ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยโดนเสนอขาย "ประกันควบการลงทุน" หรือ Unit-Linked กันมาบ้าง ด้วยคำโฆษณาที่ว่า "จ่ายเบี้ยเท่าเดิมแต่ได้ความคุ้มครองสูง" หรือ "มีโอกาสรับผลตอบแทนสูงกว่าประกันทั่วไป" แต่ก่อนจะเซ็นชื่อในกรมธรรม์ ผมอยากให้เพื่อนๆ เข้าใจก่อนว่า Unit-Linked คือ "ดาบสองคม" ถ้าใช้เป็นจะเป็นเครื่องมือการเงินที่ทรงพลังมาก แต่ถ้าซื้อแบบไม่เข้าใจ มันอาจกลายเป็นภาระในอนาคตได้ วันนี้ผมสรุปมาให้แบบเนื้อๆ ครับ
1. ข้อดีที่ทำให้ Unit-Linked โดดเด่นในปี 2569
• ความยืดหยุ่น (Flexibility) สูงสุด: คุณสามารถ "ปรับเพิ่ม-ลด" วงเงินความคุ้มครอง (ทุนประกัน) ได้ตามช่วงชีวิต เช่น ช่วงมีลูกต้องการความคุ้มครองสูง พอเกษียณแล้วลดทุนประกันเพื่อเน้นถอนเงินลงทุนออกมาใช้ได้
• โอกาสรับผลตอบแทน (Potential Return): เงินส่วนที่เหลือจากค่าประกันจะถูกนำไปลงทุนใน "กองทุนรวม" ที่คุณเลือกเอง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบเดิมๆ ที่มักจะได้ดอกเบี้ยเพียง 1-2%
• จ่ายเบี้ยคงที่ แต่คุ้มครองสุขภาพยาวๆ: โดยปกติเบี้ยสุขภาพจะแพงขึ้นตามอายุ แต่ Unit-Linked ใช้วิธีขายหน่วยลงทุนมาจ่ายค่าประกันสุขภาพแทน ทำให้เราคุมกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
2. ข้อควรระวังที่ "ต้องรู้" ก่อนตัดสินใจ
• ไม่การันตีผลตอบแทน: นี่คือความเสี่ยงหลักครับ ถ้ากองทุนที่คุณเลือกติดลบ มูลค่าเงินในบัญชีของคุณก็ลดลงด้วย และถ้าลดลงจนไม่พอจ่ายค่าความคุ้มครอง คุณอาจต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม (Top-up) หรือกรมธรรม์อาจสิ้นผลบังคับได้
• การลดหย่อนภาษี: [สำคัญมาก] เบี้ยประกัน Unit-Linked นำไปลดหย่อนภาษีได้ "เฉพาะส่วนที่เป็นค่าประกันภัยและค่าใช้จ่าย" เท่านั้น ส่วนที่เป็นเงินลงทุนนำไปลดหย่อนไม่ได้นะครับ! (ต่างจากประกันชีวิตทั่วไปที่ลดหย่อนได้เต็มจำนวน 100,000 บาท)
• ค่าธรรมเนียมในช่วงปีแรกๆ: ส่วนใหญ่มักจะมีค่าดำเนินการประกันภัยที่ค่อนข้างสูงในช่วง 3-5 ปีแรก ทำให้เงินที่นำไปลงทุนจริงมีไม่มากนักในช่วงเริ่มต้น
วิธีเลือกซื้อ Unit-Linked ให้ "คุ้ม" (Checklist)
1. ถามตัวเองว่าต้องการ "ความคุ้มครอง" หรือ "ลงทุน": ถ้าเน้นลงทุนอย่างเดียว ไปซื้อกองทุนรวมตรงๆ คุ้มกว่า แต่ถ้าต้องการ "ความคุ้มครองชีวิตสูง" พร้อมโอกาสออมเงิน ตัวนี้คือคำตอบครับ
2. เช็กรายชื่อกองทุน: ดูว่าบริษัทประกันนั้นมีกองทุนรวมจาก บลจ. ดังๆ ให้เลือกหลากหลายไหม มีกองทุนต่างประเทศ (Global Fund) หรือ Thai ESG ให้เลือกหรือเปล่า
3. ดูความเชี่ยวชาญของตัวแทน: คนขายต้องมีใบอนุญาต IC License (ผู้ให้คำแนะนำการลงทุน) เท่านั้น และต้องมีความรู้เรื่องการจัดพอร์ต (Asset Allocation) ไม่ใช่แค่มาขายประกันอย่างเดียว
"Unit-Linked คือการวิ่งมาราธอนทางการเงิน ไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตร ต้องมองเป้าหมาย 10-20 ปีขึ้นไปครับ"
เพื่อนๆ คนไหนที่ถือ Unit-Linked อยู่ หรือกำลังลังเลใจอยู่บ้างไหมครับ? พอร์ตการลงทุนตอนนี้เป็นยังไง หรือใครมีประสบการณ์การเคลมผ่านประกันตัวนี้มาแชร์กันได้นะ กระทู้นี้จะเป็นคู่มือชั้นดีให้มือใหม่ตัดสินใจได้ไม่พลาดครับ!
"Unit-Linked" ประกันควบการลงทุน ดีจริงไหม? สรุปข้อดี-ข้อควรระวังที่ตัวแทนอาจบอกไม่หมด... ซื้อยังไงให้คุ้ม!
1. ข้อดีที่ทำให้ Unit-Linked โดดเด่นในปี 2569
• ความยืดหยุ่น (Flexibility) สูงสุด: คุณสามารถ "ปรับเพิ่ม-ลด" วงเงินความคุ้มครอง (ทุนประกัน) ได้ตามช่วงชีวิต เช่น ช่วงมีลูกต้องการความคุ้มครองสูง พอเกษียณแล้วลดทุนประกันเพื่อเน้นถอนเงินลงทุนออกมาใช้ได้
• โอกาสรับผลตอบแทน (Potential Return): เงินส่วนที่เหลือจากค่าประกันจะถูกนำไปลงทุนใน "กองทุนรวม" ที่คุณเลือกเอง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบเดิมๆ ที่มักจะได้ดอกเบี้ยเพียง 1-2%
• จ่ายเบี้ยคงที่ แต่คุ้มครองสุขภาพยาวๆ: โดยปกติเบี้ยสุขภาพจะแพงขึ้นตามอายุ แต่ Unit-Linked ใช้วิธีขายหน่วยลงทุนมาจ่ายค่าประกันสุขภาพแทน ทำให้เราคุมกระแสเงินสดได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
2. ข้อควรระวังที่ "ต้องรู้" ก่อนตัดสินใจ
• ไม่การันตีผลตอบแทน: นี่คือความเสี่ยงหลักครับ ถ้ากองทุนที่คุณเลือกติดลบ มูลค่าเงินในบัญชีของคุณก็ลดลงด้วย และถ้าลดลงจนไม่พอจ่ายค่าความคุ้มครอง คุณอาจต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม (Top-up) หรือกรมธรรม์อาจสิ้นผลบังคับได้
• การลดหย่อนภาษี: [สำคัญมาก] เบี้ยประกัน Unit-Linked นำไปลดหย่อนภาษีได้ "เฉพาะส่วนที่เป็นค่าประกันภัยและค่าใช้จ่าย" เท่านั้น ส่วนที่เป็นเงินลงทุนนำไปลดหย่อนไม่ได้นะครับ! (ต่างจากประกันชีวิตทั่วไปที่ลดหย่อนได้เต็มจำนวน 100,000 บาท)
• ค่าธรรมเนียมในช่วงปีแรกๆ: ส่วนใหญ่มักจะมีค่าดำเนินการประกันภัยที่ค่อนข้างสูงในช่วง 3-5 ปีแรก ทำให้เงินที่นำไปลงทุนจริงมีไม่มากนักในช่วงเริ่มต้น
วิธีเลือกซื้อ Unit-Linked ให้ "คุ้ม" (Checklist)
1. ถามตัวเองว่าต้องการ "ความคุ้มครอง" หรือ "ลงทุน": ถ้าเน้นลงทุนอย่างเดียว ไปซื้อกองทุนรวมตรงๆ คุ้มกว่า แต่ถ้าต้องการ "ความคุ้มครองชีวิตสูง" พร้อมโอกาสออมเงิน ตัวนี้คือคำตอบครับ
2. เช็กรายชื่อกองทุน: ดูว่าบริษัทประกันนั้นมีกองทุนรวมจาก บลจ. ดังๆ ให้เลือกหลากหลายไหม มีกองทุนต่างประเทศ (Global Fund) หรือ Thai ESG ให้เลือกหรือเปล่า
3. ดูความเชี่ยวชาญของตัวแทน: คนขายต้องมีใบอนุญาต IC License (ผู้ให้คำแนะนำการลงทุน) เท่านั้น และต้องมีความรู้เรื่องการจัดพอร์ต (Asset Allocation) ไม่ใช่แค่มาขายประกันอย่างเดียว
"Unit-Linked คือการวิ่งมาราธอนทางการเงิน ไม่ใช่การวิ่งแข่ง 100 เมตร ต้องมองเป้าหมาย 10-20 ปีขึ้นไปครับ"
เพื่อนๆ คนไหนที่ถือ Unit-Linked อยู่ หรือกำลังลังเลใจอยู่บ้างไหมครับ? พอร์ตการลงทุนตอนนี้เป็นยังไง หรือใครมีประสบการณ์การเคลมผ่านประกันตัวนี้มาแชร์กันได้นะ กระทู้นี้จะเป็นคู่มือชั้นดีให้มือใหม่ตัดสินใจได้ไม่พลาดครับ!