อย่างน้อยก็ลากกระแสจากโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กออกมาเย้วๆบนท้องถนนได้
ตามฉากล้อหนังฮอลลีวูดที่กลุ่ม “หน้ากากขาว” กาย ฟอว์กส์
ยึดลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ย่านราชประสงค์ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ขณะที่อีกด้าน
“หน้ากากแดง” อุลตราแดงสยิว ก็ชุมนุมที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม
ประกาศสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อต้านระบอบอำมาตย์
เล่นเอาล่อเอาเถิดกันสนุกตามประสาพวกชอบเล่นกระแส
แต่ที่แน่ๆนายแก้วสรร อติโพธิ
อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส.)และผู้ก่อตั้งไทยสปริง ได้ออกมาตอบโต้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
โฆษกพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มหน้ากากขาว
ทั้งหมดเป็นการเชิญชวนผ่านทางโลกออนไลน์มารวมตัวกัน
เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกตัวแค่ว่า
แม้กลุ่มหน้ากากขาวจะเป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่แปลก
แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องที่ภาคประชาชนดำเนินการกันเอง
ไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง
ช่วยกันตอกย้ำว่า เป็นพลังของภาคประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหน้ากากขาว หน้ากากแดง ก็แค่มุกชิงพื้นที่สื่อ
และอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์สั้นๆ เพราะวันเดียวกันเลย “เอแบคโพล” ได้เปิดผลวิจัย
“สถานการณ์ข่าว ความสนใจของสาธารณชน กับความอยู่รอดของรัฐบาล”
ปรากฏชาวบ้านสนใจราคาไข่ยุครัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” แพง ถึงร้อยละ 79.7
มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนข่าวขบวนการจ้องล้มรัฐบาลมีคนสนใจแค่ร้อยละ 44.6
และอันดับบ๊วยข่าวลือรัฐประหาร มีคนสนใจแค่ร้อยละ 31.5
ตามตัวเลขที่ออกมามันสะท้อนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ไหลไปตามกระแสข่าว
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่วูบวาบรายวัน เปลี่ยนไปรายสัปดาห์
เกมเขย่ารัฐบาลด้วยปรากฏการณ์ม็อบจึงยังต้องออกแรงกันต่อไป
เอาเป็นว่า ไฮไลต์ของเกมอำนาจ ณ ห้วงนี้ มุ่งไปที่แนวรบด้านองค์กรอิสระซะมากกว่า
ตามเงื่อนไขที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้นายถวิล
เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ
โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้นายถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม
เปิดทางให้ฝ่ายต้านรัฐบาลดาหน้าขย่มซ้ำ ย้ำข้อหารังแกข้าราชการประจำ
ตามจังหวะที่นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.คนดัง ส่งซิก “นำร่อง” ชัดๆ
หากนายถวิลจะฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์ต่อ
ป.ป.ช.ในข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่นายก
รัฐมนตรีไม่คืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช.และยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
ก็สามารถทำได้เลย โดยให้นายถวิลแจ้งข้อกล่าวหามายังป.ป.ช.ตามขั้นตอนกฎหมาย
ที่ผ่านมา ป.ป.ช.รับเรื่องลักษณะนี้ไว้พิจารณาจำนวนมาก กรณีนี้นายถวิลสามารถฟ้องได้
โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีคำวินิจฉัยจากศาลปกครองสูงสุดออกมาก่อน
ป.ป.ช.แบะท่าเปิดเขียงรอ เป็นนัยดันหลัง “ถวิล” ขู่วัดใจ “ยิ่งลักษณ์”
ขณะที่ท่าทีชัดเจนจากฝ่ายรัฐบาล “เดอะปุ้ม” นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ
เลขาธิการนายกฯให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศมาจากศรีลังกาตั้งแต่แรกที่รู้ผล
ตัดสินของศาลปกครองกลาง ยืนยัน จะยื่นอุทธรณ์แน่นอน
ส่วนนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทีมงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย ก็ย้ำชัด
ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่ากรณีนี้สมควรที่จะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเส้นแบ่งในการพิจารณาตัวบุคคลที่เหมาะสมกับการทำงานของรัฐบาล
ตามปรากฏการณ์บีบให้ “ยิ่งลักษณ์” ต้องเข้าสู่เกมวัดใจกับ ป.ป.ช.
กรณีของ “ถวิล เปลี่ยนศรี” ทำให้รัฐบาลตกอยู่ในภาวะตั้งรับ
แต่ตามเกมต่อเนื่องกัน กับจังหวะเคลื่อนไหวของกลุ่มภาคีพลังประชาชน (ภปช.)
ที่เปิดเวทีชุมนุมข้างสำนักงาน ป.ป.ช. นำโดยนายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ “เล็ก
บ้านดอน” แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเครือข่ายวิทยุชุมชน
ปักหลักเกาะติดความคืบหน้าการดำเนินการของ
ป.ป.ช.ในคดีองค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงินหรือ
ปรส.ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่คดีอาญากำลังจะขาดอายุความในไม่ช้านี้
ในอารมณ์คนเสื้อแดงไล่บี้ขอให้ ป.ป.ช. ชี้แจงเกี่ยวกับคดี ปรส.เป็นลายลักษณ์อักษร
ตอบให้ชัดว่า คดีมีความคืบหน้าไปอย่างไร
มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นกี่คนและเป็นใครบ้าง ฯลฯ
โดนดักทางปม 2 มาตรฐาน ป.ป.ช.ก็เจอเกมวัดใจเหมือนกัน.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/348938
เมื่อหลายปีก่อน เราต้องแก้รธน. เพื่อให้นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง
วันนี้ เรากำลังบอกว่า นายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง คนนี้ ไม่ดี ไปซะทั้งหมด
และก็เคยถึงขั้นเรียกร้องนายกฯ ม.7 กัน จำได้หรือเปล่า
และก็กำลังสกัดกั้น การทำงาน ทุกอย่างของรัฐบาล
แนวรบองค์กรอิสระ! วิเคราะห์การเมือง ....ไทยรัฐออนไลน์
ตามฉากล้อหนังฮอลลีวูดที่กลุ่ม “หน้ากากขาว” กาย ฟอว์กส์
ยึดลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ย่านราชประสงค์ชุมนุมขับไล่รัฐบาล ขณะที่อีกด้าน
“หน้ากากแดง” อุลตราแดงสยิว ก็ชุมนุมที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม
ประกาศสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ต่อต้านระบอบอำมาตย์
เล่นเอาล่อเอาเถิดกันสนุกตามประสาพวกชอบเล่นกระแส
แต่ที่แน่ๆนายแก้วสรร อติโพธิ
อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ
(คตส.)และผู้ก่อตั้งไทยสปริง ได้ออกมาตอบโต้นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
โฆษกพรรคเพื่อไทย ว่า ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มหน้ากากขาว
ทั้งหมดเป็นการเชิญชวนผ่านทางโลกออนไลน์มารวมตัวกัน
เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกตัวแค่ว่า
แม้กลุ่มหน้ากากขาวจะเป็นผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่แปลก
แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องที่ภาคประชาชนดำเนินการกันเอง
ไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง
ช่วยกันตอกย้ำว่า เป็นพลังของภาคประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าหน้ากากขาว หน้ากากแดง ก็แค่มุกชิงพื้นที่สื่อ
และอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์สั้นๆ เพราะวันเดียวกันเลย “เอแบคโพล” ได้เปิดผลวิจัย
“สถานการณ์ข่าว ความสนใจของสาธารณชน กับความอยู่รอดของรัฐบาล”
ปรากฏชาวบ้านสนใจราคาไข่ยุครัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” แพง ถึงร้อยละ 79.7
มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนข่าวขบวนการจ้องล้มรัฐบาลมีคนสนใจแค่ร้อยละ 44.6
และอันดับบ๊วยข่าวลือรัฐประหาร มีคนสนใจแค่ร้อยละ 31.5
ตามตัวเลขที่ออกมามันสะท้อนว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ไหลไปตามกระแสข่าว
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่วูบวาบรายวัน เปลี่ยนไปรายสัปดาห์
เกมเขย่ารัฐบาลด้วยปรากฏการณ์ม็อบจึงยังต้องออกแรงกันต่อไป
เอาเป็นว่า ไฮไลต์ของเกมอำนาจ ณ ห้วงนี้ มุ่งไปที่แนวรบด้านองค์กรอิสระซะมากกว่า
ตามเงื่อนไขที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้นายถวิล
เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ
โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้นายถวิลกลับไปดำรงตำแหน่งเดิม
เปิดทางให้ฝ่ายต้านรัฐบาลดาหน้าขย่มซ้ำ ย้ำข้อหารังแกข้าราชการประจำ
ตามจังหวะที่นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช.คนดัง ส่งซิก “นำร่อง” ชัดๆ
หากนายถวิลจะฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์ต่อ
ป.ป.ช.ในข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีที่นายก
รัฐมนตรีไม่คืนตำแหน่งเลขาธิการ สมช.และยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
ก็สามารถทำได้เลย โดยให้นายถวิลแจ้งข้อกล่าวหามายังป.ป.ช.ตามขั้นตอนกฎหมาย
ที่ผ่านมา ป.ป.ช.รับเรื่องลักษณะนี้ไว้พิจารณาจำนวนมาก กรณีนี้นายถวิลสามารถฟ้องได้
โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีคำวินิจฉัยจากศาลปกครองสูงสุดออกมาก่อน
ป.ป.ช.แบะท่าเปิดเขียงรอ เป็นนัยดันหลัง “ถวิล” ขู่วัดใจ “ยิ่งลักษณ์”
ขณะที่ท่าทีชัดเจนจากฝ่ายรัฐบาล “เดอะปุ้ม” นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ
เลขาธิการนายกฯให้สัมภาษณ์ข้ามประเทศมาจากศรีลังกาตั้งแต่แรกที่รู้ผล
ตัดสินของศาลปกครองกลาง ยืนยัน จะยื่นอุทธรณ์แน่นอน
ส่วนนายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทีมงานกฎหมายพรรคเพื่อไทย ก็ย้ำชัด
ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยเห็นว่ากรณีนี้สมควรที่จะอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเส้นแบ่งในการพิจารณาตัวบุคคลที่เหมาะสมกับการทำงานของรัฐบาล
ตามปรากฏการณ์บีบให้ “ยิ่งลักษณ์” ต้องเข้าสู่เกมวัดใจกับ ป.ป.ช.
กรณีของ “ถวิล เปลี่ยนศรี” ทำให้รัฐบาลตกอยู่ในภาวะตั้งรับ
แต่ตามเกมต่อเนื่องกัน กับจังหวะเคลื่อนไหวของกลุ่มภาคีพลังประชาชน (ภปช.)
ที่เปิดเวทีชุมนุมข้างสำนักงาน ป.ป.ช. นำโดยนายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา หรือ “เล็ก
บ้านดอน” แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเครือข่ายวิทยุชุมชน
ปักหลักเกาะติดความคืบหน้าการดำเนินการของ
ป.ป.ช.ในคดีองค์การเพื่อปฏิรูประบบสถาบันการเงินหรือ
ปรส.ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่คดีอาญากำลังจะขาดอายุความในไม่ช้านี้
ในอารมณ์คนเสื้อแดงไล่บี้ขอให้ ป.ป.ช. ชี้แจงเกี่ยวกับคดี ปรส.เป็นลายลักษณ์อักษร
ตอบให้ชัดว่า คดีมีความคืบหน้าไปอย่างไร
มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นกี่คนและเป็นใครบ้าง ฯลฯ
โดนดักทางปม 2 มาตรฐาน ป.ป.ช.ก็เจอเกมวัดใจเหมือนกัน.
http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/348938
เมื่อหลายปีก่อน เราต้องแก้รธน. เพื่อให้นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง
วันนี้ เรากำลังบอกว่า นายกฯที่มาจากการเลือกตั้ง คนนี้ ไม่ดี ไปซะทั้งหมด
และก็เคยถึงขั้นเรียกร้องนายกฯ ม.7 กัน จำได้หรือเปล่า
และก็กำลังสกัดกั้น การทำงาน ทุกอย่างของรัฐบาล