พอดีช่วงที่ผ่านๆ มาเห็นหลายกระทู้พูดถึงการรุกขายประกันจากธนาคาร เหมือนจะหนักข้อขึ้นทุกวัน
จนบางคนจิตอ่อนก็ทนคำโปรยของพนักงานไม่ได้ เลยทำเพราะ ”จำยอม”
พอดีว่า จขกท.เคยมีประกันชีวิตอยู่เล่มนึง ซึ่งแม่ทำไว้ให้ตั้งแต่สมัยนมนานมาแล้วกำลังจะหมด และอยากหาข้อมูลเพื่อทำประกันชีวิตเล่มใหม่
จึงเริ่มหาข้อมูลอย่างหนักบวกความสงสัย ว่าทำไมถึงมีแต่คนบ่นคนด่าอยู่ทุกวี่วัน
เลยคันมืออยากเอาข้อมูลที่ได้มาแชร์ให้อ่านกัน เผื่อเป็นประโยชน์ (ถ้าไม่เป็นก็ขอโทษไว้ล่วงหน้านะคะ)
เหมือนที่ตั้งหัวกระทู้เลยค่ะ เริ่มจากประกันชีวิตก่อน
กรมธรรม์แต่ละเล่มมีรูปแบบไม่เหมือนกัน โดย xx/xx สมมติ 5/10 คือส่ง 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี ระหว่างทางคุณก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นจำนวนที่น้อยยยยยมากเมื่อเทียบกับแบงก์
“ผลตอบแทน” ของกรมธรรม์นั้นไม่ได้ล่อใจนักลงทุนอย่างเราๆ ท่านๆ แต่อย่างใด แน่นอน เพราะมันไม่ได้มีไว้เพื่อการลงทุน
“ผลตอบแทน” ของกรมธรรม์แต่ละเล่ม ถ้าอยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่ชั้นจะกำไร(จ่ายไปเยอะแล้วเมื่อไหร่จะได้คืนวะคะ) ก็ต้องกางเล่มออกมาอ่านอย่างละเอียดแล้วกดเครื่องคิดเลขตามน่ะค่ะ ถึงจะรู้ --แล้วจะมีซักกี่คนล่ะคะ ที่ทำ--
หรือต่อให้ทำก็อาจจะตกหล่นจุดเล็กจุดน้อย ที่เราๆ ท่านๆ ไม่ค่อยสนใจไปอ่านเท่าไหร่อยู่ดี - -“
ความจริงแล้วรูปแบบของประกันปัจจุบันมีอยู่เยอะแบบมาก เนื่องจากมันถูกดีไซน์ขึ้นใหม่เพื่อรองรับความต้องการ “ผลตอบแทน”ของนักลงทุนอย่างหมู่เฮา (ยังกะโฆษณาโทรศัพท์เลยแฮะ!) เค้าก็เลยเพิ่มผลตอบแทนเข้าไประหว่างทางเยอะขึ้นนั่นเอง
ปัจจุบันมีบริษัทประกันชีวิตอยู่ประมาณ 20 กว่าแห่งแล้ว แต่ละแห่งมีแบบกรมธรรม์ เป็นสิบๆ แบบ แล้วจะรู้ได้ไงว่าอันไหนเหมาะกับเรา.....แต่จขกท.ว่า ก่อนจะซื้อประกันฯ ทุกคนก็คงมีเกณฑ์ในใจอยู่แล้วแหละ ว่าจะทำไปเพื่ออะไร..
ประกันชีวิต vs คนขายประกันชีวิต
จนบางคนจิตอ่อนก็ทนคำโปรยของพนักงานไม่ได้ เลยทำเพราะ ”จำยอม”
พอดีว่า จขกท.เคยมีประกันชีวิตอยู่เล่มนึง ซึ่งแม่ทำไว้ให้ตั้งแต่สมัยนมนานมาแล้วกำลังจะหมด และอยากหาข้อมูลเพื่อทำประกันชีวิตเล่มใหม่
จึงเริ่มหาข้อมูลอย่างหนักบวกความสงสัย ว่าทำไมถึงมีแต่คนบ่นคนด่าอยู่ทุกวี่วัน
เลยคันมืออยากเอาข้อมูลที่ได้มาแชร์ให้อ่านกัน เผื่อเป็นประโยชน์ (ถ้าไม่เป็นก็ขอโทษไว้ล่วงหน้านะคะ)
เหมือนที่ตั้งหัวกระทู้เลยค่ะ เริ่มจากประกันชีวิตก่อน
กรมธรรม์แต่ละเล่มมีรูปแบบไม่เหมือนกัน โดย xx/xx สมมติ 5/10 คือส่ง 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี ระหว่างทางคุณก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นจำนวนที่น้อยยยยยมากเมื่อเทียบกับแบงก์
“ผลตอบแทน” ของกรมธรรม์นั้นไม่ได้ล่อใจนักลงทุนอย่างเราๆ ท่านๆ แต่อย่างใด แน่นอน เพราะมันไม่ได้มีไว้เพื่อการลงทุน
“ผลตอบแทน” ของกรมธรรม์แต่ละเล่ม ถ้าอยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่ชั้นจะกำไร(จ่ายไปเยอะแล้วเมื่อไหร่จะได้คืนวะคะ) ก็ต้องกางเล่มออกมาอ่านอย่างละเอียดแล้วกดเครื่องคิดเลขตามน่ะค่ะ ถึงจะรู้ --แล้วจะมีซักกี่คนล่ะคะ ที่ทำ--
หรือต่อให้ทำก็อาจจะตกหล่นจุดเล็กจุดน้อย ที่เราๆ ท่านๆ ไม่ค่อยสนใจไปอ่านเท่าไหร่อยู่ดี - -“
ความจริงแล้วรูปแบบของประกันปัจจุบันมีอยู่เยอะแบบมาก เนื่องจากมันถูกดีไซน์ขึ้นใหม่เพื่อรองรับความต้องการ “ผลตอบแทน”ของนักลงทุนอย่างหมู่เฮา (ยังกะโฆษณาโทรศัพท์เลยแฮะ!) เค้าก็เลยเพิ่มผลตอบแทนเข้าไประหว่างทางเยอะขึ้นนั่นเอง
ปัจจุบันมีบริษัทประกันชีวิตอยู่ประมาณ 20 กว่าแห่งแล้ว แต่ละแห่งมีแบบกรมธรรม์ เป็นสิบๆ แบบ แล้วจะรู้ได้ไงว่าอันไหนเหมาะกับเรา.....แต่จขกท.ว่า ก่อนจะซื้อประกันฯ ทุกคนก็คงมีเกณฑ์ในใจอยู่แล้วแหละ ว่าจะทำไปเพื่ออะไร..