จังหวะการลงทุนในกองทุนหุ้น

หลายคนเชื่อว่าจังหวะเข้าลงทุนที่ดีควรรอเข้าลงทุนในจังหวะหลังจากที่กองทุนหุ้นปันผลได้จ่ายปันผล ความเห็นส่วนตัวคิดว่า จริงๆแล้วจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนไม่เกี่ยวกับจังหวะการจ่ายเงินปันผลของกองทุนเป็นหลัก หลักทั่วไปของจังหวะการลงทุนคือต้องการซื้อที่ราคาต่ำเพื่อไปทำกำไรที่ราคาสูงกว่า

เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าจังหวะต่อไปจากณ ปัจจุบัน ราคาหุ้นในภาพรวมที่กองทุนถืออยู่จะขึ้นหรือลง จึงใช้การคาดคะเนว่าในอนาคตหุ้นในกองทุนจะมีการเจริญเติบโตมากขึ้นตามธุรกิจ จึงลงทุนด้วยการทยอยสะสมหน่วยลงทุนแบบถัวเฉลี่ย ถูกบ้างแพงบ้างในช่วงนี้เพื่อต่อไปในอนาคตข้างหน้า กองทุนจะมีกำไรตามการเติบโตของหุ้น แต่ไม่ใช่การได้หน่วยลงทุนราคาถูกจากการเลือกจังหวะเข้าลงทุนหลังวันปันผล

สมมติลงทุนในกองทุนหุ้นปันผล หน่วยละ10บาท 1,000หน่วย เป็นเงิน10, 000บาท แล้วปรากฎว่ากองทุนจ่ายปันผลทันที หน่วยละ0.50บาท ถ้าผลงานของกองทุนในวันถัดมาไม่เปลี่ยนแปลง ราคาหน่วยจะเหลือ9.50บาท เนื่องจากตัดจ่ายจากกองทุนไปปันผล มูลค่ากองทุนของเราเหลือ9, 500บาท กรณีนี้ควรคำนวณต้นทุนตามความเป็นจริงว่าต้นทุนของงวดนี้คือ 9,550บาท (10, 000บาท หักปันผลที่รับมา450บาท (ปันผล500หักภาษี50)) กรณีนี้เท่ากับขาดทุนภาษีปันผลไป50บาท ไม่ใช่ไปคิดว่า ขาดทุนติดดอย5%(500บาท)จากต้นทุน10, 000บาท หรือไม่ใช่คิดว่าถ้าลงทุนหลังปันผลด้วยเงิน10, 000บาทเท่ากันแล้วจะได้หน่วยมากกว่าที่1, 052.6315หน่วย ที่บอกแบบนี้เพราะการที่ตัวเราเองเลือกลงทุนในกองทุนที่จ่ายปันผลนั้น เรามีความต้องการที่จะรับเงินปันผลมาใช้เป็นงวดโดยยอมรับการเสียภาษีปันผล10% เปรียบเทียบกับตัวอย่างนี้คือเราต้องการเงิน450บาทนี้มาใช้
ดังนั้นด้วยเงินต้นที่ลงทุนจริงๆไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วย 9,550บาท(กรณีลงทุนก่อนปันผล)หรือ10,000บาท(กรณีลงทุนหลังปันผล)นี้ จะมีการเติบโตต่อไปดีหรือไม่นั้นไม่เกี่ยวกับจังหวะการรับเงินปันผลเลย ประสิทธิภาพการลงทุนจริงจะขึ้นกับการบริหารกองทุน การเลือกหุ้น เลือกจังหวะซื้อขายหุ้นของผจก.กองทุน  ถ้าเราหาจังหวะด้วยการรอให้กองทุนจ่ายปันผลก่อนแล้วค่อยเข้าลงทุนโดยไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน จะทำให้เราเสียโอกาสที่จะได้เริ่มการลงทุนในช่วงนั้น ถ้าเป็นหุ้นขาขึ้นก็เสียโอกาสรับกำไร ถ้าเป็นขาลงก็เสียโอกาสสะสมหน่วยลงทุน

จึงมีผู้แนะนำการเลือกจังหวะเข้าลงทุนในกองทุนหุ้นไม่ว่าจะเป็นแบบจ่ายหรือไม่จ่ายปันผลด้วยวิธีเหมือนกันคือ ให้ทยอยซื้อแบบถัวเฉลี่ยตามระยะเวลา(DCA) ถ้ามีเวลาติดตามก็อาจทยอยเพิ่มการลงทุนในช่วงที่เห็นชัดเจนว่ากองทุนมีราคาถูกเช่นตอนที่หุ้นตกหนักๆ และถ้าเห็นประกาศจากบลจ.ว่าอีกไม่กี่วันกองทุนจะจ่ายปันผลและอยากลงทุนงวดต่อไปนี้ในราคาที่หักปันผลออกแล้วก็ค่อยรอลงทุนหลังปันผล

นอกจากนี้ ควรเลือกลักษณะกองทุนหุ้นที่จ่ายหรือไม่จ่ายปันผลให้ตรงกับความต้องการของตัวเราด้วย หลายคนคิดว่า การลงทุนในกองที่ไม่จ่ายปันผลเพื่อให้กองโตไปเรื่อยๆจะมีความเสี่ยงสูงหากลงทุนแล้วไปเจอช่วงที่หุ้นตกหนัก กำไรที่สะสมไว้ในกองทุนจะลดลงหรือหายไป จริงๆแล้วถ้ามีระยะเวลายาวพอ หลังจากที่หุ้นตกหนักแล้ว หุ้นอาจเติบโตจนกลับมาแซงราคาที่ได้เคยซื้อไว้อีกมากก็เป็นได้ แต่ก็มีทางเลือกโดยเราสามารถทยอยขายในส่วนของกำไรออกไปเพื่อลดความเสี่ยงลง เพียงแต่จะเป็นการลดลงของโอกาสสร้างกำไรอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ลงทุนในกองไม่จ่ายปันผลที่มีความต้องการเงินใช้เป็นงวดคล้ายเงินปันผลก็สามารถทยอยตัดขายกำไรออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องเสียภาษีเพียงแต่ต้องเป็นผู้ที่ชอบติดตามดูราคาและกำไรของกองทุนด้วยตัวเอง ถ้าไม่ชอบติดตามเองก็ให้เลือกกองที่จ่ายปันผลเพียงแต่มีภาระภาษีเงินปันผล10%

สุดท้าย การลงทุนในกองทุนหุ้นหรือหุ้น มีความเสี่ยงสูง ควรจัดสรรเงินเย็นมาลงทุนครับ

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่