ฉันกำลังอึดอัดกับที่มาของลูกหรือความรู้สึกกลัวของตัวเอง?

กระทู้คำถาม
ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นเหมือนเราไหมนะ เรากำลังสับสนตัวเองว่าตกลงเรากำลังอดทนกับตัวเองหรือกับลูกกันแน่ เรื่องของเรื่องคือเรากับแฟนอายุมากแล้วแต่ยังไม่มีลูกและคิดว่าคงไม่มีกับเขาแล้ว วันนึงเราเกิดขอลูกที่วัดๆนึงค่ะ จากนั้นก็ฝันว่ามีเด็กผู้หญิงมาเรียกแม่ บอกว่าหนูเข้าไปหาแม่ไม่ได้ แม่ช่วยหนูหน่อย แล้วเราก็รู้สึกเหมือนมีใครอยู่ด้วยตลอด ไปปรึกษาพี่ๆเขาพาไปหาหลวงพ่อที่นับถือ ท่านบอกว่าห้ามบอกใครว่าท่านทำอะไรให้ แล้วสั่งให้เราไปปฏิบัติตัวและทำอย่างที่ท่านสั่งแล้วกลับไปหาท่านอีกครั้ง พอครบกำหนดก็ไปพบท่านกับคุณแฟน ท่านก็พยักหน้ายิ้มๆ (หลวงพ่อเข้าพบยากมาก ถึงคิวต้องรีบเลย) หลายวันผ่านไปเราเห็นพระเดินเข้าห้องแล้วให้เรามองไปที่มือซึ่งมือดวงไฟกลมๆเล็กๆสีทองอยู่ แล้วท่านก็ยื่นให้ เรารีบปลุกแฟนเลยค่ะ บอกว่าสงสัยเราจะท้อง แล้วก็ท้องจริงๆ ซึ่งด้วยวัยและสรีระเราเนี่ย โอกาสท้องแทบไม่มี ตอนท้องนี้หมอประคบประหงมมาก มีภาวะแท้งตลอดแต่ก็ไม่แท้ง คนรอบข้างก็แปลกใจ แต่เรากินอะไรไม่ได้เลยนะ อาเจียนตลอด เริ่มสังเกตตัวเองว่าวันพระจะเหม็นเนื้อสัตว์ กินไม่ได้ ก็หยุดกินเลย ครบสามเดือนก็ยังไม่หายแพ้ จนคืนนึงฝันว่าเดินเข้าห้องนอนตัวเองแต่ทั้งห้องกลายเป็นสีขาวหมด มีพระสงฆ์รูปงามนอนอยู่บนที่นอน มีพระอีกสองรูปนั่งอยู่ข้างๆ ท่านมองมาทางเราแล้วบอกว่า หลวงพี่อาพาธ พรุ่งนี้ถวายข้าวผัดไข่นะ เราพยักหน้า ตอนเช้าบอกที่บ้านว่าจะกินข้าวผัดไข่ ปรากฏว่ากินได้หมดเลย ไม่อาเจียน จากนั้นไข่ก็เป็นอาหารหลักของวันพระ
ลูกเราคลอดก่อนกำหนดด้วยภาวะของตัวเรา (เป็นที่แปลกใจของทุกคนว่ารอดได้ไง) วันผ่าตัดมีคนมากระซิบที่หูว่าลูกตัวเล็กนะ เด็กยังลอยตัวอยู่ เราสวดมนต์ตลอด ขอให้ลูกแข็งแรง เด็กออกมาแข็งแรงดีค่ะ เราก็ดูแลตามประสาแม่ทั่วไป รัก ทะนุถนอมกันทั้งบ้าน เพราะเพิ่งจะมีหลานสาวคนแรก ซึ่งที่บ้านเราแปลกใจนะว่าเราฝันเห็นพระแต่ทำไมได้ลูกสาว เราก็แปลกใจ แต่เห่อลูกจนลืมเรื่องที่มาของลูกเสียสนิท จนเมื่อลูกเริ่มนั่ง คนเลี้ยง (เราจ้างญาติมาเลี้ยงที่บ้าน) เริ่มสังเกตว่าลูกนั่งพับเพียบอย่างเดียว ไม่เหมือนเด็กอื่น เราสังเกตดูก็เห็นว่าจริง และเมื่อถึงวันโกน (ก่อนวันพระ) วัดที่บ้านจะเปิดเครื่องกระจายเสียงบอกและเทศน์โปรดชาวบ้าน ลูกจะหยุดเล่นแล้วยกมือขึ้นพนม เราเห็นแล้วก็อึ้ง ยิ่งเริ่มรู้เรื่อง เคลื่อนไหวได้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราแปลกใจ เช่น กลางคืนวันโกนจะนอนดึก ลุกขึ้นนั่ง พึมพำบ้าง ยกมือยกไม้บ้าง จนเรารู้สึกบอกไม่ถูก เราบอกลูกว่าไม่ว่าลูกจะเป็นใครมาจากไหน แต่ชาตินี้หนูเป็นลูกแม่นะ แม่อยู่นี่นะ จนถึงวันนี้เวลาลูกลุกขึ้นไม่มีเหตุผลก็จะบอกเขาตลอดว่าแม่อยู่นี่ๆ แล้วโอบกอดเขาไว้ แฟนเราก็อยู่ไกลกัน วันที่เขาหยุดได้กลับบ้านก็จะเล่าให้เขาฟัง ไม่กล้าบอกคนอื่นในบ้าน แต่คนเลี้ยงเคยมานอนด้วยครั้งนึง หลังจากนั้นเวลาเราชวนเขาจะบ่ายเบี่ยงตลอด บอกว่ามานอนแล้วไม่ค่อยได้นอนเด็กดิ้นทั้งคืน
จนลูกครบขวบนึงเรากับแฟนตัดสินใจพาไปกราบหลวงพ่อ เพราะเราเริ่มรู้สึกสับสน จากที่คิดว่าไม่มีอะไร ไม่เป็นไร บางครั้งลูกหลับแล้วเราไปเข้าห้องน้ำ กลับมาเปิดประตูห้องก็เห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ เป็นแบบนี้หลายครั้ง จนตั้งนั่งคุยกับแฟนจริงๆจังๆว่าเราจะเอายังไงกันดี ถ้าเป็นพระมาเกิด ทำไมเราเห็นเด็กผู้หญิงล่ะ แฟนบอกว่าท่านอาจจะเกิดเป็นเด็กผู้หญิงแล้วเสียก่อนกำหนดเลยมาขอเกิดใหม่เพราะยังไม่หมดกรรม เราเลยกลัวๆว่าถ้าเป็นจริงอย่างแฟนพูด ลูกเราจะอายุไม่ยาว ตอนได้พบหลวงพ่อ (ชั่วแป็บเดียว) ถามท่านว่าหนูจะได้อาศัยไหมคะ ท่านตอบว่าเลี้ยงมาก็ต้องได้อาศัยสิ เรางี้ยิ้มออกเลย เพราะถ้าได้อาศัยแสดงว่าน่าจะอายุยืน แต่อาการของลูกก็ยังไม่หาย เราก็อดทน อดหลับอดนอนตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้มีผู้ชายคนนึงมาธุระที่บ้าน เขาทักว่าเหนื่อยหน่อยนะเลี้ยงคนเนี้ย (พยักหน้าไปทางลูก) เรายิ้มนิ่งๆนึกบางอย่างในใจ เขาบอกว่าอดทนนะ สัญญาณบางอย่างที่ติดตัวเขามาจะค่อยๆหายไปตามอายุ อีกไม่นานหรอก เรางี้อึ้งเลย เพราะก่อนหน้านี้ก่อนที่เราจะคลอดน่ะ เขาไม่มองเรานะแต่มองท้องแล้วบอกว่าทำไมเป็นผู้หญิงได้ล่ะเนี่ย หือ แล้วก็คุยเรื่องอื่นกับพ่อต่อ (พ่อบอกว่าเขาเป็นคนปฏิบัติธรรมถึงขั้นสูงเลยนะ แต่ว่ายังบวชเต็มตัวไม่ได้เห็นว่ารอเวลาให้หมดห่วงก่อน) ที่เรามาเล่าให้ฟังเพราะเราอัดอั้น เมื่อคืนหนักกว่าทุกวัน เราไม่สบาย ไม่ไหวเลยเรียกพ่อมานอนเป็นเพื่อน (จากที่ไม่เคยบอกพ่อกับแม่เลย) พ่อกับแม่นั่งมองอยู่พักนึง พ่อออกไปสวดมนต์ยาวแล้วกลับมานอนเป็นเพื่อนเรา ตอนเช้าพ่อบอกว่าให้เชื่อที่ผู้ชายคนนั้นบอก สักพักลูกจะหาย ลูกจะค่อยๆลืมไปเอง เราถามพ่อว่าเมื่อไหร่ล่ะพ่อ หนูเหนื่อยๆเหลือเกิน กลางวันทำงาน กลางคืนก็เลี้ยงลูกคนเดียว ถ้าลูกไม่นอนติดๆกันหลายวันนี่เหนื่อยใจแทบขาดเลยนะ พ่อบอกว่าต่อไปจะช่วยดูให้ งานบ้านตอนเช้าเราไม่ต้องทำ พ่อกับแม่จะทำเอง วันนี้ขับรถมาทำงานก็ถามตัวเองว่าเรากลัวลูกไหม คำตอบคือไม่ แล้วเรากลัวอะไร เราจะกลัวถึงเมื่อไหร่ มีลูกใครเป็นแบบลูกเราไหม ถ้ามี เขาทำอย่างไงกัน รอไปเรื่อยๆงั้นหรอ หรือการรอคอยจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรา?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่