Part 2......
ชีวิตก็คงต้องดำเนินต่อไป หากยังมีลมหายใจอยู่ และแล้วชีวิตใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
หลังจากที่ว่างงานแล้วดิฉันก็เปิด Face book ขึ้นมา พูดคุย เมาท์มอย กับเพื่อนสาวตามประสาผู้หญิงๆ
ก็มีชายหนุ่มคนนึงได้ Add friend เข้ามา ณ ตอนนั้นรับแอดไปเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หรือรุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่เคยเรียนด้วยกันมาหรือเปล่า
แต่พอรับแอดไปก็ เอ๊ะ!!! ใคร หว่า ? ไม่ได้มีการทักทายเกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่ได้เข้าไปดูหน้า Facebook ของชาหนุ่มคนนั้น
โห้ว!!!! ต๊าย วันๆไม่ทำงานทำการ แอดแต่สาวๆหรือยังไง List ชื่อเพื่อนเป็นผู้หญิง ทั้งหมด แล้วก็มีแต่ Comment ของสาวไม่ซ้ำหน้า
พี่......คะว่างไหม เจอกัน , พี่.....คะ สบายดีไหม บลา บลา เยอะไปหมด
จนวันนึงเค้าเข้ามาทักเราใน inbox
"สวัสดีครับ พี่ชื่อ ..... นะครับ"
"คะ เรารู้จักกันหรอคะ ก็เปล่านะคะ"
จบการสนทนาไป
เวลาผ่านไปเรื่อยๆก็เหมือนคนปกติทั่วๆไป ทำงาน กลับห้อง กินข้าว ดูหนัง พักผ่อน ก็เรียบง่ายไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น
ชายคนดังกล่าวก็ส่งข้อความเข้ามา ใน inbox ถามความเป็นไปของชีวิต เป็นยังไงบ้าง? ทานข้าวหรือยัง? สู้ๆนะครับ
เอ๊ะ!!! เป็นอะไร ถามทำไม แต่ก็ตอบกลับไปแบบสุภาพ แล้วเราก็เริ่มคุยกันมาเรื่อยๆ
จนวันนึงวันนั้นฝนตกหนักมาก ข้าวเย็นยังไม่ได้ทานเลยก็นั่งรอให้ฝนหยุดเพื่อที่จะลงไปหาข้าวทาน แต่ดูทีท่าแล้วฝนคงไม่หยุดง่ายๆ
เปิดทีวีดูข่าว ดูหนัง นั่งทานขนมแก้ขัดไปแต่ก็ยังหิวอยู่ดี
แล้วข้อความใน inbox ก็เด้งขึ้นมา ชายคนนั้นได้ถามว่า "ทานข้าวหรือยังเนี้ยพี่อยู่ฟูจิ" ฉันก็ตอบกลับไปว่า
"ยังเลย ฝนตกหนักมาก ร่มคงเอาไม่อยู่แน่มีหวังปลิวไปกับร่ม"
"อยากทานอะไรไหมพี่ซื้อไปให้"
คิดในใจว่า เราไม่เคยเจอกันมาก่อนจะมาซื้อให้เราทำไม หรือหวังไรมากกว่านั้น ก็ตอบกลับไปว่า
"อ๋อ ไม่เป็นไรนะคะ รอฝนหยุดตกเดี๋ยวลงไป7-11เองคะ"
ฉันกับชายคนดังกล่าว ก็ได้มีการสนทนากันมากขึ้นและมากขึ้น ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและไม่เคยเจอกันมาก่อน
เราคุยกันมาเกือบปี จนฉันย้ายกลับมาทำงานที่ชลบุรี ส่วนเค้าก็อยู่ที่กรุงเทพฯ เราก็ยังคุยกัน แต่ก็น้อยลงเพราะงานค่อนข้างจะยุ่ง
จนมาถึงวันหยุดช่วงวันพ่อ ฉันก็ไม่รู้จะไปไหน กลับบ้านก็ไม่มีใครอยู่เพราะที่บ้านก็ไปต่างจังหวัดซึ่งงานฉันไม่ได้หยุดยาวหลายวันก็เลยไปกับครอบดิฉันไม่ได้ ฉันก็คุยกับเค้า ตามปกติ ก็บอกเค้าไปว่าฉันคงจะไปหาเพื่อนที่กรุงเทพ ดูท่าทางเค้าดีใจมาก จนฉันสงสัยว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เค้าถามฉันว่าจะพักกับเพื่อนหรือเปล่าหรือว่าจะพักโรงแรม ส่วนฉันเองตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจ ว่าเพื่อนๆจะว่างกันหรือเปล่า โชคดีที่เพื่อนดิฉันไม่ได้ไปไหน ฉันก็บอกกับเค้าว่าจะไปกรุงเทพช่วงวันหยุดนะคะ เค้าก็กลับเป็นคนจัดแจงเรื่องที่พักให้เรียบร้อย
หลังจากเลิกงานแล้วฉันก็ติดรถพี่ที่ office เข้ากรุงเทพเลย ฉันกับเค้านัดเจอกันที่ Starbucks สาขา RCA แต่ฉันดันไปถึงสายเพราะรถติดมาก
พอฉันไปถึงก็ด้วยความที่รีบ หัวกระเซิง หน้ามัน แอบเหนื่อย ด้วย ฉันหันไปเจอเค้านั่งรอฉันอยู่ในร้านพร้อมกับ ชาเขียวปั่น แก้วใหญ่สุด และละลายหมดแล้วด้วย ฮ่าาาาาาาาาาาาา (ฉันเคยส่งรูปตอนที่ฉันนั่งดื่มชาเขียวที่ starbuck ให้เค้าดูเค้าก็จำได้ว่าชอบทานชาเขียว)
ฉันยกมือไหว้ พร้อมกล่าวสวัสดีกับเค้า
เค้าก็ยิ้มรับพร้อมรับไหว้
"สวัสดีครับในที่สุดเราก็ได้เจอกันจริงๆ"
ทั้งฉันและเค้ากลับไม่ได้รู้สึกขะเขินอะไรต่อกัน ความรู้สึกเหมือนกับว่าเรารู้จักกันมานานแสนนาน
นั้นคือครั้งแรกที่ฉันและเค้าได้เจอกัน
คุณๆคงจะมองว่าแปลกๆหรือเปล่าทำไมถึงไปเจอกับคนแปลกหน้าไม่กลัวหรือยังไง ไว้ใจเค้าได้หรือเปล่า
นั้นสิแล้วเค้าไว้ใจได้หรือเปล่า..........
เกิดอะไรขึ้น ความรัก (หรือเปล่า) 2 ?
ชีวิตก็คงต้องดำเนินต่อไป หากยังมีลมหายใจอยู่ และแล้วชีวิตใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
หลังจากที่ว่างงานแล้วดิฉันก็เปิด Face book ขึ้นมา พูดคุย เมาท์มอย กับเพื่อนสาวตามประสาผู้หญิงๆ
ก็มีชายหนุ่มคนนึงได้ Add friend เข้ามา ณ ตอนนั้นรับแอดไปเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หรือรุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่เคยเรียนด้วยกันมาหรือเปล่า
แต่พอรับแอดไปก็ เอ๊ะ!!! ใคร หว่า ? ไม่ได้มีการทักทายเกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่ได้เข้าไปดูหน้า Facebook ของชาหนุ่มคนนั้น
โห้ว!!!! ต๊าย วันๆไม่ทำงานทำการ แอดแต่สาวๆหรือยังไง List ชื่อเพื่อนเป็นผู้หญิง ทั้งหมด แล้วก็มีแต่ Comment ของสาวไม่ซ้ำหน้า
พี่......คะว่างไหม เจอกัน , พี่.....คะ สบายดีไหม บลา บลา เยอะไปหมด
จนวันนึงเค้าเข้ามาทักเราใน inbox
"สวัสดีครับ พี่ชื่อ ..... นะครับ"
"คะ เรารู้จักกันหรอคะ ก็เปล่านะคะ"
จบการสนทนาไป
เวลาผ่านไปเรื่อยๆก็เหมือนคนปกติทั่วๆไป ทำงาน กลับห้อง กินข้าว ดูหนัง พักผ่อน ก็เรียบง่ายไม่ได้มีอะไรน่าตื่นเต้น
ชายคนดังกล่าวก็ส่งข้อความเข้ามา ใน inbox ถามความเป็นไปของชีวิต เป็นยังไงบ้าง? ทานข้าวหรือยัง? สู้ๆนะครับ
เอ๊ะ!!! เป็นอะไร ถามทำไม แต่ก็ตอบกลับไปแบบสุภาพ แล้วเราก็เริ่มคุยกันมาเรื่อยๆ
จนวันนึงวันนั้นฝนตกหนักมาก ข้าวเย็นยังไม่ได้ทานเลยก็นั่งรอให้ฝนหยุดเพื่อที่จะลงไปหาข้าวทาน แต่ดูทีท่าแล้วฝนคงไม่หยุดง่ายๆ
เปิดทีวีดูข่าว ดูหนัง นั่งทานขนมแก้ขัดไปแต่ก็ยังหิวอยู่ดี
แล้วข้อความใน inbox ก็เด้งขึ้นมา ชายคนนั้นได้ถามว่า "ทานข้าวหรือยังเนี้ยพี่อยู่ฟูจิ" ฉันก็ตอบกลับไปว่า
"ยังเลย ฝนตกหนักมาก ร่มคงเอาไม่อยู่แน่มีหวังปลิวไปกับร่ม"
"อยากทานอะไรไหมพี่ซื้อไปให้"
คิดในใจว่า เราไม่เคยเจอกันมาก่อนจะมาซื้อให้เราทำไม หรือหวังไรมากกว่านั้น ก็ตอบกลับไปว่า
"อ๋อ ไม่เป็นไรนะคะ รอฝนหยุดตกเดี๋ยวลงไป7-11เองคะ"
ฉันกับชายคนดังกล่าว ก็ได้มีการสนทนากันมากขึ้นและมากขึ้น ทั้งที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและไม่เคยเจอกันมาก่อน
เราคุยกันมาเกือบปี จนฉันย้ายกลับมาทำงานที่ชลบุรี ส่วนเค้าก็อยู่ที่กรุงเทพฯ เราก็ยังคุยกัน แต่ก็น้อยลงเพราะงานค่อนข้างจะยุ่ง
จนมาถึงวันหยุดช่วงวันพ่อ ฉันก็ไม่รู้จะไปไหน กลับบ้านก็ไม่มีใครอยู่เพราะที่บ้านก็ไปต่างจังหวัดซึ่งงานฉันไม่ได้หยุดยาวหลายวันก็เลยไปกับครอบดิฉันไม่ได้ ฉันก็คุยกับเค้า ตามปกติ ก็บอกเค้าไปว่าฉันคงจะไปหาเพื่อนที่กรุงเทพ ดูท่าทางเค้าดีใจมาก จนฉันสงสัยว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เค้าถามฉันว่าจะพักกับเพื่อนหรือเปล่าหรือว่าจะพักโรงแรม ส่วนฉันเองตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจ ว่าเพื่อนๆจะว่างกันหรือเปล่า โชคดีที่เพื่อนดิฉันไม่ได้ไปไหน ฉันก็บอกกับเค้าว่าจะไปกรุงเทพช่วงวันหยุดนะคะ เค้าก็กลับเป็นคนจัดแจงเรื่องที่พักให้เรียบร้อย
หลังจากเลิกงานแล้วฉันก็ติดรถพี่ที่ office เข้ากรุงเทพเลย ฉันกับเค้านัดเจอกันที่ Starbucks สาขา RCA แต่ฉันดันไปถึงสายเพราะรถติดมาก
พอฉันไปถึงก็ด้วยความที่รีบ หัวกระเซิง หน้ามัน แอบเหนื่อย ด้วย ฉันหันไปเจอเค้านั่งรอฉันอยู่ในร้านพร้อมกับ ชาเขียวปั่น แก้วใหญ่สุด และละลายหมดแล้วด้วย ฮ่าาาาาาาาาาาาา (ฉันเคยส่งรูปตอนที่ฉันนั่งดื่มชาเขียวที่ starbuck ให้เค้าดูเค้าก็จำได้ว่าชอบทานชาเขียว)
ฉันยกมือไหว้ พร้อมกล่าวสวัสดีกับเค้า
เค้าก็ยิ้มรับพร้อมรับไหว้
"สวัสดีครับในที่สุดเราก็ได้เจอกันจริงๆ"
ทั้งฉันและเค้ากลับไม่ได้รู้สึกขะเขินอะไรต่อกัน ความรู้สึกเหมือนกับว่าเรารู้จักกันมานานแสนนาน
นั้นคือครั้งแรกที่ฉันและเค้าได้เจอกัน
คุณๆคงจะมองว่าแปลกๆหรือเปล่าทำไมถึงไปเจอกับคนแปลกหน้าไม่กลัวหรือยังไง ไว้ใจเค้าได้หรือเปล่า
นั้นสิแล้วเค้าไว้ใจได้หรือเปล่า..........