลานอนไม่รู้สึก หรือไม่ได้ยินเสียงร้องของคนทีู่กยิงบ้างเลยเหรอ ....... ใจของพวกมันทำด้วยอะไร ใจของพวกมันช่าวต่ำช้ากว่าสิ่งใดๆ  แม้แต่คำขอโทษ ........ ยังไม่เคยปริปากออกมาจากพวกมัน    สุดท้ายพวกมันจะต้องชดใช้สิ่งที่มันทำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่