นายกรัฐมนตรีไทยนิยมเดินทางท่องต่างแดน?
เคยมีการตั้งคำถามกันในหมู่นักข่าวสายการเมืองและสายการเศรษฐกิจของไทยกลุ่มหนึ่งว่า มีใครจำได้บ้างไหมว่านายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปต่างประเทศหลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วทั้งหมดกี่ประเทศ ไปแล้วประเทศไทยได้อะไรบ้าง การเดินทางแต่ละครั้งมีการขนผู้คนไปกี่มากน้อย ต้องสิ้นเปลืองสูญเสียเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนเท่าไร
คุณๆ เชื่อไหมว่า นักข่าวเกือบทุกคนที่ได้คุยด้วย ตอบตรงกันว่า รู้ว่านายกรัฐมนตรีไปหลายประเทศเหลือเกิน ไปเสียจนจำไม่ได้ว่าไปไหนบ้าง หากจะเอาคำตอบจริงๆ ต้องขอเวลาค้น เพราะเธอเดินทางบ่อยมาก มากจนงงว่าไปทำไมกันนักกันหนา เพราะเธอเดินทางไปต่างประเทศทั้งที่เป็นและไม่เป็นทางการ แต่ที่จำได้แม่น ๆ ก็คือการเดินทางไปกรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย เมื่อไม่นานมานี้ แล้วไปกล่าวบนเวทีนานาชาติจนกลายเป็นเรื่องครึกโครมไปทั้งแผ่นดิน เนื่องจากเธอไปพิลาปรำพันถึงการที่รัฐบาลพี่ชายของเธอถูกทำรัฐประหาร จนทำให้ครอบครัวของเธอต้องเจ็บช้ำระกำใจอย่างสุดแสนจะพรรณนา
และล่าสุดเธอก็กำลังเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น โดยมีข้ออ้างว่าไปเพื่อร่วมประชุมนานาชาติเรื่อง Future of Asia ณ กรุงโตเกียว
มีผู้อยากรู้ว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีไทยรายนี้จึงต้องขยันเดินทางไปต่างประเทศเสียเหลือเกิน ไปทำไม ไปแล้วประเทศไทยได้ผลประโยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรมกระนั้นหรือ ต้องยอมรับว่านายกรัฐมนตรีไทยรายนี้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยเสียจนน่าสงสัย ว่าไปทำไม ไปเพื่ออะไร
มีหลายต่อหลายคนที่ไม่ค่อยปลื้มพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีตั้งคำถามว่า เมื่อไร นายกรัฐมนตรีจะไปเยือนขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้บ้าง เพราะแมวน้ำ สิงโตทะเล เพนกวิน หมีขาว อาจจะอยากให้นายกรัฐมนตรีของไทยไปเยือนบ้าง เพราะเคยได้ยินแต่ชื่อเสียงผู้นำสูงสุดทางการเมืองไทยคนนี้มานาน จึงอยากเห็นตัวเป็นๆ บ้าง จะได้รู้ว่าเหมือนกับคำเล่าลือหรือไม่
อาจจะเป็นเรื่องที่เร็วจนเกินไป ที่จะหาข้อพิสูจน์ได้ว่าการไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีและคณะในแต่ละครั้งช่วยสร้างผลประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง แต่ถ้าหากเดินทางเจรจาการค้ากับต่างชาติแล้วได้ผลประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง แล้วเหตุใดข้าวไทยยังล้นโกดังอยู่เหมือนเดิม แต่ทว่าสิ่งที่เห็นชัดๆ ก็คือการเดินทางทุกครั้งต้องใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินอย่างแน่นอน ใช้งบมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับไปนานกี่วัน ไปไกลแค่ไหน และยกโขยงกันไปครั้งละกี่สิบคน
ไม่มีใครหวงห้ามนายกรัฐมนตรีที่จะใช้ตำแหน่งความเป็นผู้นำการเมืองของประเทศเดินทางไปต่างประเทศ หากไปแล้วทำให้ประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุด แต่ยืนยันว่าไม่มีใครปลาบปลื้มที่นายกรัฐมนตรีจะเน้นแค่เพียงการเดินทางแบบบินว่อนไปว่อนมาเสมือนไม่มีอะไรจะทำ แล้วไปถ่ายรูปโดยสวมชุดประจำชาติของชาติต่าง ๆ แต่
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีคนรักชาติคนไหนสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปกล่าวร้ายประเทศไทยด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นความจริง
http://www.naewna.com/politic/columnist/6843
......................................................................................................................................................................................
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีคนรักชาติคนไหนสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปกล่าวร้ายประเทศไทยด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นความจริง
คนเสื้อแดง คนมีใจเป็นธรรม และคนที่อยากเห็นประเทศไทยพัฒนา
จึงสนับสนุนให้นายกฯยิ่งลักษณ์ เดินทางไปเล่าความจริงให้นานาอารยประเทศรับรู้อีกในครั้งต่อๆ ไป
เพื่อให้ต่างชาติได้เข้าใจ การเมืองการปกครองที่แท้จริงของไทยในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร?
และเพื่อยืนยันว่า นายกฯหญิงคนปัจจุบันของประเทศไทย กำลังพยายามผลักดันให้การเมืองการปกครองของไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เหมือนกับประเทศของเขาที่ไทยได้ไปเยือน
เศรษฐกิจการลงทุน คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าไทยยังคงนอนป่วยอยู่แต่ในบ้าน รอให้ผู้ลงทุนเข้ามาหยิบยื่นนำเสนอผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ให้ไทย แลกกับประโยชน์ก้อนใหญ่ของเขา
ถ้าเรา(ไทย)เก่งและมั่นใจ เราต้องเดินออกไปประกาศให้เขารู้ ให้เขาเชื่อมั่น และเกิดความต้องการที่จะร่วมลงทุนในอัตราส่วนที่แฟร์ๆ กัน
เก่งแต่ในบ้าน(ในรู) มันใช้ไม่ได้กับสากล
นายกรัฐมนตรีไทยนิยมเดินทางท่องต่างแดน?........ ไปแล้วได้ประโยชน์อะไรกลับมา (กระทู้เอาใจสลิ่ม)
เคยมีการตั้งคำถามกันในหมู่นักข่าวสายการเมืองและสายการเศรษฐกิจของไทยกลุ่มหนึ่งว่า มีใครจำได้บ้างไหมว่านายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปต่างประเทศหลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วทั้งหมดกี่ประเทศ ไปแล้วประเทศไทยได้อะไรบ้าง การเดินทางแต่ละครั้งมีการขนผู้คนไปกี่มากน้อย ต้องสิ้นเปลืองสูญเสียเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนเท่าไร
คุณๆ เชื่อไหมว่า นักข่าวเกือบทุกคนที่ได้คุยด้วย ตอบตรงกันว่า รู้ว่านายกรัฐมนตรีไปหลายประเทศเหลือเกิน ไปเสียจนจำไม่ได้ว่าไปไหนบ้าง หากจะเอาคำตอบจริงๆ ต้องขอเวลาค้น เพราะเธอเดินทางบ่อยมาก มากจนงงว่าไปทำไมกันนักกันหนา เพราะเธอเดินทางไปต่างประเทศทั้งที่เป็นและไม่เป็นทางการ แต่ที่จำได้แม่น ๆ ก็คือการเดินทางไปกรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย เมื่อไม่นานมานี้ แล้วไปกล่าวบนเวทีนานาชาติจนกลายเป็นเรื่องครึกโครมไปทั้งแผ่นดิน เนื่องจากเธอไปพิลาปรำพันถึงการที่รัฐบาลพี่ชายของเธอถูกทำรัฐประหาร จนทำให้ครอบครัวของเธอต้องเจ็บช้ำระกำใจอย่างสุดแสนจะพรรณนา
และล่าสุดเธอก็กำลังเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น โดยมีข้ออ้างว่าไปเพื่อร่วมประชุมนานาชาติเรื่อง Future of Asia ณ กรุงโตเกียว
มีผู้อยากรู้ว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีไทยรายนี้จึงต้องขยันเดินทางไปต่างประเทศเสียเหลือเกิน ไปทำไม ไปแล้วประเทศไทยได้ผลประโยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรมกระนั้นหรือ ต้องยอมรับว่านายกรัฐมนตรีไทยรายนี้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยเสียจนน่าสงสัย ว่าไปทำไม ไปเพื่ออะไร
มีหลายต่อหลายคนที่ไม่ค่อยปลื้มพฤติกรรมของนายกรัฐมนตรีตั้งคำถามว่า เมื่อไร นายกรัฐมนตรีจะไปเยือนขั้วโลกเหนือหรือขั้วโลกใต้บ้าง เพราะแมวน้ำ สิงโตทะเล เพนกวิน หมีขาว อาจจะอยากให้นายกรัฐมนตรีของไทยไปเยือนบ้าง เพราะเคยได้ยินแต่ชื่อเสียงผู้นำสูงสุดทางการเมืองไทยคนนี้มานาน จึงอยากเห็นตัวเป็นๆ บ้าง จะได้รู้ว่าเหมือนกับคำเล่าลือหรือไม่
อาจจะเป็นเรื่องที่เร็วจนเกินไป ที่จะหาข้อพิสูจน์ได้ว่าการไปต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีและคณะในแต่ละครั้งช่วยสร้างผลประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง แต่ถ้าหากเดินทางเจรจาการค้ากับต่างชาติแล้วได้ผลประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง แล้วเหตุใดข้าวไทยยังล้นโกดังอยู่เหมือนเดิม แต่ทว่าสิ่งที่เห็นชัดๆ ก็คือการเดินทางทุกครั้งต้องใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินอย่างแน่นอน ใช้งบมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับไปนานกี่วัน ไปไกลแค่ไหน และยกโขยงกันไปครั้งละกี่สิบคน
ไม่มีใครหวงห้ามนายกรัฐมนตรีที่จะใช้ตำแหน่งความเป็นผู้นำการเมืองของประเทศเดินทางไปต่างประเทศ หากไปแล้วทำให้ประเทศชาติได้ประโยชน์สูงสุด แต่ยืนยันว่าไม่มีใครปลาบปลื้มที่นายกรัฐมนตรีจะเน้นแค่เพียงการเดินทางแบบบินว่อนไปว่อนมาเสมือนไม่มีอะไรจะทำ แล้วไปถ่ายรูปโดยสวมชุดประจำชาติของชาติต่าง ๆ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีคนรักชาติคนไหนสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปกล่าวร้ายประเทศไทยด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นความจริง
http://www.naewna.com/politic/columnist/6843
......................................................................................................................................................................................
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่มีคนรักชาติคนไหนสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปกล่าวร้ายประเทศไทยด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นความจริง
คนเสื้อแดง คนมีใจเป็นธรรม และคนที่อยากเห็นประเทศไทยพัฒนา
จึงสนับสนุนให้นายกฯยิ่งลักษณ์ เดินทางไปเล่าความจริงให้นานาอารยประเทศรับรู้อีกในครั้งต่อๆ ไป
เพื่อให้ต่างชาติได้เข้าใจ การเมืองการปกครองที่แท้จริงของไทยในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร?
และเพื่อยืนยันว่า นายกฯหญิงคนปัจจุบันของประเทศไทย กำลังพยายามผลักดันให้การเมืองการปกครองของไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เหมือนกับประเทศของเขาที่ไทยได้ไปเยือน
เศรษฐกิจการลงทุน คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าไทยยังคงนอนป่วยอยู่แต่ในบ้าน รอให้ผู้ลงทุนเข้ามาหยิบยื่นนำเสนอผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ให้ไทย แลกกับประโยชน์ก้อนใหญ่ของเขา
ถ้าเรา(ไทย)เก่งและมั่นใจ เราต้องเดินออกไปประกาศให้เขารู้ ให้เขาเชื่อมั่น และเกิดความต้องการที่จะร่วมลงทุนในอัตราส่วนที่แฟร์ๆ กัน
เก่งแต่ในบ้าน(ในรู) มันใช้ไม่ได้กับสากล