เริ่มแรกเดิมที่เพื่อนชวนไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ไม่มีงบขนาดนั้นเลยมองหาทริปที่ถูกลงมาก็คือไปเกาหลีแทน เพื่อนที่เคยไปมาก่อนก็แนะนำไกด์ให้คนนึงให้เค้าช่วยหาโปรแกรมที่ตรงกับวันที่เราต้องการให้ แต่ก็ยังไม่ถูกใจ สุดท้ายเราเสิจหาเองจนเจอโปรแกรม Knock Knock sale ราคาทัวร์ 13900 บาท เอ๊ะทำไมมันถูกจังนะ จะหลอกหรือเปล่าเนี่ย ลองโทรไปถามดูว่ายังมีที่เหลือหรือเปล่า ปรากฏว่าเต็ม ต้องรอตอนเย็นอีกทีว่าจะมีคนไม่โอนเงินค่าทัวร์หรือไม่ ถ้าไม่โอนสิทธินั้นก็เป็นของเรา และแล้วตอนเย็นเขาก็โทรมาบอกว่าว่าง ให้รีบโอนภายใน17.30เลยนะ ถ้าไม่งั้นที่นั่งจะปล่อยให้คนอื่น เรากับเพื่อนก็แอบกลัวๆอยู่ว่าจะโดนหลอกเปล่าวะ เพื่อนเลยเอาเลขจดทะเบียนพาณิชย์ไปเช็คดู ก็มีชื่ออยู่จริง ก็เลยตัดสินใจโอนเงินเรียบร้อยทั้งสองคน แล้วก็ส่งรูปพาสปอร์ตไป บริษัทก็ส่งใบinvoiceกับโปรแกรมทัวร์มา ประมาณ2วันก่อนเดินทางบริษัทก็ส่ง online ticket เราเอาตั๋วไปแลกคูปองที่ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี www.kto.or.th ที่อยู่Explanadeด้วยเผื่อว่าจะได้ใช้ (สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้)
เริ่มเดินทาง...
18พ.ค.56 นัดเจอกันที่counter F เวลา21.00
พอไปถึงก็เจอหัวหน้าทัวร์ชื่อพี่นมสด เก็บพาสปอร์ตเราไปออกตั๋ว เราเดินทางด้วยสายการบิน Business Air ไฟล์ท 8B 868 เครื่องออก 00.10 ทั้งลำมีแต่คนไทยที่ไปเที่ยวทัวร์โปรแกรมนี้เหมือนกัน แต่ซื้อมาจากคนละบริษัท สภาพภายในเครื่องก็ดูเก่าๆหน่อย เพราะบินแบบ low cost หนิ จะเอาไรมาก อาหารที่บริการก็มีน้ำเปล่าขวดเล็ก เราเลือกกินข้าวไก่อบ รสชาติก็ใช้ได้ มีลิสเตอร์รีนแจกด้วย หลับตั้งแต่เครื่องขึ้น นั่งเครื่องระยะเวลา 5 ชม.ก็ถึงสนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้
อาหารบนเครื่อง
ชอบสนามบินมากเลย ดูสะอาด กว้างขวางกว่าบ้านเราเยอะ เขาจะแยกเป็นอาคารAสำหรับKorean Air เขาจะให้คนในชาติตัวเองก่อนเสมอ ส่วนสายการบินประเทศอื่นๆต้องมาที่อาคารB จะมีรถไฟจากอาคารAมาอาคารB รถไฟก็กว้างกว่าด้วยเหมาะกับคนเดินทางที่มีกระเป๋าใบใหญ่ บริเวณสายพานรับกระเป๋าก็กว้างดี
รอรถไฟไปอาคารA

สายพานรับกระเป๋า

อุปกรณ์ช่วยชีวิต
19พ.ค.56 โปรแกรมหมู่บ้านฝรั่งเศส-Skin Anniversary-เกาะนามิ
เดินทางถึงสนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เวลา 7.30 พี่นมสดนัดแนะวิธิการผ่านตม. และก็ที่รับกระเป๋า ตอนจะผ่านตม.แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกันกลัวไม่ผ่าน พอถึงคิวเราก็ยื่นพาสปอร์ตแล้วก็แนบใบเข้าประเทศให้ไปละ เจ้าหน้าที่ดันมาถามว่าใบนั้นอยู่ไหน ไอ้เราก็งง เพราะว่าก็ใส่ไปกับพาสปอร์ตแล้ว แต่นางดันหาไม่เจอ แถมนางพูดภาษาอังกฤษที่ดิชั้นไม่สามารถเข้าใจได้ ก็เลยเปิดพาสปอร์ตว่านี่ไง ทำไมหาไม่เจอยะ ชั้นแนบให้แล้ว หน้านางก็ไม่รับแขกเอาซะเล้ยยย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ไม่ได้ขอดูเอกสารอะไรเพิ่มเติมเลย จากนั้นก็ไปเอากระเป๋า ประมาณ9.00ออกมาข้างนอกมานั่งรอคนที่โดนเรียกเข้าห้อง เห็นว่าเป็นคนที่จะหนีมาทำงานที่นี่มี 3 คน โดนเรียกเก็บค่านายหน้าไปตั้ง80000บาท พวกนี้เขาใช้วิธีมากับทัวร์แล้วก็แยกตัวไปอย่างเงียบๆ เพราะค่าทัวร์ถูกกว่าซื้อตั๋วเองหนิ 3คนนั้นก็ยืนยันว่าไม่ไปกับทัวร์รอคนมารับ ที่เหลือก็มาขึ้นรถบัส สรุปว่ามีทั้งหมด 34 ชีวิตที่ร่วมโปรแกรมนี้ มีแต่ลุงๆป้าๆทั้งนั้นเลย อากาศเช้านี้อึมครึมมาก มีละอองฝนหน่อยๆ เพราะว่าเมื่อคืนฝนตก พอขึ้นรถปั๊บก็แนะนำตัวไกด์ มีพี่เบนนี่ เป็นคนไทยที่แต่งงานกับสามีคนเกาหลี อยู่เกาหลีมา13ปีแล้ว มีลูกสาว1คน อีกคนเป็นคนเกาหลีชื่อจิน เป็นผู้ช่วยคอยยกกระเป๋า ถ่ายรูป เติมอาหาร และคนขับรถชื่อ Mr.Lee เราก็ต้องทำการทักทายคนขับรถทุกเช้า เป็นการนับถืออาวุโสกันด้วยคำว่า "กิสนิม อันยองฮาเซโย" ทุกคนนะจ๊ะ ว่าแล้วพี่เบนก็เริ่มเล่าเรื่องแรงงานที่หนีมาทำงานที่เกาหลีในระหว่างทางที่เราไปที่จ.คังวอนโด ที่แรกก็คือหมู่บ้าน
La Provence หมู่บ้านฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่จังหวัดที่ห่างจากเกาหลีเหนือแค่แม่น้ำกั้น650เมตร สามารถมองเห็นฝั่งเกาหลีได้เลย ไปถึงก็เจอแต่คนไทย รู้สึกว่าจากเครื่องบินลำเดียวกันจะแบ่งเป็น3รถบัส แล้วก็เที่ยวที่เดียวกันด้วย อากาศค่อนข้างเย็น ไม่มีแดด ร้านค้าก็ยังไม่ค่อยเปิด ของที่แนะนำให้ซื้อที่นี่คือ ขนมปังกระเทียม รู้ว่าหอมเพราะมีคนในรถซื้อมาแต่ไม่รู้ว่าอร่อยป่าวนะ
พี่เบนนี่ ไกด์ที่อยู่เกาหลี
พี่นมสด ไกด์จากไทย
หมู่บ้านฝรั่งเศส La Provence
จากนั้นก็ไปที่
Skin Anniversary ที่นี่จะมี Teddy Bear ที่แต่งตัวเป็นดาราเกาหลี แล้วก็มีผนังถ่ายรูป3Dได้ เค้าให้เราไปตรวจสภาพผิวหน้าก่อนที่จะได้รับมาส์กที่เหมาะกับผิวตัวเอง ของเราได้A3 คือต้องเพิ่ม Whitening ส่วนเพื่อนได้C1ต้องเพิ่มความชุ่มชื้น ทุกคนไปนอนเรียงกันบนเตียง ให้พนักงานเช็ดหน้า แล้วก็นวดหน้า ตอนที่นวดหน้าเรารู้สึกว่าทำไมพนักงานมันมือหนักจังวะ หรือว่าต้องขนาดนี้อยู่แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าคนทำดั้งมา ดั้งไม่เบี้ยวหรือนี่จะนวดแรงไปไหม ก็นอนเอามาส์กแปะหน้าไป30นาที แอบเคลิ้มหลับไปเหมือนกัน สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนกรน ตอนนอนรู้สึกว่าจะปิดแอร์ด้วยนะ มีเพลงให้ฟังเบาๆ ห้องเงียบมากจนได้ยินเสียงกรนชัดมากกก จากนั้นก็ไปฟังเขาอธิบายตัวเครื่องสำอางต่างๆ ราคาประมาณ35000วอนทั้งนั้น เขาบอกไม่ซื้อไม่เป็นไร ก็เลยไม่มีใครซื้อซักคน เซลคงเซ็งน่าดู
หมีมาส์กหน้า
บัตรตรวจหน้า
โบรชัวร์ภาษาไทย
SNSD Teddy bear
แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงมื้อแรกคือ
ข้าวยำเกาหลี บิบิมบับ ไม่ได้ใส่หม้อดินร้อนเหมือนบ้านเรา เป็นแค่ผักคลุกข้าวราดด้วยซอสเผ็ดกับเต้าเจี้ยว และก็มีอาหารอื่นๆให้ตักได้ โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบข้าวยำเกาหลีอยู่แล้ว แต่มาถึงเกาหลีแล้วก็ต้องลองตักกินทุกอย่าง อย่างละหน่อยพอให้รู้เท่านั้นก็พอ (ไกด์บอกว่าอย่ากินทิ้งกินขว้างเพราะที่เกาหลีมีเวลาปลูกได้แค่3เดือน ต้องกินให้หมด ชุดนึงกิน4คน ไม่พอเติมได้ แต่เติมแล้วต้องกินให้หมดนะ)
บิบิมบับ
ลองชิม
กินเสร็จก็เดินทางไป
เกาะนามิ คนไทยก็เยอะ เกาหลีก็เยอะมากันเป็นคู่ๆ เกาะนามิเหมาะกับการมาเดทกันล่ะมั้ง ไกด์พาเราเดินไปจนถึงจุดไฮไลท์ แล้วปล่อยให้เดินตามอัธยาศัย จุดเด่นที่นี่ก็คือ แนวต้นสน แนวต้นแปะก๊วย และรูปปั้นแบยองจุน-ชอยจีวู จะบอกว่าเรากับเพื่อนเดินเลยรูปปั้น หาไม่เจอซะงั้นทั้งๆที่อยู่ใกล้แนวสนที่เดินผ่านมาแล้ว เฮอๆๆ วันนี้ดินค่อนข้างเละ เพราะเมื่อคืนฝนตก เดินมองคู่รักเกาหลีไปเรื่อยๆ หน้าตาคนเกาหลีก็มีหล่อๆสวยๆแบบไม่ศัลยกรรมก็เยอะนะ เด็กๆก็ยิ่งหน้าตาหน้ารักเลยล่ะ แอบถ่ายมาหลายคนเหมือนกัน
เรือไปเกาะนามิ
แนวต้นสน
โบรชัวร์ภาษาไทย
สุดท้ายมื้อเย็นมากิน
ทัคคาลบี คือไก่ผัดกับข้าวคลุกซอส แล้วก็ห่อด้วยผัก ใส่ซอสและกระเทียมสด ชอบเมนูนี้ อร่อยดีอะ กินข้าวเย็นกันตอน 17.00น. แน่ะ กลางคืนต้องหิวแน่ๆ
ทัคคาลบี
เราต้องเดินทางไปที่พักที่จ.เคียงกีโด โดยพักที่โรงแรม
SIHUENG TOURIST HOTEL โรงแรมค่อนข้างเก่าอายุประมาณ10ปีได้แล้ว ในห้องมีน้ำ2ขวด ไดร์เป่าผม อุปกรณ์ในห้องน้ำมีสบู่ แปรงสีฟัน หมวกอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว โดยรอบโรงแรมก็มีร้านอาหาร บาร์ ร้านคาราโอเกะ มินิมาร์ท C4U 7-11 แต่คืนนี้เป็นคืนวันอาทิตย์ค่อนข้างเงียบเหงา แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาจะคึกคักกว่านี้ เรากับเพื่อนก็ออกไปเดินสำรวจเล่นๆ ไปซื้อขนมจาก7-11มากิน ซึ่งก็คือ ช็อกโกแลตเห็ด นมสตรอเบอรี่ นมกล้วย บราวนี่ รีบกลับมาจะดูคุณชายหมอ แต่wifiไม่เอื้ออำนวยเสียเลย ด้วยความเซ็งก็เลยนอนซะเลย จะได้เก็บแรงไปเที่ยวพรุ่งนี้ต่อ
หน้าโรงแรม
ในห้องพัก
นามบัตรโรงแรม

To be continued...
รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (2)
http://pantip.com/topic/30525424
รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (3)
http://pantip.com/topic/30525665
รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (4)
http://pantip.com/topic/30525823
[CR] รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (1)
เริ่มเดินทาง...
18พ.ค.56 นัดเจอกันที่counter F เวลา21.00
พอไปถึงก็เจอหัวหน้าทัวร์ชื่อพี่นมสด เก็บพาสปอร์ตเราไปออกตั๋ว เราเดินทางด้วยสายการบิน Business Air ไฟล์ท 8B 868 เครื่องออก 00.10 ทั้งลำมีแต่คนไทยที่ไปเที่ยวทัวร์โปรแกรมนี้เหมือนกัน แต่ซื้อมาจากคนละบริษัท สภาพภายในเครื่องก็ดูเก่าๆหน่อย เพราะบินแบบ low cost หนิ จะเอาไรมาก อาหารที่บริการก็มีน้ำเปล่าขวดเล็ก เราเลือกกินข้าวไก่อบ รสชาติก็ใช้ได้ มีลิสเตอร์รีนแจกด้วย หลับตั้งแต่เครื่องขึ้น นั่งเครื่องระยะเวลา 5 ชม.ก็ถึงสนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้
อาหารบนเครื่อง
ชอบสนามบินมากเลย ดูสะอาด กว้างขวางกว่าบ้านเราเยอะ เขาจะแยกเป็นอาคารAสำหรับKorean Air เขาจะให้คนในชาติตัวเองก่อนเสมอ ส่วนสายการบินประเทศอื่นๆต้องมาที่อาคารB จะมีรถไฟจากอาคารAมาอาคารB รถไฟก็กว้างกว่าด้วยเหมาะกับคนเดินทางที่มีกระเป๋าใบใหญ่ บริเวณสายพานรับกระเป๋าก็กว้างดี
รอรถไฟไปอาคารA
สายพานรับกระเป๋า
อุปกรณ์ช่วยชีวิต
19พ.ค.56 โปรแกรมหมู่บ้านฝรั่งเศส-Skin Anniversary-เกาะนามิ
เดินทางถึงสนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เวลา 7.30 พี่นมสดนัดแนะวิธิการผ่านตม. และก็ที่รับกระเป๋า ตอนจะผ่านตม.แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกันกลัวไม่ผ่าน พอถึงคิวเราก็ยื่นพาสปอร์ตแล้วก็แนบใบเข้าประเทศให้ไปละ เจ้าหน้าที่ดันมาถามว่าใบนั้นอยู่ไหน ไอ้เราก็งง เพราะว่าก็ใส่ไปกับพาสปอร์ตแล้ว แต่นางดันหาไม่เจอ แถมนางพูดภาษาอังกฤษที่ดิชั้นไม่สามารถเข้าใจได้ ก็เลยเปิดพาสปอร์ตว่านี่ไง ทำไมหาไม่เจอยะ ชั้นแนบให้แล้ว หน้านางก็ไม่รับแขกเอาซะเล้ยยย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ ไม่ได้ขอดูเอกสารอะไรเพิ่มเติมเลย จากนั้นก็ไปเอากระเป๋า ประมาณ9.00ออกมาข้างนอกมานั่งรอคนที่โดนเรียกเข้าห้อง เห็นว่าเป็นคนที่จะหนีมาทำงานที่นี่มี 3 คน โดนเรียกเก็บค่านายหน้าไปตั้ง80000บาท พวกนี้เขาใช้วิธีมากับทัวร์แล้วก็แยกตัวไปอย่างเงียบๆ เพราะค่าทัวร์ถูกกว่าซื้อตั๋วเองหนิ 3คนนั้นก็ยืนยันว่าไม่ไปกับทัวร์รอคนมารับ ที่เหลือก็มาขึ้นรถบัส สรุปว่ามีทั้งหมด 34 ชีวิตที่ร่วมโปรแกรมนี้ มีแต่ลุงๆป้าๆทั้งนั้นเลย อากาศเช้านี้อึมครึมมาก มีละอองฝนหน่อยๆ เพราะว่าเมื่อคืนฝนตก พอขึ้นรถปั๊บก็แนะนำตัวไกด์ มีพี่เบนนี่ เป็นคนไทยที่แต่งงานกับสามีคนเกาหลี อยู่เกาหลีมา13ปีแล้ว มีลูกสาว1คน อีกคนเป็นคนเกาหลีชื่อจิน เป็นผู้ช่วยคอยยกกระเป๋า ถ่ายรูป เติมอาหาร และคนขับรถชื่อ Mr.Lee เราก็ต้องทำการทักทายคนขับรถทุกเช้า เป็นการนับถืออาวุโสกันด้วยคำว่า "กิสนิม อันยองฮาเซโย" ทุกคนนะจ๊ะ ว่าแล้วพี่เบนก็เริ่มเล่าเรื่องแรงงานที่หนีมาทำงานที่เกาหลีในระหว่างทางที่เราไปที่จ.คังวอนโด ที่แรกก็คือหมู่บ้าน La Provence หมู่บ้านฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่จังหวัดที่ห่างจากเกาหลีเหนือแค่แม่น้ำกั้น650เมตร สามารถมองเห็นฝั่งเกาหลีได้เลย ไปถึงก็เจอแต่คนไทย รู้สึกว่าจากเครื่องบินลำเดียวกันจะแบ่งเป็น3รถบัส แล้วก็เที่ยวที่เดียวกันด้วย อากาศค่อนข้างเย็น ไม่มีแดด ร้านค้าก็ยังไม่ค่อยเปิด ของที่แนะนำให้ซื้อที่นี่คือ ขนมปังกระเทียม รู้ว่าหอมเพราะมีคนในรถซื้อมาแต่ไม่รู้ว่าอร่อยป่าวนะ
พี่เบนนี่ ไกด์ที่อยู่เกาหลี
พี่นมสด ไกด์จากไทย
หมู่บ้านฝรั่งเศส La Provence
จากนั้นก็ไปที่ Skin Anniversary ที่นี่จะมี Teddy Bear ที่แต่งตัวเป็นดาราเกาหลี แล้วก็มีผนังถ่ายรูป3Dได้ เค้าให้เราไปตรวจสภาพผิวหน้าก่อนที่จะได้รับมาส์กที่เหมาะกับผิวตัวเอง ของเราได้A3 คือต้องเพิ่ม Whitening ส่วนเพื่อนได้C1ต้องเพิ่มความชุ่มชื้น ทุกคนไปนอนเรียงกันบนเตียง ให้พนักงานเช็ดหน้า แล้วก็นวดหน้า ตอนที่นวดหน้าเรารู้สึกว่าทำไมพนักงานมันมือหนักจังวะ หรือว่าต้องขนาดนี้อยู่แล้ว แต่ก็คิดว่าถ้าคนทำดั้งมา ดั้งไม่เบี้ยวหรือนี่จะนวดแรงไปไหม ก็นอนเอามาส์กแปะหน้าไป30นาที แอบเคลิ้มหลับไปเหมือนกัน สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนกรน ตอนนอนรู้สึกว่าจะปิดแอร์ด้วยนะ มีเพลงให้ฟังเบาๆ ห้องเงียบมากจนได้ยินเสียงกรนชัดมากกก จากนั้นก็ไปฟังเขาอธิบายตัวเครื่องสำอางต่างๆ ราคาประมาณ35000วอนทั้งนั้น เขาบอกไม่ซื้อไม่เป็นไร ก็เลยไม่มีใครซื้อซักคน เซลคงเซ็งน่าดู
หมีมาส์กหน้า
บัตรตรวจหน้า
โบรชัวร์ภาษาไทย
SNSD Teddy bear
แล้วก็ไปกินข้าวเที่ยงมื้อแรกคือ ข้าวยำเกาหลี บิบิมบับ ไม่ได้ใส่หม้อดินร้อนเหมือนบ้านเรา เป็นแค่ผักคลุกข้าวราดด้วยซอสเผ็ดกับเต้าเจี้ยว และก็มีอาหารอื่นๆให้ตักได้ โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบข้าวยำเกาหลีอยู่แล้ว แต่มาถึงเกาหลีแล้วก็ต้องลองตักกินทุกอย่าง อย่างละหน่อยพอให้รู้เท่านั้นก็พอ (ไกด์บอกว่าอย่ากินทิ้งกินขว้างเพราะที่เกาหลีมีเวลาปลูกได้แค่3เดือน ต้องกินให้หมด ชุดนึงกิน4คน ไม่พอเติมได้ แต่เติมแล้วต้องกินให้หมดนะ)
บิบิมบับ
ลองชิม
กินเสร็จก็เดินทางไปเกาะนามิ คนไทยก็เยอะ เกาหลีก็เยอะมากันเป็นคู่ๆ เกาะนามิเหมาะกับการมาเดทกันล่ะมั้ง ไกด์พาเราเดินไปจนถึงจุดไฮไลท์ แล้วปล่อยให้เดินตามอัธยาศัย จุดเด่นที่นี่ก็คือ แนวต้นสน แนวต้นแปะก๊วย และรูปปั้นแบยองจุน-ชอยจีวู จะบอกว่าเรากับเพื่อนเดินเลยรูปปั้น หาไม่เจอซะงั้นทั้งๆที่อยู่ใกล้แนวสนที่เดินผ่านมาแล้ว เฮอๆๆ วันนี้ดินค่อนข้างเละ เพราะเมื่อคืนฝนตก เดินมองคู่รักเกาหลีไปเรื่อยๆ หน้าตาคนเกาหลีก็มีหล่อๆสวยๆแบบไม่ศัลยกรรมก็เยอะนะ เด็กๆก็ยิ่งหน้าตาหน้ารักเลยล่ะ แอบถ่ายมาหลายคนเหมือนกัน
เรือไปเกาะนามิ
แนวต้นสน
โบรชัวร์ภาษาไทย
สุดท้ายมื้อเย็นมากิน ทัคคาลบี คือไก่ผัดกับข้าวคลุกซอส แล้วก็ห่อด้วยผัก ใส่ซอสและกระเทียมสด ชอบเมนูนี้ อร่อยดีอะ กินข้าวเย็นกันตอน 17.00น. แน่ะ กลางคืนต้องหิวแน่ๆ
ทัคคาลบี
เราต้องเดินทางไปที่พักที่จ.เคียงกีโด โดยพักที่โรงแรม SIHUENG TOURIST HOTEL โรงแรมค่อนข้างเก่าอายุประมาณ10ปีได้แล้ว ในห้องมีน้ำ2ขวด ไดร์เป่าผม อุปกรณ์ในห้องน้ำมีสบู่ แปรงสีฟัน หมวกอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว โดยรอบโรงแรมก็มีร้านอาหาร บาร์ ร้านคาราโอเกะ มินิมาร์ท C4U 7-11 แต่คืนนี้เป็นคืนวันอาทิตย์ค่อนข้างเงียบเหงา แต่ถ้าเป็นวันธรรมดาจะคึกคักกว่านี้ เรากับเพื่อนก็ออกไปเดินสำรวจเล่นๆ ไปซื้อขนมจาก7-11มากิน ซึ่งก็คือ ช็อกโกแลตเห็ด นมสตรอเบอรี่ นมกล้วย บราวนี่ รีบกลับมาจะดูคุณชายหมอ แต่wifiไม่เอื้ออำนวยเสียเลย ด้วยความเซ็งก็เลยนอนซะเลย จะได้เก็บแรงไปเที่ยวพรุ่งนี้ต่อ
หน้าโรงแรม
ในห้องพัก
นามบัตรโรงแรม
To be continued...
รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (2)
http://pantip.com/topic/30525424
รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (3)
http://pantip.com/topic/30525665
รีวิว ทัวร์เกาหลีใต้ 18-22 พ.ค. 56 (4)
http://pantip.com/topic/30525823