มาจากชีวิตจริง เรื่องพ่อผม
พ่อผมทุกๆสัปดาห์ของวันจันทร์เเละ ศุกร์ จะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อบำบัดกล้ามเนื้ออ่อนล้า
เเต่ร่างกายพ่อผมก็ยังเเข็งเเรงดีคือช่วยตัวเองเดินไปเดินมาได้สะดวกอยู่ ทุกๆเช้า7โมงของ จันทร์เเละ
ศุกร์ ผมจะต้องตื่นนอน 7โมงเช้า เพื่อขับรถ(รถของบริษัท)ไปส่งพ่อผมที่โรงพยาบาลบำบัดร่างกาย
ผมก็ตื่นไปส่งอย่างนี้อยู่ทุกวันจันทร์เเละศุกร์ประมาณ 6 เดือน ผมก็เริ่มไม่อยากตื่นไปส่งเพราะ
ผมต้องไปทำงานตอนเย็น เลิกงานกว่าจะกลับถึงบ้านก็ตี 2 ทุกวัน ได้หยุดสัปดาห์ล่ะ 1 วัน เเละก็หยุด
ได้เฉพาะวันธรรมดา เสาร์อาทิตย์หยุดไม่ได้ เเต่ผมก็ยังคงเป็นห่วงพ่อผม ผมก็บอกพ่อผมว่า "เอาเงินไป
ขึ้นเเท็กซี่ไปล่ะกันพ่อ ผมตื่นไม่คอยไหวตื่นเเล้วกลับไปนอนต่อมันปวดหัวนอนไม่หลับ "พ่อผมก็ไม่ได้ว่าอะไร
บอกเเต่ว่า "เดียวพ่อไปเองได้" ผมก็รู้สึกสบายใจไปพ่อผมไม่ได้ว่าอะไร เเล้วพ่อผมก็ไปโรงพยาบาลเองอย่างงี้
อยู่ 1 เดือน มีอยู่มาวันหนึ่งผมต้องตื่นออกไปทำงานตอนเช้ากระทันหันช่วง 7 โมง ซึ่งเป็นวันที่พ่อผมต้องไป
โรงพยาบาลด้วย เเต่ผมจำไม่ได้เพราะปล่อยให่พ่อไปเองเป็นเดือนเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก ก็รีบออกไปทำงาน
ผมขับรถผ่านป้ายรถเมล์ ผมเห็นพ่อผมกำลังขึ้นรถเมล์ ผมก็เลยขับรถไปที่โรงพยาบาทซึ่งห่างจากบ้านผมประมาณ
4 กิโลเมตร เพื่อรอพ่อผมที่กำลังมาหาหมอ ผมเจอพ่อผมก็ถามทันทีว่า "ทำมั้ยพ่อไม่ขึ้นเเท๊กซี่อ่ะ มันอันตรายเงิน
ค่าเเท็กซี่ผมก็ให้ทุกวัน" พ่อผมก็ตอบกลับมาว่า "มันเปลืองเงินเก็บเงินไว้ดีกว่าบ้างอย่างประกันสังคมก็ไม่ได้จ่ายให้
เงินเดือนเองก็หมื่นต้นๆ ค่าใช้จ่ายก็มีเยอะ" ผมก็ตอบกลับไปว่า "ช่างมันเงินเเค่นั้นซื้อความปลอดภัยไว้ก่อน สะดวก
กว่าไม่ต้องเดินมากด้วย " พ่อผมก็พูดขึ้นมาว่า "พ่อคิดถึงสมัยตอนลูกเด็กๆที่ไปโรงเรียน" ตอนนั้นผมถึงกับอึ่งใน
ความหมายที่พ่อผมบอกมา เเล้วรู้สึกทันทีว่าพ่อผมต้องการอะไร พ่อผมไม่ได้อยากจะนั่งเเท็กซี่สบายๆเหมือนคนอื่นๆ
เเค่อยากให้ผมไปส่งที่โรงพยาบาล อย่างน้อยก็ได้มีเวลาพูดคุยอยู่ด้วยกันขณะขับรถมาโรงพยาบาลบ้าง เพราะผมทำ
เเต่งานมีเวลาให้น้อยลงเรื่อยๆ ทุกวันนี้บนโลกถ้าคุณอยากจะชนะใครเเค่คุณมีเงินมากๆก็พอ คุณก็เอาชนะได้
เเต่กับพ่อเเม่คุณ คุณไม่สามารถที่จะใช้เงินเอาชนะได้เลย นอกจากเวลากับความใกล้ชิดเท่านั้น มันคือสิ่งที่ตีเป็นตัวเลข
ไม่ได้เลย ตั้งเเต่วันนั้นมาผมก็ตื่นมาส่งพ่อผมด้วยความกระฉับกระเฉงทุกวัน เพราะผมรู้สึกว่าสิ่งที่พ่อผมต้องการมันน้อยมาก
เเละมันก็ทำได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องใช้เงินก็มีความสุขได้ เเละการที่ผมปล่อยให้พ่อผมไปขึ้นรถเมล์ทุกวันโดยที่ไม่รู้ ผมอาจจะ
ไม่ได้คุยกับพ่อผมอีกก็ได้ เพราะมันอาจเกิดอันตรายโดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลย
เคดิต By อยากประสบความสำเร็จ
**--*** เจอบทความดีๆ เลยเอามาให้อ่านคับ***--**
พ่อผมทุกๆสัปดาห์ของวันจันทร์เเละ ศุกร์ จะต้องไปโรงพยาบาลเพื่อบำบัดกล้ามเนื้ออ่อนล้า
เเต่ร่างกายพ่อผมก็ยังเเข็งเเรงดีคือช่วยตัวเองเดินไปเดินมาได้สะดวกอยู่ ทุกๆเช้า7โมงของ จันทร์เเละ
ศุกร์ ผมจะต้องตื่นนอน 7โมงเช้า เพื่อขับรถ(รถของบริษัท)ไปส่งพ่อผมที่โรงพยาบาลบำบัดร่างกาย
ผมก็ตื่นไปส่งอย่างนี้อยู่ทุกวันจันทร์เเละศุกร์ประมาณ 6 เดือน ผมก็เริ่มไม่อยากตื่นไปส่งเพราะ
ผมต้องไปทำงานตอนเย็น เลิกงานกว่าจะกลับถึงบ้านก็ตี 2 ทุกวัน ได้หยุดสัปดาห์ล่ะ 1 วัน เเละก็หยุด
ได้เฉพาะวันธรรมดา เสาร์อาทิตย์หยุดไม่ได้ เเต่ผมก็ยังคงเป็นห่วงพ่อผม ผมก็บอกพ่อผมว่า "เอาเงินไป
ขึ้นเเท็กซี่ไปล่ะกันพ่อ ผมตื่นไม่คอยไหวตื่นเเล้วกลับไปนอนต่อมันปวดหัวนอนไม่หลับ "พ่อผมก็ไม่ได้ว่าอะไร
บอกเเต่ว่า "เดียวพ่อไปเองได้" ผมก็รู้สึกสบายใจไปพ่อผมไม่ได้ว่าอะไร เเล้วพ่อผมก็ไปโรงพยาบาลเองอย่างงี้
อยู่ 1 เดือน มีอยู่มาวันหนึ่งผมต้องตื่นออกไปทำงานตอนเช้ากระทันหันช่วง 7 โมง ซึ่งเป็นวันที่พ่อผมต้องไป
โรงพยาบาลด้วย เเต่ผมจำไม่ได้เพราะปล่อยให่พ่อไปเองเป็นเดือนเลยไม่ได้สนใจอะไรมาก ก็รีบออกไปทำงาน
ผมขับรถผ่านป้ายรถเมล์ ผมเห็นพ่อผมกำลังขึ้นรถเมล์ ผมก็เลยขับรถไปที่โรงพยาบาทซึ่งห่างจากบ้านผมประมาณ
4 กิโลเมตร เพื่อรอพ่อผมที่กำลังมาหาหมอ ผมเจอพ่อผมก็ถามทันทีว่า "ทำมั้ยพ่อไม่ขึ้นเเท๊กซี่อ่ะ มันอันตรายเงิน
ค่าเเท็กซี่ผมก็ให้ทุกวัน" พ่อผมก็ตอบกลับมาว่า "มันเปลืองเงินเก็บเงินไว้ดีกว่าบ้างอย่างประกันสังคมก็ไม่ได้จ่ายให้
เงินเดือนเองก็หมื่นต้นๆ ค่าใช้จ่ายก็มีเยอะ" ผมก็ตอบกลับไปว่า "ช่างมันเงินเเค่นั้นซื้อความปลอดภัยไว้ก่อน สะดวก
กว่าไม่ต้องเดินมากด้วย " พ่อผมก็พูดขึ้นมาว่า "พ่อคิดถึงสมัยตอนลูกเด็กๆที่ไปโรงเรียน" ตอนนั้นผมถึงกับอึ่งใน
ความหมายที่พ่อผมบอกมา เเล้วรู้สึกทันทีว่าพ่อผมต้องการอะไร พ่อผมไม่ได้อยากจะนั่งเเท็กซี่สบายๆเหมือนคนอื่นๆ
เเค่อยากให้ผมไปส่งที่โรงพยาบาล อย่างน้อยก็ได้มีเวลาพูดคุยอยู่ด้วยกันขณะขับรถมาโรงพยาบาลบ้าง เพราะผมทำ
เเต่งานมีเวลาให้น้อยลงเรื่อยๆ ทุกวันนี้บนโลกถ้าคุณอยากจะชนะใครเเค่คุณมีเงินมากๆก็พอ คุณก็เอาชนะได้
เเต่กับพ่อเเม่คุณ คุณไม่สามารถที่จะใช้เงินเอาชนะได้เลย นอกจากเวลากับความใกล้ชิดเท่านั้น มันคือสิ่งที่ตีเป็นตัวเลข
ไม่ได้เลย ตั้งเเต่วันนั้นมาผมก็ตื่นมาส่งพ่อผมด้วยความกระฉับกระเฉงทุกวัน เพราะผมรู้สึกว่าสิ่งที่พ่อผมต้องการมันน้อยมาก
เเละมันก็ทำได้ง่ายโดยที่ไม่ต้องใช้เงินก็มีความสุขได้ เเละการที่ผมปล่อยให้พ่อผมไปขึ้นรถเมล์ทุกวันโดยที่ไม่รู้ ผมอาจจะ
ไม่ได้คุยกับพ่อผมอีกก็ได้ เพราะมันอาจเกิดอันตรายโดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลย
เคดิต By อยากประสบความสำเร็จ